การที่จะสามารถดึงผู้บริโภคในกลุ่มอื่นๆ ที่ไม่ใช่ Core Target ที่บริโภคเป็นประจำ จึงต้องมีการนำเรื่องของความคุ้มค่าคุ้มราคา เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการวางกลยุทธ์ด้านราคา
ขณะที่อีกเหตุผลหนึ่ง น่าจะมาจากการปรับในเรื่องพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่ได้รับผลกระทบมาจากภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ผู้บริโภคมองถึงเรื่องผลของการควักเงินออกจากกระเป๋าแต่ละครั้ง ว่าจะให้ผลในแง่ของความคุ้มค่าคุ้มราคากลับมาได้มากน้อยแค่ไหน
แรกเริ่มเดิมที กลยุทธ์ราคาในเรื่องของความคุ้มค่าคุ้มราคา น่าจะถูกผลักดันจากการใช้กลยุทธ์การแจกคูปองลดราคา ซึ่งการใช้กลยุทธ์แจกคูปองลดราคานั้น ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรม Impulse Buying ของผู้บริโภคที่การตัดสินใจซื้อส่วนหนึ่งจะมาจากการกระตุ้นจากสิ่งเร้า ณ จุดขาย
ผู้เล่นในตลาดนี้ทุกคนเชื่อว่า ผู้บริโภคยังไม่ได้มีการตัดสินใจว่าจะกินอะไร แต่จะเลือกกินจากแบรนด์ที่ตัวเองเคยกินมาก่อน และเป็นท็อป ออฟ มายด์ แบรนด์ของผู้บริโภครายนั้นๆ การกระตุ้นด้วยคูปองลดราคา จึงเป็นสิ่งเร้าที่ดีตัวหนึ่งในการดึงผู้บริโภคเข้ามานั่งในร้าน แม้ในตอนหลังจะมีการใช้กันมากเกินไปจน “ล้น” และขาดความน่าสนใจไปบ้าง
แต่ในภาวะที่กำลังซื้อชะลอตัวอย่างนี้ ราคา น่าจะเป็นปัจจัยในการตัดสินใจซื้อที่ดี การพัฒนารูปแบบของการใช้กลยุทธ์ด้วยการผลักดันให้กลยุทธ์ราคาที่มอบความคุ้มค่าให้ออกมาเป็นเมนูทั้งที่เป็นเมนูประจำ และเมนูที่ออกมาสร้างสีสันของการจัดโปรโมชั่นในแต่ละช่วงเวลา จึงกลายเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่มักจะทำกันเป็นประจำ
เพราะด้วยเหตุผลของการที่ “พื้นที่ในกระเพาะ” ของผู้บริโภคมีจำกัด การบรรจุอาหารประเภทใดประเภทหนึ่งลงไปแล้ว ก็เป็นเสมือนการปิดพื้นที่และโอกาสของสินค้าอีกประเภทหนึ่งทันที เกมการตลาดในสินค้าประเภท QSR จึงเล่นกันครบทั้ง 4 P ที่รวมถึงการบริการที่ดีด้วย แต่ทั้งหลายทั้งปวง การกระตุ้นการตัดสินใจซื้อในภาวะที่เศรษฐกิจและบรรยากาศโดยรวมของตลาดไม่เป็นใจแบบนี้ ไม่มีอะไรดีไปกว่า การนำกลยุทธ์ด้านราคาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน