สำหรับผู้ค้าในประเทศไทย เจนนี หุย กล่าวว่าที่ผ่านมาอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้ขายจากประเทศไทยขายสินค้าได้น้อย คืออุปสรรคด้านภาษา ทำให้หลายครั้งที่คนซื้อไม่เข้าใจสินค้า ซึ่งที่ผ่านมาทาง eBay ได้มีการพัฒนาระบบช่วยแปลภาษาให้กับร้านค้า
นอกจากนี้ eBay ยังมีโครงการฝึกอบรมผู้ขายเพื่อปั้นทักษะการค้าปลีกออนไลน์ ที่มีหลากหลายรูปแบบ อาทิ โครงการ “eBay Boot Camp” ซึ่งเป็นการติวเข้ม 3 เดือน เน้นการเสริมทักษะค้าปลีกออนไลน์
ให้ผู้ขายสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีโครงการทำธุรกิจโดยทีมที่ปรึกษาจากอีเบย์ (Business Coaching by Account Managers) เน้นในการช่วยวางแผนธุรกิจ เสริมจุดแข็ง แก้ไขจุดอ่อน เพื่อส่งเสริมให้ผู้ขายมืออาชีพสามารถต่อยอดธุรกิจบน eBay และยังมีการสนับสนุนการทำธุรกิจด้วยการใช้โปรแกรมไอที (IT automation) ใช้แอพพลิเคชั่นช่วยจัดการร้านค้าอีเบย์สโตร์ (eBay Stores) และช่วยบริหารงานทั้งหน้าร้านและหลังร้าน รวมถึงบริหารสินค้าคงคลัง
ส่วนปัจจัยบวกที่ eBay มองว่าทำให้โอกาสในการขายสินค้าจากภูมิภาคนี้มีโอกาสเติบโตอย่างมหาศาลจะมาจาก 3 เรื่องหลัก คือ
1. สินค้าในภูมิภาคนี้กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดโลก
2. Platform ใหม่ของ eBay ทำให้สินค้านั้นถูกมองเห็นมากขึ้น
3. ราคาสินค้าที่สามารถแข่งขันได้
“แพลตฟอร์มของ eBay ช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการธุรกิจไทยทุกขนาดกับผู้ซื้อ eBay กว่า 180 ล้านคนใน 190 ประเทศทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ eBay เล็งเห็นศักยภาพของการค้าปลีกส่งออก ที่จะสร้างโอกาสทองให้ผู้ขายคนไทยเลือกสรรสินค้าหลากหลายซึ่งผลิตในเมืองไทยและได้รับการยอมรับในตลาดโลกว่าเป็นสินค้าคุณภาพดี มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ มาส่งออกสู่ตลาดโลกบน eBay
โดยสินค้ายอดฮิต 5 กลุ่มหลักที่ผู้ขาย eBay คนไทยนิยมส่งออก คือ จิวเวลรี่ (อัญมณี เครื่องประดับเพชรพลอย) สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม สินค้าตกแต่งบ้าน ของสะสม และชิ้นส่วนยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้ากลุ่มจิวเวลรี่ที่มีความต้องการซื้อสูงจากลูกค้าทั่วโลก โดยสินค้ากว่าร้อยละ 50 ของผู้ขาย eBay คนไทยส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกามากที่สุด ตามมาด้วยสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย เยอรมนี และรัสเซีย” เจนนี หุย กล่าว