BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
18,559
VIEWS

7 เรื่องเด่น Cath Kidston และยก 2 กับการรุกตลาดเมืองไทย

ก.ค. 25, 2560 P.Narata

หนึ่งในไอเทมของกระเป๋า และสินค้าไลฟ์สไตล์ที่สาวไทยอยากมีไว้ครอบครอง ก็ต้องมีชื่อของ Cath Kidston แบรนด์ดังจากประเทศอังกฤษ ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของกระเป๋าหิ้วสำหรับเดินทาง หรือไปไหนมาไหน ด้วยจุดเด่นของลายพิมพ์บนผ้าเคลือบที่มีกลิ่นอายความเป็นอังกฤษแบบวินเทจๆ ผสมผสานด้วยลวดลายสดใสของลายดอกไม้หวานๆ ลายจุด และลายการ์ตูน มีคุณสมบัติในการกันน้ำได้อย่างดีเยี่ยม ไม่เปื้อนง่าย จึงตอบโจทย์การใช้งานได้ทั้งกลุ่มเป้าหมายในวัยเด็ก และผู้ใหญ่ รวมถึงมนุษย์แม่ที่มีลูกเล็กก็ยังสมัครใจเป็นแฟนคลับของ Cath Kidston กันเป็นจำนวนมาก

แม้จะไม่ใช่แบรนด์เก่า และอายุยังไม่ครบเบญจเพสดี แต่ Cath Kidston ก็มี Story ที่น่าสนใจชวนให้ติดตาม วันนี้เราจึงอยากนำเรื่องราวของแบรนด์ Cath Kidston มาสร้างความรู้จักในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยกันสักนิด 

1.Cath Kidston หรือ Catherine Isabel Audrey เป็นชื่อของนักออกแบบแฟชั่น และนักธุรกิจหญิงชาวอังกฤษ ผู้มีความหลงใหลในศิลปะสไตล์วินเทจ โดยแบรนด์ Cath Kidston ก่อตั้งขึ้นในปี 1993 โดยเริ่มต้นจากร้านเล็กๆ ในย่านฮอลแลนด์ปาร์ค ที่นอตติ้ง ฮิลล์ ประเทศอังกฤษ เพื่อจำหน่ายงานผ้าสไตล์วินเทจ และโมเดิร์นวินเทจ รวมถึงวอลล์เปเปอร์ และของใช้ของตกแต่งบ้านผ่านช่องทางออนไลน์ และการสั่งซื้อทางไปรษณีย์

2.Cath Kidston เริ่มออกแบบลายผ้าโดยนำเอาเอกลักษณ์ส่วนตัวมาผนวกรวมกับกลิ่นอายสไตล์โฮมคันทรี่ในแบบฉบับอังกฤษ จนเกิดกระแสการตอบรับที่ดีทำให้เธอประสบความสำเร็จ ซึ่งสินค้าตัวแรกที่ทำให้แบรนด์ Cath Kidston ถูกจดจำ คือการออกแบบผ้าคลุมรองรีดสำหรับโต๊ะรีดผ้า ด้วยลวดลายดอกไม้สีสันสดใสสะท้อนถึงความมีรสนิยมของ Cath

3.Cath Kidston เปิดตัว Cath Kids ขึ้นมาอีก 1 แบรนด์ ในปี 2008 และยังคงความหลากหลายของตัวสินค้าเหมือนแบรนด์ Cath Kidston ที่ไม่ได้มีเพียงแค่งานผ้า งานกระเป๋า แต่ยังมีสินค้าหลากหลายทั้งของใช้ตกแต่งบ้าน แฟชั่นสุภาพสตรี เครื่องประดับ เสื้อผ้า รองเท้า เคสโทรศัพท์ ถุงมือ ถุงเท้า หมวก ร่ม ผ้าปูโต๊ะ และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ที่สร้างชื่อเสียงให้กับ Cath Kidston ติดลมบนก็คือสินค้าในกลุ่มกระเป๋า

