เซ็นทรัล รีเทล ผู้นำธุรกิจค้าปลีกแห่งประเทศไทย จับมือ มาสเตอร์การ์ด บริษัทเทคโนโลยีผู้นำด้านการชำระเงินในระดับโลก อัดยาแรงรับไตรมาสแรก กับ “FRIDAY ต้องเปย์ด้วยมาสเตอร์การ์ด” รุกแคมเปญโปรโมชั่นส่วนลดสุดคุ้มค่า พร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษรูปแบบใหม่ให้สมาชิก เดอะวัน (The 1) และผู้ใช้แอปพลิเคชัน ดอลฟิน วอลเล็ท (Dolfin Wallet) เพียงใช้จ่ายผ่านบัตรมาสเตอร์การ์ดตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ สำหรับการช้อปทั้งหน้าร้านและหน้าเว็บ รับคูปองแทนเงินสดมูลค่าสูงสุด 130 บาท ทุกวันศุกร์ตลอดปี 2564 ตั้งเป้ายอดขายจากแคมเปญทะลุ 3,000 ล้านบาท
ปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เซ็นทรัล รีเทล มุ่งมั่นที่จะสร้างความสุข และยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งให้แก่คนไทยทั้งประเทศ เราจึงเร่งเครื่องพัฒนาแพลตฟอร์มออมนิแชแนล และสร้างอีโคซิสเต็มให้เป็น “New Central Retail Lifestyle & Food Platform” ที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผสานความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำมากมาย โดยคิกออฟพาร์ทเนอร์ชิพระดับโลกดีลแรกในปี 2564 กับ มาสเตอร์การ์ด จัดแคมเปญ ‘FRIDAY ต้องเปย์ด้วยมาสเตอร์การ์ด’ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคืนกำไรให้แก่ลูกค้า ด้วยการมอบคูปองแทนเงินสดทุกวันศุกร์ ตลอดปี 2564 นี้ บนแพลตฟอร์มพันธมิตรในเครือกลุ่มเซ็นทรัล ได้แก่ แอปพลิเคชัน เดอะวัน (The 1) และแอฟพลิเคชัน ดอลฟิน วอลเล็ก (Dolfin Wallet)
เพียงใช้จ่ายผ่านบัตรมาสเตอร์การ์ดตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ สำหรับการช้อปทั้งหน้าร้านและหน้าเว็บ รับคูปองแทนเงินสดมูลค่า 100 บาท บนแอปพลิเคชัน เดอะวัน (The 1) หรือรับคูปองแทนเงินสดมูลค่า 130 บาท บนแอปพลิเคชัน ดอลฟิน วอลเล็ท (Dolfin Wallet) เมื่อสแกนจ่ายที่หน้าร้านผ่านแอปพลิเคชัน ดอลฟิน วอลเล็ท (Dolfin Wallet) ที่ผูกกับบัตรมาสเตอร์การ์ด เพื่อเป็นส่วนลดในการช้อปครั้งต่อไปในทุกกลุ่มสินค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทล ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่น ฟู้ด และฮาร์ดไลน์ กว่า 1,000,000 รายการ จากกว่า 1,000 ร้านค้า ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, โรบินสัน, ซูเปอร์สปอร์ต, เพาเวอร์บาย, ซีเอ็มจี, ไทวัสดุ, บ้านแอนด์บียอนด์, ออโต้วัน, บีทูเอส, ออฟฟิศเมท, เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต, แฟมิลี่มาร์ท และ มัทสึโมโตะ คิโยชิ ทั้งนี้ เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถดึงทราฟฟิกเข้าห้างในวันศุกร์เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 40%”