หากย้อนไปดูที่จุดตั้งต้นของการสร้างตลาดไส้กรอกของซีพีแล้วจะพบว่า ซีพี มองเห็นเทรนด์ของการบริโภคไส้กรอกว่า รูปแบบส่วนใหญ่จะเป็นการบริโภคแบบสแน็คที่สามารถสร้างโอกาสในการบริโภคได้ตลอดทุกช่วงเวลา ทั้งการกินเพื่อรองท้องก่อนมื้อหลัก และการกินเล่น หรือแชร์กันในกลุ่มเพื่อนในงานปาร์ตี้ต่างๆ จึงมุ่งไปที่การสร้างตลาดไส้กรอกผ่านรูปแบบการบริโภคในลักษณะดังกล่าว
เมื่อประกอบเข้ากับร้านเซเว่น อีเลฟเว่นที่ตัวเองเป็นเจ้าของสามารถสร้างเครือข่าย และเข้าถึงลูกค้าได้ค่อนข้างกว้าง ด้วยจำนวนสาขากว่าหมื่นสาขาในปัจจุบัน จึงมุ่งเข้ามาที่การสร้างตลาดผ่านช่องทางดังกล่าว โดยทำไปพร้อมกับการใช้กลยุทธ์ในเรื่องของไซส์ซิ่ง และตัวแพ็กเกจจิ้งที่ขายเป็นแพ็ก ไม่ใช่การขายแบบตักชั่งกิโลเหมือนกับไส้กรอกที่วางขายในซูเปอร์มาร์เก็ต
ขณะที่การทำตลาดเพื่อสนับสนุนการขายนั้น ก็พุ่งตรงมาที่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักศึกษา และคนเริ่มต้นทำงานที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในความถี่ที่มากกว่ากลุ่มเป้าหมายอื่นๆ จึงกลายเป็นแรงส่งชั้นดีที่ทำให้ไส้กรอกในเครือของซีพีเอฟก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดนี้ได้สำเร็จ
ความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับไส้กรอกซีพีนั้น นอกจากเรื่องของการตลาดที่ทำออกมาเข้มข้นแบบต่อเนื่องไม่หยุดแล้ว สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญอีกอย่างก็คือ การมีช่องทางขายที่แข็งแกร่งอย่างร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เข้ามาเป็นตัวสนับสนุน ซึ่งถ้าจะบอกว่า กลุ่มซีพีเองมีการวางกลยุทธ์การสร้างตลาดไส้กรอกไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า จะสร้างรูปแบบการบริโภคสินค้าประเภทนี้ให้เป็น “สแน็ค” ที่สามารถกินได้ตลอดเวลา ไม่จำกัดแค่การกินตามมื้ออาหาร ช่องทางขายผ่านร้านคอนวีเนียนสโตร์อย่างเซเว่น อีเลฟเว่น จึงกลายมาเป็นหัวใจสำคัญของยุทธการในการสร้างตลาดไส้กรอกตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา
ที่สำคัญ ยังเป็นตัวสะท้อนภาพให้เห็นถึงแนวทางของกลุ่มซีพี ซึ่งมองถึงการทำตลาดแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ คือเรื่องของการผลิต กลางน้ำ คือการจัดจำหน่าย และปลายน้ำ ที่เป็นร้านค้าปลีก ซึ่งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ถือเป็นเครือข่ายการขายที่ทรงพลังที่พร้อมจะเข้ามาขับเคลื่อนการเติบโตให้กับไส้กรอกในเครือของซีพีเอฟได้อย่างเต็มรูปแบบ...