ธุรกิจเทคโนโลยีทางการแพทย์ยังเติบโตต่อเนื่อง “วินเนอร์ยี่ เมดิคอล” หรือ WINMED ผู้นำเข้าและจำหน่ายชุดตรวจเพื่อการวิเคราะห์ วินิจฉัยและ/หรือบำบัดรักษา รวมถึงเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องจึงมุ่งหา S Curve ต่อยอดการเป็นองค์กรเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง วางเป้าเป็นผู้นำ Medical Tech เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทย
นันทิยะ ดารกานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วินเนอร์ยี่ เมดิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ WINMED กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้นำเข้าและจำหน่ายชุดตรวจเพื่อการวิเคราะห์ วินิจฉัยและ/หรือบำบัดรักษา รวมถึงเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง โดยมีธุรกิจในพอร์ตโฟลิโอ 4 ด้านด้วยกัน กล่าวคือ กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพสตรี โดยเป็นตัวแทนของบริษัทผู้ให้บริการตรวจวินิจฉัยด้านพันธุศาสตร์จากต่างประเทศ สำหรับการให้บริการตรวจมะเร็งปากมดลูก ตรวจสารพันธุกรรมและความผิดปกติของทารกในครรภ์, กลุ่มธนาคารโลหิต-กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลความปลอดภัยโลหิต จำหน่ายเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อการเก็บรักษาโลหิตและผลิตภัณฑ์ของโลหิต เพื่อการวิเคราะห์ วินิจฉัย และ/หรือบำบัดรักษาโรค ซึ่งนำเข้าจากผู้ผลิตชั้นนำในต่างประเทศ และผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ที่เกี่ยวกับสุขภาพและสุขอนามัย เช่น เครื่องดักจับยุงและแมลงดูดเลือด และชุดกำจัด/จัดการสารเคมีและชีวภาพหกปนเปื้อน
“ด้วยความมุ่งมั่นที่จะตอบโจทย์ Pain point ทางด้านสุขภาพของคนไทย ตลอดเวลาที่เราดำเนินธุรกิจมา 27 ปีแล้วจึงโฟกัสไปที่เทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูงมาโดยตลอด จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์แต่ละอย่างที่เรานำเข้ามานอกจากเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยแล้ว ยังเป็นเทคโนโลยีที่ไม่สามารถผลิตได้ในประเทศไทย อย่างเช่นการตรวจมะเร็งปากมดลูกในระดับชีวโมเลกุลที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก ทำให้บริษัทฯ เป็นผู้นำด้านการตรวจหามะเร็งปากมดลูกถึง 80% ในขณะที่กลุ่มธนาคารโลหิต บริษัทฯ มีส่วนแบ่งในตลาด 75% และกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลความปลอดภัยโลหิต ครองส่วนแบ่ง 27%”
นันทิยะ กล่าวว่า การเลือกเทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยนั้น บริษัทจะมองหาโอกาส และปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขเป็นหลัก จากนั้นจึงเลือกปัญหามาจับคู่กับเทคโนโลยีที่เหมาะสม ประกอบกับที่ผ่านมาบริษัทฯ มีการจัดตั้งทีม Business Development เพื่อจัดหาสินค้าใหม่ๆ รวมถึงหาพาร์ทเนอร์อย่างต่อเนื่อง
และในปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าที่จะขยายโอกาสทางธุรกิจด้วยการหา New S Curve ด้วยการลงทุนก่อสร้างห้องปฏิบัติการตรวจหาเชื้อไวรัส HPV ผ่านชุดเก็บเซลล์ผิดปกติที่ปากมดลูก จากช่องคลอดด้วยตนเอง (Self Collect) และก่อสร้างห้องปฏิบัติการที่ครอบคลุมด้านงานการเตรียมผลิตภัณฑ์เซลล์เพื่อการรักษาด้วยวิธีเซลล์บำบัด (Cell Therapy)
“บริษัทมีทิศทางธุรกิจที่ต้องการจะมุ่งเน้นการต่อยอดการให้บริการผลิตภัณฑ์ด้านการแพทย์และก้าวขึ้นเป็นผู้นำ Medical Tech เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทย โดยมีแผนดำเนินการโครงการพัฒนาตลาดและผลิตภัณฑ์การเก็บตัวอย่างเพื่อหาเชื้อไวรัส HPV ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูก หรือ HPV Self-Collect Vaginal Sampling ที่ผู้หญิงสามารถเก็บตัวอย่างได้ด้วยตัวเองที่บ้าน ถือเป็นการต่อยอดการเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่าย รวมถึงสร้างห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ทางการแพทย์ เพื่อให้บริการการตรวจวิเคราะห์เชื้อในระดับชีวโมเลกุลอัตโนมัติ คาดว่าจะก่อสร้างเสร็จและเปิดให้บริการได้ในไตรมาส 3 ของปีนี้”
อย่างไรก็ตามธุรกิจ New S Curve ที่จะเพิ่มเข้ามาในปีนี้ จะทำให้สัดส่วนของกลุ่มลูกค้าของบริษัทเปลี่ยนไป จากเดิมกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานภาครัฐ ทั้งโรงพยาบาลรัฐและสภากาชาดไทย ที่มีสัดส่วนมากถึง 75% และอีก 25% เป็นกลุ่มลูกค้าเอกชน โดยหลังจากนี้ต่อไปคาดว่าจะมีกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้บริโภคทั่วไปเข้ามาเพิ่มอีกกลุ่มหนึ่งจากการให้บริการ HPV Self-Collect Vaginal Sampling