หากมาค้นหาคำตอบดูว่า ทำไมแบรนด์ต่างๆ ถึงเลือกที่จะเข้าไปเป็นเปิดร้าใน LazMall แล้วจะพบว่ามาจากเหตุผลคือ
1.การช้อปออนไลน์ของคนไทยกลายเป็น Now Normal ไปแล้ว ซึ่งคนไทยต่างคุ้นเคยกันดีกับการซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ทำให้ตลาดนี้มีการเติบโตแบบน่าสนใจในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม้สัดส่วนของการขายผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซจะเพิ่มขึ้นจากไม่ถึง 1% เมื่อ 2 – 3 ปีก่อน เป็น 3% ในปีนี้ แต่ด้วยมูลค่าตลาดที่มีถึง 220,000 ล้านบาท ทำให้หลายแบรนด์ไม่อยากตกขบวนกับการเติบโตดังกล่าว
2.คนไทยใช้เวลากับโทรศัพท์มือถือเฉลี่ย 9 ชั่วโมงต่อวัน จัดเป็นอันดับที่ 5 ของโลก และแอพพลิเคชั่นที่คนไทยนิยมใช้งาน 5 อันดับแรก คือ โซเชียลมีเดีย, แชต, เพลง, วิดีโอเพื่อความบันเทิง, และช้อปปิ้งออนไลน์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ E-Commerce เติบโต โดยเฉพาะอีมาร์เก็ตเพลส (E-Marketplace) และ LazMall คือ 1 ในอีมาร์เก็ตเพลสที่มีการเติบโตค่อนข้างดีมาตลอด
3.การทำตลาดเพื่อช่วยกระตุ้นดีมานด์ที่มีออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการช่วยกำหนด Price Point ที่สามารถจะขายได้ดีให้กับร้านค้าพันธมิตร เป็นอีกตัวช่วยสำคัญ ซึ่งการเป็นแพลตฟอร์มที่มีข้อมูลการช้อปของลูกค้าจำนวนมาก จะเข้ามาช่วยในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งนั่นทำให้แบรนด์ต่างๆ ให้ความสำคัญกับแพลตฟอร์มนี้มากขึ้น
4.ข้อดีของการเข้ามาขายในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซก็คือ แบรนด์สามารถเช็คยอดขายได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ในการนำมาวางแผนกระตุ้นการขายได้เป็นอย่างดี
5.แบรนด์กลายเป็นเจ้าของร้านค้าปลีกเอง ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจ แม้จะเป็นร้านเสมือนจริงในแพลตฟอร์มออนไลน์ แต่อย่าลืมว่า การแท็กกับลูกค้าโดยตรงสิ่งที่ตามมาก็คือการเข้าถึงข้อมูลที่เป็นพฤติกรรมการซื้อจริง นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมแบรนด์ใหญ่หรือผู้เล่นรายใหญ่ทั้งยูนิลีเวอร์ พีแอนด์จี เนสท์เล่ และอื่นๆ อีกมากมาย ต่างเลือกที่จะเข้าไปเปิดร้านบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ
ทั้งหมดทั้งปวงที่เกิดขึ้น สะท้อนภาพการแข่งขันในอนาคตอันใกล้นี้ได้เป็นอย่างดี.....