‘Specialty Food’ กลายเป็นทางเลือกบริโภคนิยมเพื่อสุขภาพที่ดี ที่เกิดกระแสกินคลีนไปทั่วโลก
เขย่าอาณาจักรที่ประกอบธุรกิจด้านอาหารอย่าง บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF ที่เล็งเห็นโอกาสในการสร้างรายได้ในอาหารประเภทนี้ ร่วมมือกับผู้นำอาหารแห่งอนาคตระดับโลกคิดค้นสูตรอาหาร รวมถึงนำบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ ออกวางจำหน่าย ส่งถึงมือผู้บริโภคทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
มอบประสบการณ์ดี ๆ ในชั่วโมงแห่งการกิน ที่สร้างความสุข ความประทับใจผ่านรสชาติอาหารที่ผลิตออกมาได้อย่างถูกปาก เสิร์ฟโปรดักต์ที่ทำจากวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างดี มีคุณภาพเกรดสูง และผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานในระดับสากล
‘Specialty Food’ ได้แก่ อาหาร Ethnic Oriental Food และอาหารโปรตีนจากพืชที่เน้นวัตถุดิบและขั้นตอนการผลิตที่มีคุณภาพสูง เป็นหนึ่งในธุรกิจการผลิต และจำหน่ายอาหารของ ‘NRF’ ที่เป็นจุดแข็งของบริษัทฯ โดย ‘NRF’ ยังเป็นผู้ผลิต จัดหา และจำหน่ายเครื่องประกอบอาหารและเครื่องปรุงรส อาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุง อาหารและเครื่องดื่มสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน อาหารโปรตีนจากพืช และเครื่องดื่มชนิดผงและน้ำ และผลิตภัณฑ์สินค้าอุปโภคที่ไม่ใช่อาหารในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม (V-shape) บริษัทฯ ประกอบธุรกิจมายาวนานกว่าสามทศวรรษ และส่งออกผลิตภัณฑ์ในมือไปแล้วกว่า 25 ประเทศทั่วโลก
โดยสินค้าภายใต้การบริหารของ ‘NRF’ มีหลายตัวให้เลือกซื้อตามความชอบ ได้แก่
1. ผลิตภัณฑ์รับจ้างผลิต (OEM / Private Label) ประกอบด้วย เครื่องประกอบอาหารและเครื่องปรุงรสอาหาร อาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุง (Ready-to-cook) อาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน (Ready-to-eat) และเครื่องดื่มชนิดผงพร้อมชงและพร้อมดื่ม ซึ่ง NRF มีข้อได้เปรียบในการแข่งขันโดยมีผลิตภัณฑ์กว่า 2,000 SKU และมากกว่า 500 สูตรอาหาร ด้วยฝ่ายวิจัยและพัฒนาของบริษัทฯ ที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงสายการผลิตของบริษัทฯ ที่มีความยืดหยุ่นในการผลิตทั้งแบบขนาดเล็กและใหญ่ที่ได้รับการรองรับคุณภาพความปลอดภัยด้านอาหาร (Food Safety) จากหลายองค์กรในต่างประเทศ เช่น The British Retail Consortium (BRC) บริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายที่ให้ความสะดวกกับผู้บริโภค อาทิเช่น ข้าวหรืออาหารประเภทเส้นพร้อมแกงหรือซอสในรูปแบบต่าง ๆ ในบรรจุภัณฑ์ที่เข้าไมโครเวฟได้เลย
2. ผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้าของบริษัทฯ จำนวน 6 แบรนด์ ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงต้มยำและเครื่องปรุงแกง ภายใต้แบรนด์ พ่อขวัญ เครื่องปรุงอาหารที่เน้นรสชาติแบบเอเชีย แบรนด์ Lee Brand อาหารสำเร็จรูป ในบรรจุภัณฑ์ที่พร้อมนำเข้าเตาไมโครเวฟและรับประทานได้ทันที เช่น บะหมี่ฮกเกี้ยนผัดสำเร็จ ผัดไท ข้าวราดแกง จำหน่ายในทวีปอเมริกา แบรนด์ Thai Delight เครื่องปรุงรสอาหารและซุปกึ่งสำเร็จรูป แบรนด์ Shanggie เครื่องดื่มสำเร็จรูปชนิดผงและน้ำ แบรนด์ DeDe และเครื่องปรุงรสอาหารและพริกในรูปแบบขนมขบเคี้ยว แบรนด์ Sabzu
3. ผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนจากพืช (Plant-Based Food) โดยนำโปรตีนจากพืชมาผลิตอาหารเพื่อสุขภาพและอาหารมังสวิรัติ ปรุงแต่งให้มีรสชาติ รสสัมผัส กลิ่น ใกล้เคียงเนื้อสัตว์ เพื่อรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น เนื้อเทียมจากขนุนและมะเขือม่วง เส้นชิราตากิ หรือ เส้นบุกในรสชาติต่าง ๆ
4. ธุรกิจผลิตภัณฑ์สินค้าอุปโภคที่ไม่ใช่อาหารในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม (V-shape) อาทิเช่น ผลิตภัณฑ์เจลแอลกอฮอล์ในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สะดวกใช้แค่ปลายนิ้วสัมผัส สำหรับทุกวัย รวมถึงผู้ป่วยและผู้พิการ
‘NRF’ มีธุรกิจหลักที่แข็งแกร่งต่อเนื่องมายาวนาน ที่สร้างรายได้ส่วนใหญ่ให้แก่บริษัทฯ คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์รับจ้างผลิตโดย 3 เดือนแรกของปี 2563 มีรายได้อยู่ที่ 170.3 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 62.2 ของรายได้ทั้งหมด นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีรายได้จากธุรกิจการขายผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้าของบริษัทที่ส่งออกไปหลายประเทศทั่วโลก อาทิเช่น สหรัฐอเมริกามากว่า 20 ปี โดยมีรายได้ 71.1 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 26.0 ของรายได้ทั้งหมด โดยทั้งสองกลุ่มธุรกิจมีการเติบโตจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนประมาณร้อยละ 16.0 และร้อยละ 32.0 ตามลำดับ
ขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่เป็น Rising Star ซึ่งแม้ไม่ได้เป็นตัวทำรายได้มากที่สุด แต่ก็เป็นสินค้าที่มีศักยภาพในการเติบโต สามารถตอบสนองเทรนด์การบริโภคอาหารที่มีเกรดสูง และมีคุณภาพ ในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดหลักอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงโซนยุโรป คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนจากพืช (Plant-Based Food) ที่ ‘NRF’ ขยายไลน์ธุรกิจออกมา และเติบโตขึ้นเมื่อเทียบจากในปี 2561 มีรายได้อยู่ที่ร้อยละ 5.7 และเติบโตได้ดี ในช่วงปี 2562 สัดส่วนเพิ่มขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 6.9 ของรายได้ทั้งหมด โดยมีผลิตภัณฑ์ที่ผลิตและวางจำหน่าย เช่น เส้นชิราตากิ หรือเส้นบุก หมูบดเทียม ข้าวปั้นหน้าปลาไหลที่ทำจากมะเขือม่วง อาหารสำเร็จรูปที่ทำจากขนุน อาทิเช่น มะกะโรนีซอสชีสเบคอนที่ทำจากขนุน แกงมัสมั่นขนุน เป็นต้น
ผลิตภัณฑ์เหล่านี้นับว่าเป็น ‘Specialty Food’ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เข้าถึงผู้บริโภคในยุค Millennial (Gen Me) ที่เน้นกินอาหารทางเลือกที่มีประโยชน์สูง และยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน (Sustainability) เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น และโลกก็ดีขึ้น ทั้งในด้านคุณภาพ และรสชาติของอาหาร เข้ากับกระแสการเลือกบริโภคนิยมอาหารดังกล่าวในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลือกที่สร้างรอยจำ และมอบประสบการณ์ใหม่ในรสชาติที่จะทำให้ผู้ที่ลิ้มลองเกิดความต้องการซื้อซ้ำในโอกาสต่อไป
โดยกลุ่ม Ethnic Food และ Plant-based food จะมีการเติบโตที่มากกว่าอัตราเฉลี่ยของมูลค่าตลาดรวมของ Specialty Food เกือบสองเท่า เนื่องจาก ผู้บริโภคกลุ่ม Millennials นิยมในรสชาติอาหารที่แปลกใหม่ หรือเผ็ดร้อน และดีต่อสุขภาพ รวมถึงสถานการณ์ Covid-19 ที่ทำให้ผู้บริโภคสนใจการบริโภคโปรตีนจากพืชมากขึ้น