4.Cath Kidston ได้ร่วมกับบริษัทชั้นนำหลายรายเพื่อออกแบบ และสร้างสรรค์ผลงานอย่างหลากหลาย เช่น การผลิตเต็นท์ร่วมกับ Milletts ในปี 2005 ออกแบบโทรศัพท์โนเกียร่วมกับ Carphone Warehouse ในปี 2006 และในปี 2008 ร่วมมือกับ Tesco ในการออกแบบ และผลิตกระเป๋าช้อปปิ้งที่ทำมาจากขวดน้ำพลาสติก เพื่อระดมทุนสมทบกับองค์กรต่อต้านโรคมะเร็ง สามารถสร้างยอดขายได้มากถึง 5 แสนยูโร และช่วยลดขยะที่มาจากขวดน้ำพลาสติกได้ถึง 6 ล้านขวด อีกทั้งในปี 2009 Cath Kidston ได้ร่วมมือกับ Maclaren เพื่อผลิตรถเข็นสำหรับเด็กอ่อน และยังคงคอนเซ็ปต์ความคลาสสิกในตัวแบรนด์ Cath Kidston ด้วยการวาดลวดลายจุดสีแดงลงบนรถเข็นเด็ก

5. Cath Kidston ทำตลาดมาแล้วเกือบ 25 ปี และกลายเป็นธุรกิจที่มีมูลค่ามากกว่า 50 ล้านปอนด์ มีร้านค้าที่จำหน่าย Cath Kidston มากกว่า 100 แห่งทั่วโลก ทั้งในประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส ไอร์แลนด์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย คูเวต สเปน จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และประเทศไทย โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นได้รับความนิยมสูงมาก

6.Cath Kidston มีลายพิมพ์สุดคลาสสิกที่กลายเป็น Signature ของ Cath Kidston ที่มองแวบเดียวก็รู้ว่าใช่ อาทิ

Antique Rose Bouquet (1993) เป็นลายพิมพ์ลายแรกที่ได้แรงบันดาลใจจากวอลล์เปเปอร์ลายดอกกุหลาบ

Rose Gingham (1994) ลายพิมพ์จากความผิดพลาดของโรงงาน ก่อนจะกลายเป็นงานคอลเลคชั่นครั้งแรกของ Cath

Strawberry (1999) เป็นลายพิมพ์บนชุดนอนในวัยเด็กของ Cath นำมาใส่กลิ่นอายสไตล์วินเทจสไตล์ Cath Kidston

Cowboy (2001) ลายพิมพ์ที่ได้แรงบันดาลใจจากการไปสหรัฐอเมริกา และเคยปรากฏอยู่ในภาพยนตร์เรื่อง The Hours

Stanley (2007) เป็นลายพิมพ์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Stanley สุนัขพันธุ์ Lakeland Terrier ที่ Cath เลี้ยงไว้

7.Cath Kidston เข้าสู่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการในปี 2554 จากการนำเข้าและจัดจำหน่ายโดย แท็ตเลอร์ (ประเทศไทย) ก่อนจะถูกเปลี่ยนมือมาอยู่กับ “ธนจิรา กรุ๊ป” ซึ่งก่อนหน้านี้มีการขยายสาขาอย่างรวดเร็วจนทำให้คนไทยรู้จักในวงกว้างมากขึ้น เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยคล้ายคนญี่ปุ่นที่ชอบความหวานๆ สไตล์วินเทจ จึงทำให้ Cath Kidston ได้รับความนิยมจากคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ Cath Kidston ประเทศไทย มีตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเอเชีย

ยกสอง Cath Kidston

เรือธงของ “ธนจิรา กรุ๊ป”

ปัจจุบัน Cath Kidston ถูกเปลี่ยนมือมาอยู่ภายใต้การดำเนินงานของ “ธนจิรา กรุ๊ป” ที่เพิ่งควบรวมกิจการของ Cath Kidston ประเทศไทย มาจากผู้ได้สิทธิ์รายเดิมด้วยการซื้อหุ้น 100% ซึ่งทางบริษัทได้เริ่มดำเนินการเข้าบริหารตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดย “ธนจิรา กรุ๊ป” คาดหวังให้ Cath Kiston เป็นหัวหอกหลักเพื่อผลักดันยอดขายรวมให้เป็นตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี 2563 จะมีรายได้รวมที่ 1,800 ล้านบาท

