ไม่ใช่แค่การสร้างช่องทางขายทางดิลิเวอรี่ให้มีความหลากหลาย ศิรุวัฒน์ ยังอธิบายอีกว่า ต้องใส่ใจในเรื่องของ Functional ด้วย ทั้งเมนู แพ็กเกจ ราคา การชำระเงิน การจัดส่ง คือต้องคิดทั้งระบบของการทำดิลิเวอรี่ เพราะไม่ใช่สินค้าทุกเมนูจะขายดิลิเวอรี่ได้ การคิดแบบทั้งระบบที่เข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคและยึดตามตัวตนของแบรนด์จะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เรายังเห็นการปรับตัวของเซ็นที่มากกว่าการปรับตัวมาขายในช่องทางดิลิเวอรี่มากขึ้น คือการสร้าง “Cloud Kitchen” ของตัวเอง ภายใต้แบรนด์ในเครือที่ได้รับผลกระทบออกมาเป็น Virtual Store หรือการไขว้แบรนด์ในเครือเพื่อลดต้นทุน และใช้ศักยภาพที่มี ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
อย่างร้านอาหารที่เปิดสาขาในห้าง หลายๆ แบรนด์ในเครือ ก็มารวมกำลังคนและใช้ครัวเดียวกันในการผลิตอาหารไปยังช่องทาง ขาย ศิรุวัฒน์ ก็อธิบายว่า นี่คือการระดมสรรพกำลังโดยใช้ความสามารถที่มีเป็นการสร้าง Cloud Kitchen ในแบบเราเอง มากไป กว่านั้นยังทำให้เราทำงานหนักเพื่อศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคมากยิ่งขึ้นด้วย
ลองมาดู Virtual Store ของเซ็นกันบ้างว่ามีแบรนด์อะไรไขว้กัน และใช้ความสามารถใดร่วมกันบ้าง ข้าวราดแกงเขียง เป็นการ ขายข้าวผัดพริกแกง แกงเขียวหวาน แกงใต้ที่ร้านเขียง และ ZEN, Musha เมนูข้าวหน้าล้น Donburi แบบญี่ปุ่นขายที่ Musha และ ZEN, แบรนด์ Yummour (ยำมั่ว) ขายยำที่ร้านตำมั่ว, MooMoo ก็มารวมกันที่ร้าน AKA, ข้าวมันไก่คุณย่า ขายข้าวมันไก่สูตร ดั้งเดิม น้ำจิ้มรสเด็ดที่ร้านเขียง
“เมื่อดูจากฐานลูกค้า เราไม่สามารถส่งอาหารให้กับลูกค้าได้ทุกวัน โจทย์ก็คือเราจะทำยังไงให้ภายใน 1 สัปดาห์ ลูกค้าต้องสั่ง อาหารกับเราให้ได้ จึงทำให้เราสร้างแบรนด์เฉพาะกิจขึ้นมาอย่าง “ข้าวมันไก่คุณย่า” และกำลังจะมี ไก่ทอด “ชิคเค้น เซ็น” เป็น การเติมเต็มช่องว่างของแบรนด์ในเครือด้วยการสร้างดีมานด์ใหม่ และ Segment ใหม่ขึ้นมา แต่บนพื้นฐานทั้งหมดต้องมีความ ชัดเจนในตัวตนของเราที่ไม่ใช่เล่นแบบแฟชั่น เพราะเมื่อหมดวิกฤตเราก็ต้องกลับมาขายแบบเดิมลูกค้าจะไม่ลืมตัวตนของเรา”