อย่างไรก็ตาม ทิศทางการดำเนินธุรกิจของไทยชูรสในปี 2561 ทางบริษัทได้วางเป้าหมายการเติบโตเพิ่มขึ้น 10% จากปี 2560 โดยวางแผนจะใช้งบโฆษณาและส่งเสริมการขายมากถึง 120 ล้านบาท สำหรับโฆษณา 40 ล้านบาท และส่งเสริมการขาย 80 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 40% เมื่อเทียบกับปี 2560 ที่เคยใช้งบการตลาดไปเพียง 85 ล้านบาท
ในปีนี้ยังมีการใช้งบการลงทุนอีกราว 120 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงเครื่องจักร และสร้างคลังสินค้าเพิ่มเติม รวมถึงมีแผนปรับปรุงระบบการขายด้วยการลงทุนอีกประมาณ 2 ล้านบาท เพื่อซื้อแท็ปเล็ตมาเสริมศักยภาพการขายสินค้าของทีมขายที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 70 คน
โดยปัจจุบันไทยชูรส ตราชฎา มีสินค้าวางจำหน่ายหลากหลายขนาด มีราคาตั้งแต่ 1 บาท จนถึง 90 บาท และมีสินค้าทั้งแบบปกติ และแบบพ่วงของแถม นอกจากผลิตภัณฑ์ผงชูรส ในปีที่ผ่านมายังได้วางตลาดสินค้าใหม่อีก 2 รายการ ได้แก่ น้ำยาล้างจาน “V-max” และน้ำซอสมะขามเปียก “ชฎาทอง” ที่ทดลองทำตลาดมา 4 – 5 เดือนแล้ว และในปีหน้าวางแผนจะพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอีก 3 – 4 รายการ
“วันนี้การบริโภคผงชูรสในตลาดครัวเรือนอาจมีแนวโน้มขยายตัวลดลงอย่างช้าๆ จากพฤติกรรมที่ผู้บริโภคหันไปใช้เครื่องปรุงรสชนิดอื่นๆ มากขึ้น แต่ขณะเดียวกันตลาดร้านอาหาร และอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูปก็มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ที่นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านแทนการเข้าครัว จึงส่งผลให้ตลาดผงชูรสยังสามารถเติบโตต่อไปได้” ชัยชาญ กล่าว
ผลประกอบการของ ไทยชูรส ตราชฎา
2558 รายได้ 1,100 ล้านบาท
2559 รายได้ 1,200 ล้านบาท (เติบโต 5%)
2560 รายได้ 1,220 ล้านบาท (เติบโต 10%)
2561 (เป้าหมาย)รายได้ 1,320 ล้านบาท (รายได้ในประเทศ 90%)