ในวันที่ธุรกิจเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน ชื่อ การีนา อาจก่อให้เกิดความสับสนแก่คนภายนอก ด้วยภาพลักษณ์ของการเป็นบริษัทเกมที่ค่อนข้างชัดเจน ทำให้ทางการีนาตัดสินใจรีแบรนด์ครั้งใหญ่ในปี 2560 เปลี่ยนชื่อเป็น Sea (Group) บริษัทแม่ที่คอยดูแลธุรกิจทั้ง 3 แบรนด์ ได้แก่ การีนา, แอร์เพลย์ และช้อปปี้
สำหรับประเทศไทย การีนา เริ่มต้นเข้ามาทำตลาดครั้งแรกในปี 2555 เป็นที่รู้จักในกลุ่มของคนเล่นเกมและเหล่าบรรดาเกมเมอร์ระดับโปร โด่งดังมากขึ้นจนเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากเกม ROV ซึ่งสร้างเซอร์ไพรส์ให้วงการเกมอย่างมาก เพราะเปิดโลกของเกมให้กว้างขึ้น จากเดิมที่เกมเสมือนเป็นโลกของผู้ชายแต่วันนี้กลับมีผู้เล่นเพศหญิงเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
สร้างอิมแพคให้วงการเกมเมืองไทยได้อย่างมหาศาลจากการจัดอีสปอร์ตขึ้นอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ เกมจึงกลายเป็นทั้งกีฬา ทั้งอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับใครหลายๆ คน สามารถเปลี่ยนภาพลบการมองเกมของคนไทยให้ดียิ่งขึ้น
ต่อมาปี 2557 การีนา ประเทศไทย ได้เป็นประเทศแรกที่เปิดตลาดให้กับแอร์เพลย์และได้นำช้อปปี้เข้ามาในปี 2558 หลังจากนั้นจึงได้รีแบรนด์เป็น Sea ไปพร้อมกับบริษัทแม่ที่สิงคโปร์โดย Sea (ประเทศไทย) ถือได้ว่าเป็นประเทศแรกที่มีโปรดักต์ครบทั้ง 3 แบรนด์
ปัจจุบัน การีนา หรือ Sea (ประเทศไทย) กลายเป็นตลาดหลักที่ผลิตภัณฑ์และบริการบนอินเตอร์เน็ตแฟลตฟอร์มของ Sea ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง
ในส่วนของการีนา ซึ่งนับว่าเป็นธุรกิจเรืองธงที่มีการเติบโตมากที่สุด ปัจจุบันมียอดผู้ลงทะเบียนไปแล้วกว่า 35 ล้านบัญชีบนเกมประเภทพีซี และ 40 ล้านบัญชีบนเกมมือถือ ทั้งยังมีเกมยอดนิยมต่างๆ มากมาย เช่น ROV, Speed Drifters และ FIFA Online
ทั้งยังนับได้ว่าเป็นบริษัทคนไทยผู้พัฒนาเกมที่มีศักยภาพไม่แพ้ชาติอื่นๆ จากการสร้างสรรค์เกม Free Fire เกมมือถือที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว สามารถขยายฐานผู้เล่นไปได้ทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศแถบละตินอเมริกา ปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดสูงถึง 450 ล้านดาวน์โหลด มีผู้เล่นพร้อมกันสูงสุดต่อวันถึง 50 ล้านคน ขึ้นแท่นเป็นเกมออนไลน์ Free to Play ที่มียอดดาวน์โหลดสูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก
สำหรับช้อปปี้ มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea (ประเทศไทย) ยอมรับว่า แม้ภาพรวมของทั้งอุตสหกรรมจะเติบโตถึง 62% แต่ในแง่ของการสร้างรายได้อาจยังไม่ดีมากนัก ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้เล่นทุกรายเจอเช่นเดียวกัน เนื่องจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยยังอยู่ในขั้นของการศึกษาและทดลองตลาด พร้อมทั้งเชื่อว่าเมื่อคนไทยเริ่มมีความเข้าใจมากขึ้น ธุรกิจจะเติบโตขึ้นเอง
“ที่ผ่านมา เราได้พยายามศึกษาและทดลองตลาด ทำแคมเปญต่างๆ มากมาย ซึ่งก็ได้ผลการตอบรับค่อนข้างดี เราพยายามโตไปพร้อมๆ กับตลาด ทั้งกับผู้ซื้อและผู้ขาย การเทรนด์ด้านการขาย ซึ่งทำก็ทำให้จำนวนผู้ขายเพิ่มขึ้น 150% อย่างตอนที่เราทำช้อปปี้ไลฟ์ ก็ทำให้มียอด Engage เพิ่มขึ้น มีคนกดเข้าไปดูในช้อปเพิ่มขึ้นถึง 30%”