ธนพงษ์ จิราพาณิชกุล กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ธนจิรา กล่าวว่า การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ และผลักดันให้ Cath Kidston เติบโตก้าวกระโดด และจะมีสาขาหน้าร้านเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว จากจำนวน 35 สาขา ในปัจจุบัน เป็น 70 สาขา พร้อมกับเพิ่มจำนวนสาขาของแบรนด์อื่นๆ ที่บริหารอยู่ทั้งหมด 5 แบรนด์รวมเป็น 100 สาขาภายในปี 2563

“บริษัทวางกลยุทธ์ที่มุ่งกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพิงรายได้หลักจากแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง และบริษัทยังมุ่งเน้นการขยายกลุ่มลูกค้าให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยการซื้อกิจการครั้งนี้ Cath Kidston จะช่วยขยายฐานลูกค้าให้ขยับเข้าสู่ผู้บริโภคกลุ่ม Premium Mass มากขึ้น ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่กว่าฐานลูกค้าเดิมที่เคยมีอยู่ในกลุ่ม Mid Luxury และ Premium Mass เท่านั้น และ Cath Kidston ก็เป็นสินค้าที่มีระดับราคาที่เข้าถึงกลุ่ม Premium ได้ง่ายกว่าสินค้าตัวอื่น”

อภิชัย ผลโกศล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์แฟชั่นจากต่างประเทศ กล่าวเสริมถึงกลยุทธ์ของธนจิรา กรุ๊ป ที่มุ่งเน้นการทำการตลาดแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ และคนที่ใช้ชีวิตในเมือง ด้วยการบริหารจัดการแบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอให้ประสบความสำเร็จ มีแบรนด์หลักๆ คือ แพนดอร่า (Pandora) เครื่องประดับจากประเทศเดนมาร์ก มารีเมกโกะ (Marimekko) แบรนด์ไลฟ์สไตล์แฟชั่นจากฟินแลนด์ โจนาธาน แอดเลอร์ (Jonathan Adler) แบรนด์สินค้าตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์ลักชัวรี่จากนิวยอร์ก สหรัฐ อีกทั้งเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแบรนด์เครื่องประดับจิวเวลรี่เพชรแท้ ทิลด้า (Tilda) และล่าสุดกับ แคท คิดสตัน (Cath Kidston) แบรนด์ไลฟ์สไตล์โมเดิร์นวินเทจ จากประเทศอังกฤษ

“บริษัทจัดสรรงบการตลาดในปีนี้ไว้กว่า 30 ล้านบาท เพื่อทำตลาดเชิงรุกสำหรับแบรนด์ Pandora กับการรักษาความเป็นผู้นำกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์จิวเวลรี่ และอีก 15 ล้านบาท สำหรับแบรนด์ที่เหลือเพื่อสร้างความเข้มแข็ง และการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายต่อไป”

หลังการเข้าซื้อกิจการ “ธนจิรา กรุ๊ป” จะเร่งทำการตลาดที่เพิ่มคุณค่าที่ชัดเจนให้กับแบรนด์ Cath Kidston และเพิ่มงบประมาณพัฒนา และฝึกอบรมพนักงานขาย โดยคาดว่ายอดขายร้านเดิม (Same Store Sales) จะมีอัตราเพิ่มขึ้น 15% จากที่เคยติดลบในปีที่ผ่านมา ทั้งนี้บริษัทคาดว่าจะมีรายได้รวมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และตั้งเป้าหมายปิดดีลซื้อกิจการให้ได้อย่างน้อยอีก 1 ดีล 

เมื่อ Cath Kidston จะก้าวมาเป็นโปรดักต์เรือธงของกลุ่ม “ธนจิรา กรุ๊ป” งานนี้จึงต้องมีการวางกลยุทธ์เพื่อผลักดันให้ Cath Kidston มียอดขายที่เติบโตสูงขึ้น และส่งผลต่อรายได้รวมของบริษัทเติบโตขึ้นตามไปด้วย โดยกลยุทธ์หลัก จะให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่า (Value) ที่ชัดเจนให้กับแบรนด์โดยการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย และสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อสร้างการรับรู้ และทำให้กับผู้บริโภครู้จักแบรนด์ Cath Kidston มากขึ้นกว่าเดิม ควบคู่ไปกับการพัฒนา และฝึกอบรมพนักงานหน้าร้าน เพื่อให้พนักงานขายมีความรู้มากขึ้นเกี่ยวกับแบรนด์และตัวสินค้าโดยไม่ได้เน้นทำโปรโมชั่น

