“Key Strategy ของไลน์แมนในปีนี้จะอยู่ที่การใช้ Emotional Value เข้ามาทำให้ไลน์แมนมีภาพออกมาเป็นคน ไม่ใช่แค่การเป็นแอพพลิเคชั่น เนื่องจากเราต้องการมอบประสบการณ์การให้บริการที่ประทับใจให้กับลูกค้าผ่านโมเม้นต์ มาร์เก็ตติ้งที่ถูกครีเอทจากการใช้บิ๊กดาต้า เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ด้านอารมณ์ของลูกค้าได้มากที่สุด”
นั่นคือคำกล่าวของ วรานันท์ ช่วงฉ่ำ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาธุรกิจและการตลาดไลน์แมน ที่สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการขับเคลื่อนแบรนด์ของไลน์แมนในตลาดฟู้ด เดลิเวอรี่ของบ้านเราได้เป็นอย่างดี โดยไลน์แมนต้องการที่จะใช้โมเม้นต์ มาร์เก็ตติ้งนี้ เข้ามาสร้างความผูกพันด้านอารมณ์หรือ Emotional Bonding ซึ่งจะมีผลต่อการผลักดันให้ไลน์แมน ถูกนึกถึงเป็นแบรนด์แรกๆ ในกรณีที่จะใช้บริการฟู้ด เดลิเวอรี่
วรานันท์ บอกว่า ที่ผ่านมา ความแตกต่างในเรื่องของ Functional Value ของไลน์แมนสามารถจับต้องได้ชัดเจน และมีความแข็งแกร่งแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการมีจำนวนร้านอาหารที่มากกว่าถึง 50,000 ร้านค้า รวมถึงการมีเมนูอาหารที่หลากหลาย และการบริการที่ดีจากไลน์แมน จึงต้องการก้าวไปอีกขั้นด้วยการสร้างความแตกต่างด้าน Emotional Value โดยเอาบิ๊กดาต้าเข้ามาวิเคราะห์เพื่อจับเทรนด์ว่าช่วงเวลานั้นๆ ลูกค้านิยมกินอะไร เพื่อนำมาครีเอทเป็นเมนู เฉพาะที่หาจากผู้ให้บริการอื่นๆ ไม่ได้ โดยจะเข้าไปร่วมมือกับร้านค้าเพื่อพัฒนาเมนูที่อยู่ในกระแส
การสร้างคุณค่าทางความรู้สึก หรือ Emotional Value นี้ จะเข้ามาช่วยส่งเสริม กลยุทธ์โมเม้นต์ มาร์เก็ตติ้ง ที่ไลน์แมนได้วิเคราะห์วิเคราะห์ โดยการจับกระแสตลาด แล้วส่งโปรโมชันไปยังกลุ่มผู้ใช้บริการ ได้ตรงกับโปรโมชันจัดขึ้น ในเวลาที่ถูกต้อง เมื่อผู้บริโภคได้รับข้อมูล จะกระตุ้นการซื้อได้อย่างรวดเร็วจนสร้างปรากฏการณ์ยอดสั่งชานมไข่มุกเพิ่มขึ้น 50 เท่า หรือสามารถขายขนมเอแคลร์ที่ร่วมมือกับร้านอาฟเตอร์ ยู ทำออกมาในช่วงเดือนสิงหาคมได้มากถึง 200,000 ชิ้นภายในหนึ่งเดือน ล่าสุดยังมีการจับมือกับร้านอาฟเตอร์ ยู ทำขนมท๊อฟฟี่เค้กที่ออกมาขายเฉพาะการสั่งผ่านไลน์แมนอีกด้วย
กลยุทธ์นี้ ยังเป็นการเข้ามาช่วยเพิ่มความถี่ในการใช้บริการ เป็นเสมือนการเพิ่ม Occasion ในการใช้จากเดิมที่เป็นการใช้บริการเมื่อรู้สึกหิว มาสู่การเพิ่มโอกาสในการสั่งผ่านโมเม้นต์ต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่า โอกาสในการเพิ่มความถี่ในการใช้บริการจะมีมากขึ้นตามไปด้วย จากปัจจุบันที่ไลน์แมนมีฐานลูกค้าที่เป็น Active User ประมาณ 1.5 ล้านราย มีการใช้บริการเฉลี่ยมากกว่า 1 ครั้งต่อเดือน โดยในส่วนที่ Active มากๆ จะมีการใช้บริการเฉลี่ยสัปดาห์ละครั้ง