มุมมองที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงของการเปิดโรบินสันไลฟ์สไตล์ ลาดกระบัง ก็คือ โรบินสัน ไม่ได้มองเรื่องของ Catchment Area เป็นระยะทางหรือรัศมีกี่กิโลเมตร แต่มองในลักษณะของระยะเวลาในการขับรถจากบ้านมาที่ศูนย์การค้า โดยต้องมีระยะเวลาในการขับรถไม่เกินครึ่งชั่วโมง ซึ่งนั่นถือเป็นรูปแบบของศูนย์การค้าที่อยู่ในชุมชนจริงๆ
วุฒิเกียรติ บอกว่า โอกาสทางการตลาดของศูนย์การค้าคอมมูนิตี้มอลล์แบบปิดในพื้นที่กรุงเทพฯ และอปริมณฑลยังมีอีกค่อนข้างมาก เพราะการขยายตัวของชุมชนยังมีออกมาอย่างต่อเนื่องตามการเติบโตของเมือง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ติดกับส่วนต่อของแนวรถไฟฟ้า ขณะที่บางพื้นที่อย่างย่านฝั่งธนฯ ก็ยังไม่มีศูนย์การค้าในชุมชนมากนัก โดยเฉพาะกับสาขาของโรบินสันที่มีแค่เพียง 1 สาขาคือที่บางแค
“โรบินสัน มองตัวเองเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ที่ไซส์หรือขนาดจะเล็กกว่าศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่มีบริษัทในเครือของกลุ่มเซ็นทรัลเช่นกันคือเซ็นทรัลพัฒนาทำอยู่ถึง 3 – 4 เท่า จึงน่าจะเติบโตได้ตามการขยายตัวของชุมชน ซึ่งศูนย์การค้าแนวนี้จะเข้าไปช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนในชุมชนที่ใช้เวลาขับรถมาไม่เกิน 30 นาที เพราะถ้าใช้เวลาเกินกว่านั้น จะเป็นการตั้งใจไปที่ศูนย์การค้าขนาดใหญ่หมด เช่นเดียวกับการเติบโตในต่างจังหวัดก็ยังมีแนวโน้มที่ดี ตามการเติบโตของสังคมเมือง และการเพิ่มขึ้นของคนชั้นกลาง”