“ในมุมของธุรกิจเราก็ได้นำเสนอสินค้าในกลุ่มนี้ สองคือในมุมของลูกค้าที่ได้ร่วมทำบุญโดยที่ไม่ต้องกินแบบหลักร้อย หลักพัน เงินแค่ไม่กี่สิบก็สามารถช่วยเข้าแคมเปญได้”
สุดท้ายแล้วสิ่งที่มาเชื่อมต่อเรื่องราวทั้งหมดก็เกิดจาก Brand Purpose ของบาร์บีคิวพลาซ่า ที่มีความแข็งแรง และชัดเจนอย่างมาก
“ดาวเหนือของบาร์บีคิวพลาซ่าที่เราพูดมาโดยตลอดคือ เราจะเป็นแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจผ่านมื้ออาหาร แคมเปญนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่สร้างขึ้น”
ถ้าถามว่า ทำไมบาร์บีคิวพลาซ่า “ถึงกล้าเสี่ยง” เราก็คงได้คำตอบกันไปแล้วถึงสิ่งที่หลงเหลือให้สังคมได้หยุดคิดให้ทุกฝ่าย จากเสียงของแบรนด์สู่แรงกระเพื่อมให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชนเข้ามาร่วมกันแก้ไข ผลประโยชน์ก็กลับไปอยู่กับ “การศึกษา” และ “เยาวชน” อย่างแน่นอน
ป้าย “บาบีคิ้วพาซ่า” ได้ถูกเปลี่ยนกลับมาเป็นแบบเดิมแล้ว เมื่อวันที่ 8 กันยายน โดย UNESCO ถือเป็น "วันการรู้หนังสือสากล" โดย UNESCO เท่ากับเป็นการแสดงว่าทุกคนได้ผ่านการเรียนรู้ ผ่านการแก้ไขจนกลับมาสะกดถูกอีกครั้ง ถ้าเรียกว่านี่คือ “หน้าประวัติศาสตร์” ของแบรนด์ก็คงไม่ใช่คำที่ดูเวอร์ไป
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมีเหตุผล และความหมายที่หลงเหลือไว้มากมาย สำหรับ ใครไม่ได้ไป Selfie กับป้ายไว้ก็ถือว่าน่าเสียดาย เพราะทีมงานก็เชื่อว่า จะ “เล่นใหญ่ ไร้กรอบ” เบอร์นี้ คงไม่ได้มีให้เห็นได้ง่ายๆ
บุณย์ญานุช ทิ้งท้ายว่า “สิ่งที่เราทำจะทำต่อก็คงมีอะไรอีกหลายอย่างที่เกี่ยวกับการศึกษา ที่จะพูดถึงอนาคตของชาติในวิธีการแบบบาร์บีคิวพลาซ่า” ก็คงต้องรอชมกันต่อไป ว่าต่อๆ ไป บาร์บีคิวพลาซ่า จะสร้างเซอร์ไพรส์อะไรให้กับคนไทยอีก