ส่วนขั้นตอน Passenger Reconciliation System (PRS) จะเริ่มใช้ที่ KLIA2 ก่อน และจะตามด้วยสนามบินที่แอร์เอเชียให้บริการในเมืองอื่นๆ ของประเทศมาเลเซีย โดยระบบดังกล่าวจะเป็นระบบการสแกนบัตรโดยสารเพื่อตรวจสอบข้อมูล แทนการยื่นบัตรให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสนามบิน ยิ่งไปกว่านั้นแอร์เอเชียยังวางแผนนำระบบบัตรโดยสารดิจิทัลมาใช้ โดยจะสามารถสแกนที่หน้าประตูทางออกขึ้นเครื่องได้เลย ซึ่งแทนการยื่นบัตรโดยสารให้เจ้าหน้าที่ตรวจเเละฉีกเก็บบัตรโดยสารส่วนหนึ่งไว้
ด้านแอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือจะมีการพัฒนาระบบการสแกนหน้าพาสปอร์ตผ่านแอพพลิเคชั่น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารในขั้นตอนเช็คอินด้วยตัวเองและลดการเช็คอินที่หน้าเคาน์เตอร์ รวมถึงในอนาคตจะพัฒนาและเพิ่มฟังค์ชั่นต่างๆ เช่น การสแกนวีซ่า เพื่อความสะดวกรวดเร็วสำหรับผู้โดยสาร
จาเวด มาลิก หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการภาคพื้น กลุ่มสายการบินแอร์เอเชียกล่าวว่า นอกจากมาตรการด้านความปลอดภัยภาคพื้น เช่น การกำหนดจุดเว้นระยะห่าง พนักงานปฏิบัติหน้าที่ต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันแล้ว เรายังมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการลดขั้นตอนการสัมผัสทางกายภาพ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และก่อให้เกิดการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้โดยสารได้เดินทางอย่างมีสุขอนามัยที่ดีในสภาพแวดล้อมการเดินทางทางอากาศแบบใหม่ ทั้งนี้ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับมาตรการด้านความปลอดภัย สามารถตรวจสอบได้ ที่นี่