อัพ-ทรงศีล ทิวสมบุญ กล่าวว่า “ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดระหว่างการประกวดในปีแรกกับปีที่สองนี้คือเด็กๆ มีพัฒนาการมากขึ้น การคัดเลือกผลงานของคณะกรรมการก็ยากลำบากมากขึ้นด้วย เพราะผลงานแต่ละชิ้นล้วนมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่น่าสนใจแตกต่างกันไป เราได้เห็นการใช้เทคนิคใหม่ๆ จากผลงานหลายชิ้น แม้แต่การนำปากกาที่หมึกใกล้หมดแล้วมาไล่น้ำหนักของแสงและเงาก็ถือเป็นเทคนิคที่น่าสนใจมากในปีนี้ สำหรับเกณฑ์ในการตัดสินผลงานแน่นอนว่านอกจากเรื่องของฝีมือแล้ว ภาพจะต้องสร้าง First Impression ได้ และต้องมีเนื้อเรื่องน่าสนใจที่สำคัญจะต้องเข้าไปกระทบใจคนดูได้ด้วย สุดท้ายคือเรื่องของเทคนิคการใช้ปากกาที่สำคัญไม่แพ้กันเพราะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการถ่ายทอดจินตนาการของเราซึ่งต้องอาศัยวิธีคิดและฝึกฝนทักษะกันพอสมควร เรียกว่ากว่าจะคัดเลือกให้เหลือ 120 ชิ้นได้ กรรมการพิจารณากันหลายรอบและใช้เวลากันนานทีเดียว สำหรับการส่งผลงานในปีที่ 3 นี้ ไม่อยากให้น้องๆ พลาดเลย ถ้าเราตัดเรื่องของการแข่งขันออกไปเราจะรู้ว่าเวทีนี้เป็นพื้นที่ในการฝึกฝนและพัฒนาความสามารถของตัวเองได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญถือเป็นโอกาสในการก้าวเข้าสู่วงการอีกด้วย”
โอ๋-หทัยรัตน์ เจริญชัยชนะ กล่าวถึงผลงานที่ชนะเลิศว่า “นอกจากลายเส้นที่สวยสะดุดตาแล้ว เรื่องของเทคนิคการใช้สีถือว่าสามารถเลือกใช้คู่สีได้สวยมากๆ มีการหยิบปากกาสีม่วงและสีน้ำเงินมาใช้ผสมกับสีแดงและสีเขียว ซึ่งแตกต่างจากสีหลักทั้งสีดำและสีแดงที่เราเห็นโดยทั่วไป เท่านั้นไม่พอยังมีคอนเซ็ปต์การเล่าเรื่องที่น่าสนใจอย่างมากไม่ว่าจะเป็นการพูดถึง “แม่” และ “ความรัก” ให้ถ่ายทอดผ่านลายเส้นออกมาเป็นภาพวาดที่เข้าไปกระทบถึงใจคนดูได้ โอ๋ว่าตรงนี้สำคัญ ถือว่าเป็นศิลปินที่สามารถถ่ายทอดทั้งความเป็นตัวเองและความมีแบบฉบับในการคิดผลงานให้เกิดขึ้นเป็นคาแรคเตอร์ใหม่โดยที่ไม่ได้วาดสิ่งที่มีอยู่แล้ว ซึ่งมันตอบโจทย์ความเป็น I AM ORIGINAL จริงๆ”
ปอม-ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง กล่าวว่า “สิ่งสำคัญที่น้องๆ ทุกคนได้จากเวทีนี้ไม่ว่าผลงานจะได้รับรางวัลหรือไม่ก็ตาม คือประสบการณ์ที่จะติดตัวไปตลอด นอกจากนี้ทุกคนยังได้สัมผัสถึงความสามารถของตัวเองผ่านปากกาที่ใช้แบบเดียวกันแต่สามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้แตกต่างกันด้วยเทคนิคและวิธีคิดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แต่ละคนมี สำหรับใครที่พลาดรางวัลในปีนี้อย่าเสียใจ เพราะที่สุดแล้วการได้มาโชว์ผลงานของตัวเอง นอกจากเป็นความภูมิใจครั้งหนึ่งแล้วยังเป็นเส้นทางในการก้าวเข้าสู่อาชีพสายนี้อีกด้วย สุดท้ายปอมอยากให้น้องๆ รุ่นใหม่มีความอดทน ขยันที่จะฝึกฝนและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ และมีหัวใจของความเป็นออริจินัลอยู่ในตัว ปอมเชื่อว่าทุกคนจะสามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้ดีอย่างแน่นอน”
ชัชดนัย วัฒนวงษ์คีรี ผู้ชนะเลิศกล่าวว่า “เวทีนี้เป็นเวทีแรกในการประกวดของผม ถึงปีที่แล้วจะไม่ได้รับรางวัลอะไรแต่ได้ผ่านเข้ามาแสดงผลงานของตัวเองก็ดีใจมากแล้ว หลังจากนั้นก็ตามข่าวโครงการมาตลอดจนเปิดรับสมัครเป็นปีที่ 2 ผมคิดคอนเซ็ปต์และสเก็ตช์งานไว้หลายอย่างเลย จนสุดท้ายมาถึงจุดเปลี่ยนความคิดที่กลายเป็นแรงบันดาลใจว่าในชีวิตตัวเองก็มีแค่แม่กับผมสองคน ภาพในหัวมันเลยคิดย้อนไปตั้งแต่เด็กจนโตที่แม่ลำบากเพื่อเรามาตลอด วันนี้เลยอยากทุ่มเททำผลงานสักชิ้นให้แม่และผมตั้งใจกับงานชิ้นนี้มาก ผมใช้เทคนิคการวาดเส้นด้วยวิธีการสานเส้นที่ผสมผสานปากกาสีต่างๆ เริ่มลงจากสีอ่อนไปเข้มไล่จากสีเขียว ฟ้า ไปจนถึงสีดำ และควบคุมน้ำหนักของเส้นด้วยเบอร์ของหัวปากกา PIGMA MICRON พอส่งผลงานแล้วก็ภาวนาในใจว่าถ้าปีนี้ได้รางวัลจะเอาเงินให้แม่และปิดร้านให้แม่สักวันจะพาเค้าไปกินบุฟเฟ่ต์มื้อใหญ่ที่แม่ยังไม่เคยกินเลยครับ (ยิ้ม)”
เรียกได้ว่าโครงการ PIGMA MICRON I AM ORIGINAL นอกจากจะเป็นพื้นที่ในการพัฒนาศักยภาพและจุดประกายแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทยเพื่อเป็นศิลปินที่มีคุณภาพในอนาคตแล้ว ยังเป็นโครงการที่รวมเสน่ห์ของงานศิลปะในแบบฉบับของความเป็นออริจินัลมาจัดแสดงผ่านนิทรรศการได้อย่างน่าสนใจ อีกทั้งยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสในการก้าวสู่เส้นทางการเป็นศิลปินรุ่นใหม่ของวงการที่มีหัวใจของนักคิดและนักสร้างสรรค์อย่างเต็มตัวและพร้อมที่จะเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งศิลปะที่เติบโตอย่างสวยงามต่อไป
พบกับสุดยอดผลงานศิลปะสร้างสรรค์ผ่านลายเส้น SAKURA PIGMA MICRON
ได้ใน PIGMA MICRON I AM ORIGINAL ปี 3 อีกไม่นานเกินรอ!!