ยกระดับทุกการถ่ายภาพบุคคล กีฬาและสัตว์ป่า ด้วย RF50mm f/1.8 STM และ RF70-200mm f/4L IS USM ในขนาดพกพา
พร้อมกันนี้แคนนอนยังได้เปิดตัวเลนส์ RF ใหม่ในระบบ EOS R System 2 รุ่น ได้แก่ RF70-200mm f/4L IS USM เลนส์ซูมเทเลโฟโต้ที่สั้นและเบาที่สุดในโลก[3] ในเลนส์ถอดเปลี่ยนได้ในทางยาวโฟกัส 70-200 มม. f/4 และ RF50mm f/1.8 STM เลนส์ไพรม์รุ่นล่าสุดในทางยาวโฟกัส 50 มม.ที่ทำงานฉับไวและราคาจับต้องได้ เพื่อใช้งานกับกล้องมิเรอร์เลสในตระกูล EOS R Series ได้แก่ EOS R5, EOS R6, EOS Ra, EOS R และ EOS RP
RF70-200mm f/4L IS USM มีน้ำหนักเพียง 695 กรัม และยาวเพียง 119 มม. สั้นกว่าเลนส์เทเลโฟโต้ระยะเดียวกันถึง 32% และยาวกว่าเลนส์ RF24-105mm f4L IS USM เพียงเล็กน้อย จึงพกพาและเก็บใส่กระเป๋าพร้อมกล้องได้สะดวก ให้ภาพถ่ายคุณภาพสูงตลอดทั้งช่วงซูม การจัดเรียงชิ้นเลนส์ช่วยลดการเกิดขอบดำในภาพ (vignetting) ความคลาดของสี (chromatic aberration) และภาพหลอก (ghosting) แม้ถ่ายภาพโดยใช้ทางยาวโฟกัส 200 มม. รูรับแสงแบบกลมพร้อมม่าน 9 กลีบช่วยเพิ่มโบเก้ได้ถึงขอบภาพ ช่วยให้ได้ภาพที่มีฉากหลังเบลอดูนุ่มนวล
เลนส์รุ่นนี้มาพร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว (image stabilizer) ในตัวเลนส์ สูงสุด 5 สต็อป และสามารถขยายได้เป็น 7.5 สต็อปเมื่อใช้ร่วมกับกล้อง EOS R5 และ EOS R6 จึงสามารถถ่ายภาพได้คมชัดแม้ถือกล้องถ่ายในที่มืดโดยใช้ทางยาวโฟกัส 200 มม. มอเตอร์เลนส์ Nano USM ช่วยในการโฟกัสอย่างฉับไวและแม่นยำตลอดช่วงทางยาวโฟกัส ทั้งยังทำงานเงียบ ไม่กระตุก และลดการเกิดโฟกัสไหล จึงใช้ถ่ายวิดีโอได้อย่างราบรื่น
RF70-200mm f/4L IS USM มีระยะโฟกัสต่ำสุดเพียง 0.6 เมตร (เทียบกับเลนส์ระดับเดียวกันที่มักมีระยะโฟกัสต่ำสุดประมาณ 1 เมตร) และกำลังขยายสูงสุด 0.28 เท่า โครงสร้างเลนส์ป้องกันฝุ่นและหยดน้ำ ทนต่อการกระแทก และเคลือบสารป้องกันความร้อน พื้นผิวของชิ้นเลนส์หน้าสุดยังเคลือบด้วยสารฟลูออรีนเพื่อป้องกันการเกาะตัวของความมันและหยดน้ำ
สำหรับเลนส์ไพรม์ RF50mm f/1.8 STM มาพร้อมทางยาวโฟกัส 50 มม. ที่นักถ่ายภาพนิยมใช้ รวมถึงมีค่ารูรับแสง f/1.8 สำหรับการใช้งานในที่แสงน้อยและการถ่ายภาพบุคคลให้มีฉากหลังดูนุ่มนวล ตัวเลนส์มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ให้มุมมองภาพใกล้เคียงกับดวงตามนุษย์ จึงใช้ถ่ายภาพได้หลากหลายตั้งแต่การถ่ายภาพทั่วไปและแนวสตรีท ไปจนถึงการถ่ายภาพบุคคล ทิวทัศน์ และอาหาร ระยะโฟกัสต่ำสุดเพียง 30 ซม. จึงถ่ายภาพในระยะใกล้ได้สะดวก การผสมผสานของคุณสมบัติเด่นทั้งรูรับแสงกว้าง ออกแบบมาเพื่อกล้องมิเรอร์เลส (short back focus) ที่เป็นจุดเด่นของเมาท์ RF และการใช้เลนส์แอสเฟอริคัล PMo ช่วยลดการเกิดแสงจ้า (flaring) ภาพหลอก (ghosting) และความคลาดแสงแบบดาวหาง (coma aberration) พร้อมทั้งให้ภาพถ่ายที่คมชัดมีคุณภาพสูง
สามารถติดตามรายละเอียด การประกาศราคาและวันจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการของกล้องมิเรอร์เลส Canon EOS M50 Mark II เลนส์ RF70-200mm f/4L IS USM และ RF50mm f/1.8 STM รวมถึงแฟลช Speedlite EL-1 ได้ที่ https://th.canon/th/consumer
[3] จากการวิจัยของแคนนอน ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2020