ธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทย ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดรวม 385,000 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่ม Chain Restaurant 110,000 ล้านบาท (เติบโต 2.9 – 5.9%) และกลุ่ม Non-chain Restaurant 275,000 ล้านบาท (เติบโต 6.9 – 8.9%) ต่างกำลังเผชิญกับความท้าทาย จากการแข่งขันที่สูงขึ้น ไม่เพียงแต่มีผู้ประกอบการเดิมเท่านั้น ยังมีผู้เล่นหน้าใหม่ ทั้งรายใหญ่ – รายเล็ก ตบเท้าเข้าตลาดอย่างต่อเนื่อง
ที่สำคัญโจทย์ใหญ่ด้านการตลาดได้เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับการแข่งขัน และพฤติกรรมผู้บริโภค นับตั้งแต่ยุค 1.0 ที่เป็น Product Centric มาถึงยุค 2.0 Customer Centric จากนั้นขยับไปสู่ยุค 3.0 Social Centric และเข้าสู่ยุค 4.0 ที่เป็น Individual ที่ทุกอย่างเชื่อมต่อกันด้วยดิจิตอล
แม้ความอร่อย สะอาด และบริการที่ดีเยี่ยม จะยังคงบทบาทสำคัญต่อการทำตลาด แต่ผู้บริโภคในยุค 4.0 นี้ มีความต้องการที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเบเนฟิตพื้นฐานในเรื่องที่กล่าวมา โดยเฉพาะในมุมของความต้องการ การตอบโจทย์ด้านการมอบประสบการณ์ใหม่ๆ
ทำให้คำว่า EAT ในความหมายเดิมๆ ที่หมายถึงการรับประทาน ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว และ EAT ในนิยามใหม่ จะเป็นเรื่องของรสนิยมในการบริโภคที่ประกอบไปด้วย
E – Experience ผู้บริโภคชอบประสบการณ์ใหม่ๆ ที่แบรนด์ร้านอาหารมอบใหม่
A – Art การนำเสนอของร้านอาหาร ต้องผนวกเรื่องของดีไซน์เข้าไปด้วย ทั้งบรรยากาศของร้าน และตัวอาหาร ความต้องการในเรื่องที่ว่านี้ทำให้ฟู้ด สไตลิสต์ เข้ามามีบทบาทค่อนข้างมากในปัจจุบัน
T – Taste & Style การรับประทานอาหารของผู้บริโภคแต่ละครั้งมีเรื่องของสไตล์และรสนิยมเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น
สำหรับการแข่งขันในตลาดเชนร้านอาหาร แม้จะอยู่คนละเซ็กเม้นต์ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าจะต้องแข่งกันทั้งทางตรงและทางอ้อม เพราะพื้นที่กระเพาะของผู้บริโภคมีจำกัด การทำให้แบรนด์เป็นทางเลือกแรกๆ ของผู้บริโภคในการรับประทานอาหารจึงกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของผู้ประกอบการแต่ละราย โดยการแข่งขันที่เปลี่ยนไปจะออกมาในรูปแบบของ
1.มุมมองต่อการทำการตลาดเปลี่ยนแปลงไปจากการโฆษณา มาสู่การสร้าง Engagement โดยเครื่องมืออย่างดิจิตอลเข้ามามีบทบาทต่อการทำตลาดมากขึ้น
2.การส่งมอบประสบการณ์ใหม่ๆ เป็นหัวใจสำคัญในการทำตลาด จึงไม่แปลกที่เราเห็นเชนร้านอาหาร มีการนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้า อย่างกรณีของบาร์บีคิวพลาซ่า ที่นำเรื่องของกระทะดำ เข้ามาสร้างความแปลกใหม่ เป็นต้น
3.กลยุทธ์ในเรื่องของ Brand Portfolio ทวีความสำคัญมากขึ้น เพราะผู้บริโภคมีความหลากหลาย จึงต้องมีแบรนด์ที่หลากหลายเพื่อให้สามารถตอบโจทย์
4.การเข้าสู่ยุค 4.0 ที่มุ่งตอบโจทย์ความเป็น Individual นั้น ผู้บริโภคเลือกเฟ้นมากขึ้น ไม่ได้จ่ายเงิน เพียงเพื่อเสพแค่รสชาติอาหารอร่อยเท่านั้น แต่ทุกวันนี้เราจะเห็นภาพคนยืนต่อแถวร้านที่มีคนไปใช้บริการมากมาย และคนยอมจ่ายค่าอาหารราคาแพง เพื่อให้ได้มาซึ่ง “ประสบการณ์” ในการดื่มด่ำกับรสชาติอาหาร – บริการ บรรยากาศของสถานที่ และช่วงเวลาของการอยู่กับครอบครัว หรือคนรู้ใจ
เพราะฉะนั้นแนวทางสร้างการเติบโตในธุรกิจอาหารยุค 4.0 ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องสามารถตอบสนอง “จริตผู้บริโภค ครบทั้ง 5 Senses” ทั้งรูป, รส, กลิ่น, เสียง และสัมผัส หรือที่เรียกว่า Sensory Marketing
คำว่า Experience กลายเป็นหัวใจของการทำตลาดร้านอาหารในยุค 4.0 ไปแล้ว ขณะที่มุมมองของการขายอาหาร ถูกเปลี่ยนไปสู่การขายความสุข ซึ่งเป็นการนำเรื่องของ Emotional เข้ามาเป็นตัว Approach ผู้บริโภค เหมือนกับกรณีของบาร์บีคิวพลาซ่าที่เปลี่ยนแนวคิดจากการขายอาหารมาสู่การสร้างความสุขให้คนไทย โดยสื่อสารแนวคิดนี้ผ่านทุก Touchpoint ไม่เว้นแม้แต่การให้บริการของพนักงานในร้าน