แผนการขยายสาขาในประเทศของคาซ่า ลาแปงนั้น จะมีการรร่วมมือกับศูนย์การค้าต่างๆ เพื่อเข้าไปเปิดสาขาในศูนย์ อย่างในศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิลด์ จะเป็นการเข้าไปเป็นสาขาที่เป็น “แฟลกชิพ สโตร์” หลังจากที่สาขาในสุขุมวิท 26 จะเป็นแฟลกชิพ สโตร์ แห่งแรกที่มีการดีไซน์บรรยากาศภายในร้านให้ลูกค้าสามารถเข้ามาใช้ชีวิตได้ตลอดทั้งวัน โดยจะมีการออกแบบบาร์ให้มีวาไรตี้ เป็นสโลว์ บาร์ รวมถึงดีไซน์บรรยากาศของร้านให้เป็น “สเปเชียลตี้ คอฟฟี่” มากขึ้น
ตลาดร้านกาแฟที่มีอยู่ในปัจจุบัน จะแบ่งออกเป็น ร้านทั่วไปที่เป็น “คอมเมอร์เชียล แมส” ส่วนใหญ่จะเป็นเชนกาแฟที่มีอยู่มากมายในบ้านเรา ร้านประเภทที่ 2 จะเรียกว่า “สเปเชียลตี้ คอฟฟี่” ซึ่งนิยามของมันจะประกอบไปด้วย
1.ต้องได้คะแนนจากสถาบันที่วัดมาตรฐานในเรื่องของกาแฟไม่ต่ำกว่า 80 คะแนน
2.สามารถบอกแหล่งที่มาที่ไปของกาแฟได้
3.การทำกาแฟสามารถสกัดกาแฟได้หลากหลายวิธี
4.สกิลของบาริสต้า ต้องผ่านสกิลที่เป็นมาตรฐาน
สำหรับในเมืองไทย ร้านกาแฟที่เป็น “สเปเชียลิตี้ คอฟฟี่” ส่วนใหญ่จะเป็นร้านเล็กๆ และกระจุกตัวอยู่ในซอยทองหล่อมากกว่า 40 แบรนด์ ซึ่งคาซ่า ลาแปง ถือเป็น 1 ในนั้น และนักท่องเที่ยวต่างชาติรู้จักร้านกาแฟประเภทนี้ได้ดี โดยเฉพาะในซอยทองหล่อที่ถูกเรียกขานว่าเป็น “เดสทิเนชั่น” ของ “สเปเชียลตี้ คอฟฟี่”