เมื่อเทคโนโลยีกับอาหารเริ่มเป็นส่วนผสมที่ลงตัว คำถามต่อมาคือ เรื่องดังกล่าวจะกลายมาเป็น Norm หรือมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมหรือไม่
วิเศษ ตอบว่า “คนที่กำหนด Norm หรือ อุตสาหกรรม คือผู้บริโภค ทำให้เราต้องเข้าใจผู้บริโภคให้มากที่สุดว่าสิ่งที่พวกเขาต้องการคืออะไร ส่วนแบรนด์ก็มีหน้าที่ในการสร้างหรือนำเสนอสิ่งต่างๆ ซึ่งเทคโนโลยีก็เป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญในการจะได้มาซึ่งคำตอบต่างๆ ที่อยู่กับผู้บริโภค”
มากไปกว่านั้น วิเศษ ยังได้พูดถึงวิธีการทำงานของซีพีแรม 4 ขั้นตอนในการคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค และธุรกิจใหม่ๆ ไว้อย่างน่าสนใจ
ขั้นแรก Customer Requirement คือความเข้าใจในความต้องการพื้นฐานของลูกค้า สำหรับวงการอาหาร ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของ ความอร่อย ความสะอาดปลอดภัย และราคาที่เหมาะสม
เมื่อรู้แล้วว่าความต้องการพื้นฐานของลูกค้าคืออะไร ก็เข้าสู่ Voice of Customer คือการรับฟังข้อมูลต่างๆ ว่าสิ่งที่ลูกค้าชื่นชอบคืออะไร นำเอาความต้องการพื้นฐานมาแบ่งแยกตามเสียงของลูกค้า เพราะเสียงของลูกค้าคือเสียงสวรรค์ที่สามารถนำมาต่อยอดได้อีกมากมาย
ขั้นต่อมา Customer Insight คือการสังเกตุและทำความเข้าใจในแต่ละองค์ประกอบของพฤติกรรม วิเศษ ยกตัวอย่างว่า คนกินน้ำเต้าหู้ มักจะกินกับปลาท่องโก๋ นั่นคือการสังเกตและทำให้ได้ Customer Insight เพราะฉะนั้น การที่เราขายน้ำเต้าหู้อย่างเดียวอาจจะไม่ได้ยอดที่ดีเท่ากับการขายปลาท่องโก๋คู่กันไปด้วย ยิ่งถ้าเราเข้าใจ Customer Insight มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้เราทำงานง่ายเท่านั้น
สุดท้ายการค้นหา Latent Need หรือความต้องการแอบแฝงของลูกค้าให้เจอ ซึ่ง Latent Need นับว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทายมากสำหรับนักการตลาดที่จะต้องค้นหาให้เจอ เพราะถ้าเจอ Latent Need ก็เหมือนกับแบรนด์เจอขุมทรัพย์ชิ้นใหญ่ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้อีกมากมาย