ขณะที่แผนการบริหารงานหลังจากนี้ จะมีการย้ายโอนทรัพย์สิน และพนักงานทั้งหมดของ บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด มาอยู่ภายใต้การดูแลของพีเอช แคปปิตอล โดยทางกลุ่มผู้บริหารและพนักงานของยัม ยังคงเป็นผู้ดูแลและขับเคลื่อนการทำตลาดให้กับแบรนด์พิซซ่าฮัทเช่นเดิม โดยวางเป้าหมายเติบโตเพิ่มขึ้นแบบเท่าตัว ในช่วง 4 ปีแรก ทั้งการลงทุนเพิ่มสาขาใหม่อีก 100 แห่ง รวมทั้งรีโนเวทสาขาเดิมที่มีในปัจจุบันรวม 92 แห่ง ให้มีความทันสมัย สามารถให้บริการลูกค้าได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยพยายามขยายพื้นที่ของสาขาใหม่ให้กระจายตัวมากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงแบรนด์ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มสาขาใหม่ๆ ในต่างจังหวัดที่มีความพร้อม ทั้งเรื่องของไลฟ์สไตล์และกำลังซื้อ เนื่องจากปัจจุบันจำนวนสาขาเดิมที่เปิดให้บริการอยู่นั้น มากกว่า 80% อยู่ใน กทม.
“ยุทธศาสตร์ต่อจากนี้ นอกจากการทุ่มงบปรับโฉมร้านพิซซ่าฮัท ในปัจจุบัน ให้เป็นรูปแบบใหม่ที่มีความทันสมัย พร้อมที่นั่งรับประทาน และมีบริการจัดส่งถึงบ้านแบบสะดวกรวดเร็ว รวมถึงแผนทยอยเปิดสาขาใหม่ในปีแรกราว 10 -15 สาขา จนครบ 100 สาขา ในอีก 4 ปีข้างหน้าตามแผนแล้ว บริษัทจะเน้นเรื่องการพัฒนารสชาติใหม่ๆ ที่ถูกใจลูกค้าคนไทย การทำกิจกรรมทางการตลาดผ่านสื่อทั้งออฟไลน์และออนไลน์เพื่อสื่อสารกับผู้บริโภครุ่นใหม่อย่างสม่ำเสมอ การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงบริการของพิซซ่าฮัทได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงการให้ความสำคัญในเรื่องของความคุ้มค่าในราคาที่คนไทยเข้าถึงอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดโปรโมชั่นที่คุ้มค่า ซึ่งจะทำให้พิซซ่าฮัท ก้าวสู่การเป็นแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภคเป็นอันดับหนึ่งในไทยได้สำเร็จ”
ด้าน วรวรรณ เพียรลิขิตวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป พิซซ่าฮัท บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การเข้ามาบริหารแบรนด์พิซซ่าฮัทของพีเอช แคปปิตอล เป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสององค์กรคือ พิซซ่าฮัทซึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารแบรนด์ร้านอาหารบริการด่วนระดับโลกมายาวนาน ขณะที่ Local Partner อย่างพีเอช แคปปิตอลจะมีศักยภาพ ทั้งทางด้านการเงินและความเป็นมืออาชีพที่ความเชี่ยวชาญในธุรกิจอาหารมาอย่างยาวนาน ทำให้สามารถเข้าใจตลาดและเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างทั่วถึง นับเป็นความร่วมมือที่จะเข้ามาช่วยกันสร้างแบรนด์พิซซ่าฮัทให้แข็งแกร่งตามเป้าหมายที่วางไว้
“ความร่วมมือทางธุรกิจในครั้งนี้ จะทำให้พิซซ่าฮัทสามารถเติบโตได้อย่าก้าวกระโดด ต่อยอดความสำเร็จจากปี 2016 ที่พิซซ่าฮัทสามารถเติบโตได้ถึง 2 หลัก ขณะที่โอกาสในการเติบโตของตลาดพิซซ่าที่ปัจจุบันมีมูลค่าราว 5-6 พันล้านบาท ก็มีโอกาสขยายตัวได้อีกสูงมาก หากเปรียบอัตราการบริโภคของคนไทย ที่เข้ามารับประทานในร้านราว 45 วันต่อครั้ง กับในบางประเทศที่การเข้ามาใช้บริการถี่กว่านี้มาก ประกอบกับจำนวนสาขาที่มีเพียง 92 แห่ง ซึ่งยังมีพื้นที่ให้สามารถขยายสาขาเพิ่มเติมได้อีกเป็นจำนวนมาก”