โลกแห่งธุรกิจปัจจุบัน มีคำกล่าวที่ว่า “Big Data is the new oil” หรือเรียกง่ายๆว่า Big Data คือสินทรัพย์ใหม่ เพราะ Big Data เป็นหนึ่งในเครื่องมือทรงพลังสำหรับธุรกิจการเก็บข้อมูลผู้บริโภค ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ความต้องการเฉพาะบุคคล ซึ่งนำไปสู่การทำการตลาดที่มีประสิทธิภาพ
ในแวดวงธุรกิจค้าปลีกข้อมูลจำนวนผู้เข้ามาใช้บริการ (Visitor traffic) ที่ศูนย์การค้าหรือห้างสรรพสินค้า อาจไม่มีประสิทธิภาพเพียงพออีกต่อไป ธุรกิจศูนย์การค้าต้องการข้อมูลที่มากกว่าเกี่ยวกับลูกค้า เพื่อเข้าใจ Insight และพฤติกรรม เช่น ลูกค้ามี Interact อย่างไรกับแบรนด์ของเรา หรือร้านค้า สินค้า หรือบริการอะไร เป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการและมาใช้บริการบ่อยที่สุด ความถี่ในการช้อปปิ้ง หรือ Journey ที่แท้จริงของลูกค้าคืออะไร? ฯลฯ ข้อมูล Insight เหล่านี้ คือ กุญแจหลักของการทำการตลาดในธุรกิจค้าปลีกยุคดิจิทัล
เทคโนโลยีใหม่ ความท้าทาย และโอกาสใหม่
สำหรับในธุรกิจค้าปลีกแล้ว การมาถึงของ e-Commerce นับว่าเป็นโอกาสใหม่ของธุรกิจเลยทีเดียว ซึ่งในยุคปัจจุบันนี้ นับว่าเป็นยุคที่มีความพร้อมทั้ง 2 ด้านเลยคือ
- ประชาชนหรือลูกค้า ซึ่งปัจจุบันนี้พบว่ามากกว่า 50% ของประชากรโลก เข้าถึง “อินเทอร์เน็ต – โซเชียลมีเดีย” และถ้าโฟกัสเข้ามาที่ประเทศไทยก็พบว่า คนไทยโดยเฉลี่ยแล้ว ใช้อินเทอร์เน็ต 9 ชั่วโมง 11 นาทีต่อวัน (นับรวมทุกอุปกรณ์อิเล็ก ทรอนิกส์) และส่วนใหญ่ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟนถึง 71% ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ประชาชนมีความพร้อมในการ Adoption เรื่องเทคโนโลยีต่างๆ อย่างมาก และดิจิทัลได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของลูกค้าไปแล้ว
- เทคโนโลยีในต้นทุนที่เข้าถึงได้ หากพูดถึงการทำระบบ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว หลายธุรกิจคงส่ายหัว แม้ว่าจะรู้ทั้งรู้ว่าผลที่ได้จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจมหาศาล แต่การลงทุนกับระบบที่ต้องใช้เงินทุนหลายสิบล้านหรือเฉียดร้อยล้านก็นับว่างานด้าน Data Analytic เป็นเงินลงทุนก้อนใหญ่เช่นกัน แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ต้นทุนก็ลดลง และ Practical มากขึ้น
เมื่อทั้งลูกค้าและเทคโนโลยีมีการพัฒนาไปพร้อมๆ กัน จนถึงจุดที่การทำ Data Analytic ไม่ได้เป็นสิ่งเกินเอื้อม แต่กลายเป็นสิ่งที่ “ขาดไม่ได้” สำหรับการตลาดในยุคปัจจุบัน นั่นหมายความว่า “ข้อมูล” จะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ไม่ใช่แค่เพียงการตลาด แต่หมายถึงบริหารเกือบทั้งองค์กรเลยทีเดียว