5.จากข้อ 4 บริษัทที่ทำวิจัย หรือทำการตลาด ณ จุดขาย ไม่ใช่แค่ทำแคมเปญ แต่ยังเข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ในการร่วมวางแผนเพื่อกำหนดกลยุทธ์ในการทำตลาดร่วมกับเจ้าของแบรนด์ เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ก็คือสินค้าประเภทเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ที่อาจจะมีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนรักสุขภาพเหมือนกัน แต่ในแง่ความต้องการของแต่ละกลุ่มอาจจะแตกต่างกันก็เป็นได้
สิ่งที่น่าสนใจ ก็คือแม้จะมีการพูดกันว่า ปัจจุบันลูกค้ามีลอยัลตี้ต่อแบรนด์ลดลง แต่การรักษาฐานลูกค้าเก่ายังเป็นสิ่งจำเป็นในการทำตลาด โดยดันน์ฮัมบี้ ทำการวิเคราะห์ตลาดผ่านบิ๊กดาต้า และพบว่า 20% ของฐานลูกค้าทั้งหมดของแบรนด์นั้นๆ มีส่วนช่วยในยอดขายของแบรนด์ดังกล่าวกว่า 80% โดยไม่จำกัดหมวดหมู่ หรือขนาดธุรกิจ โดยแบรนด์สามารถรักษาลูกค้าได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้นเมื่อเทียบปีต่อปี
ขณะที่ 73% ของการเติบโตของยอดขายมาจากกลุ่มลูกค้าที่มีความจงรักภักดีในแบรนด์ และ 20% ของฐานลูกค้ากลุ่มนี้ที่มียอดสูงสุด ช่วยสร้างรายได้มากถึง 50% ในบางแบรนด์ โดยเทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูล เป็นปัจจัยสำคัญและสร้างความแตกต่างเมื่อต้องมีการสื่อสารที่ต้องใช้ข้อมูลจำเพาะสำหรับกลุ่มลูกค้า ผ่านช่องทางที่หลากหลาย เช่น การส่งจดหมายไปที่บ้าน การกำหนดการเข้าถึงผ่านโปรแกรมการจัดการอัตโนมัติ (Programmatic Retargeting) ในช่องทางโซเชียลมีเดีย และสื่อโฆษณา ณ จุดขาย โดยผลลัพธ์ที่ได้จากการทำแคมเปญมากกว่า 100 แคมเปญ คือ การมีลูกค้าที่จงรักภักดีกับแบรนด์เพิ่มขึ้น 9% และป้องกันไม่ให้ลูกค้ากว่า 6% ย้ายไปแบรนด์อื่น
การทำตลาดเพื่อรักษาฐานลูกค้าเก่าจึงยังคงเป็นเรื่องจำเป็นในการแข่งขันยุคนี้......