ในส่วนของการขยายช่องทางการจัดจำหน่าย ทางบริษัทจะเน้นการเปิดสาขาใหม่ในรูปแบบ Stand Alone เป็นหลัก เนื่องจากสามารถนำเสนอคอนเซ็ปต์ และสร้างประสบการณ์ให้กับผู้บริโภคได้ดีกว่า และไม่ต้องอิงกิจกรรมของห้าง เช่น เทศกาลลดราคา แต่สาขา Stand Alone ต้องมีพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 75 ตร.ม. ซึ่งปัจจุบันมีสาขาจำนวน 35 แห่ง แบ่งเป็นคอร์เนอร์ในห้างสรรพสินค้าจำนวน 20 สาขา และ Stand Alone จำนวน 15 สาขา 

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการขยายไปสู่ช่องทางอีคอมเมิร์ซ ซึ่ง Cath Kidston ประเทศไทย มีเว็บไซต์ที่เริ่มทำมากว่า 2 – 3 ปีแล้ว เพื่อรองรับพฤติกรรมการช้อปออนไลน์ของผู้บริโภคที่มีมากขึ้น โดยสินค้ากลุ่มหลัก คือ กระเป๋า มีสัดส่วนถึง 85% กลุ่มเด็ก 10% และกลุ่มของใช้ในบ้านอีกราว 5% โดยปัจจุบัน Cath Kidston มีฐานลูกค้าในประเทศไทยประมาณ 10,000 คน

สำหรับปีนี้ “ธนจิรา กรุ๊ป” ตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 1,100 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 107% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา นับเป็นรายได้ที่สูงสุดในประวัติการณ์หลังจากก่อตั้งบริษัทขึ้นเมื่อปี 2553 โดยยอดขายในปีแรกมีอยู่ประมาณ 20 ล้านบาท ส่วนปีที่ผ่านมามียอดขาย 512 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากแบรนด์ Pandora 87% Marimekko 10% Jonathan Adler 2% และ Tilda 1 % และหลังจากมีแบรนด์ Cath Kidston เพิ่มเข้ามา จะส่งผลให้สัดส่วนรายได้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยแบ่งเป็น Pandora 57% Cath Kidston 34% Marimekko 6% Jonathan Adler 2% และ Tilda 1%

มั่นใจว่า Cath Kidston จะช่วยผลักดันให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 1,800 ล้านบาท ในปี 2563 ซึ่งเป็นปีที่บริษัทวางแผนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

เด็กสมบูรณ์ 2026 จากก้นครัวสู่ ‘Lifestyle Brand’ เขย่าซีอิ๊วเป็น Sauce Power รันวงการแฟชั่นและคาเฟ่

GWM ส่ง ORA 5 พลิกเกมสงคราม EV จากไอคอนิกสายแฟชั่น สู่ Next-Gen SUV ที่เหนือกว่า "แมวไฟฟ้า" ตัวเดิม

ลาซาด้า จับมือ ซานริโอ นำลิขสิทธิ์คาแรกเตอร์สุดคิ้วท์บุกอีคอมเมิร์ซรับแคมเปญ 3.3 เปิดตัวคอลเลกชันพรีเมียมสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแบรนด์แฟชั่นไทย

ห้างเซ็นทรัล เดินหน้าผลักดันสนับสนุนแบรนด์แฟชั่นและบิวตี้ เตรียมจัดงาน “Central The Fashion Disruptors 2026” จับมือ “HERA Thailand”

SABINA ขยับเกมรุก Activewear เปิดตัว MOVV เมื่อแบรนด์ชุดชั้นในขอแชร์เวลาจากชีวิตประจำวันผู้หญิงมากขึ้น

เปิดอาณาจักร ASAVA ของ ‘หมู พลพัฒน์’ ไม่ได้ขายแค่เสื้อผ้า แต่ขาย ‘รสนิยม’ ผ่านแฟชั่น อาหาร และวงการบันเทิง

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact