ศูนย์วิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน หรือ “HILL ASEAN” (Hakuhodo Institute of Life and Living ASEAN) คลังสมองทางวิชาการที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทย โดยบริษัทฮาคูโดโด อิงค์ บริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น เผยผลการวิจัยล่าสุดเจาะลึกพฤติกรรมครอบครัวอาเซียน ระบุส่วนใหญ่ 75.7% ใช้ชีวิตแบบ Sharing Household สามี-ภรรยายุคใหม่ทำงานนอกบ้าน แชร์หน้าที่ทำงานบ้านและเลี้ยงลูกร่วมกัน แนะวางกลยุทธ์การตลาดเจาะกลุ่มแบบเป็นคู่ หรือ Coupled-based targeting
โกโร โฮคาริ กรรมการผู้จัดการศูนย์วิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน นำทีมนักวิจัย HILL ASEAN แถลงผลการวิจัยเชิงลึกภายในงาน ASEAN SEI-KATSU-SHA FORUM 2017 หัวข้อ
“New perspectives on Gender Equality at Home: บ้านนี้ใครสตรอง?” ซึ่งปีนี้นำประเด็นเรื่อง “ความเท่าเทียมทางเพศระหว่างคู่สามีภรรยาในภูมิภาคอาเซียน” มาศึกษาในมุมมองของ sei-katsu-sha ซึ่งเป็นแนวคิดที่ริเริ่มโดยฮาคูโฮโด หมายถึงการศึกษาปัจเจกบุคคลอย่างรอบด้าน 1 พบว่า ปัจจุบันประเทศอาเซียนมีลักษณะครอบครัวแบบ Traditional หรือ “ครอบครัวแบบดั้งเดิม” ที่สามีทำงานหาเงินนอกบ้านและภรรยาเป็นแม่บ้าน เพียง 22.7% หรือ 1 ใน 4 ส่วนเท่านั้น โดย 75.7% เป็นครอบครัวแบบ Sharing ที่สามีและภรรยาทำงาน และช่วยเหลือกันในการทำงานบ้านและเลี้ยงลูก และ 1.5% เป็นครอบครัวแบบ Switched หรือ ครอบครัวที่สามีและภรรยาสลับบทบาทหน้าที่กัน คือ ผู้หญิงเป็นฝ่ายทำงานนอกบ้าน ขณะที่ผู้ชายอยู่บ้านคอยดูแลงานบ้านและเลี้ยงลูก
ทั้งนี้ ครอบครัวแบบ Sharing ยังสามารถแบ่งย่อยได้เป็น 2 ประเภท คือ ครอบครัวแบบ Task-based Sharing หรือ “ครอบครัวที่แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนตามภาระงาน” โดยสามีและภรรยาจะช่วยกันทำงานบ้าน และเลี้ยงดูลูกโดยแบ่งหน้าที่อย่างเท่าเทียม คิดเป็นสัดส่วนมากถึง 50.9% และอีก 24.8% เป็นครอบครัวแบบ Flexible Sharing หรือ “ครอบครัวที่สามีและภรรยาจะช่วยกันทำงานบ้าน และสามารถสลับหน้าที่กันได้ ตามความสะดวกของแต่ละคน” สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัจจุบันบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบระหว่างสามีและภรรยา
ในครอบครัวอาเซียนนั้น ไม่ได้ถูกแบ่งแยกด้วยความคิดเดิมๆ ตามเพศสภาพอีกต่อไป การช่วยเหลือกันภายในบ้านได้กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของสังคมไปแล้ว ทั้งนี้จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 5,000 คน ใน 5 ประเทศอาเซียน พบว่า เวียดนามเป็นประเทศที่มีครอบครัวแบบ Task-based Sharing มากที่สุด รองลงมาคือ ประเทศไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์”
1 “Sei-katsu-sha” เป็นคำนิยามที่สื่อความถึงผู้บริโภคในฐานะปัจเจกบุคคลแบบองค์รวม ซึ่งมิได้มุ่งเป้าศึกษาแต่เรื่องพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงการศึกษารูปแบบการใช้ชีวิต ไลฟ์สไตล์ ความปรารถนา และความใฝ่ฝันของผู้คนเหล่านั้นด้วย เป็นคำนิยามที่ตรงกันข้ามกับคำว่า “shohisha” ที่นักการตลาดญี่ปุ่นใช้สื่อความถึงคำว่า "ผู้บริโภค” โดยทั่วไป ทั้งนี้ ทีมงานฮาคูโฮโดได้ริเริ่มคำจำกัดความนี้และยึดถือแนวคิดดังกล่าวเป็นหลักในการดำเนินงานมาตั้งแต่ทศวรรษ 1980 อันเป็นการเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะศึกษามุมมองความคิดของผู้บริโภคอย่างรอบด้าน เพื่อเข้าถึงวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนอย่างแท้จริงแบบ 360 องศา