ซิซซ์เล่อร์ โดยตลอดทั้ง 3 ไตรมาสปี 64 ภาพรวมมีการเติบโตอยู่ที่ 20% ทั้งในส่วนยอดเดลิเวอรี่ที่มีการเติบโตสูงขึ้นเป็นอย่างมาก และยอดการนั่งรับประทานที่ร้านมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มั่นใจไตรมาส 4 ปี 64 สถานการณ์โดยรวมจะดีขึ้นตามลำดับ ล่าสุดยกขบวนเมนู “อ็อกโทเบอร์เฟสต์” (Oktoberfest) 5 เมนูมาเสิร์ฟแบบจัดเต็มเอาใจผู้บริโภคที่ชื่นชอบอาหารสไตล์ตะวันตก ไม่ว่าจะเป็น “ขาหมูทอดและไส้กรอกสไตล์เยอรมัน” “ฟิชแอนด์ชิปส์ ผสมเบียร์ สไตล์เยอรมัน” “ไส้กรอกรวม สไตล์เยอรมัน” “สเต๊กหมูทอด สไตล์เยอรมัน” และ “ยำไส้กรอกเยอรมัน” ตั้งเป้ากระตุ้นยอดขายเพิ่ม 20% ที่จะมาเสริมให้ปิดไตรมาสสุดท้ายของปีได้เป็นอย่างดี โดยทั้ง 5 เมนูดังกล่าวพร้อมให้ลูกค้าได้ลิ้มลองรสชาติของอาหารที่เต็มไปด้วยความอร่อยและมาพร้อมบรรยากาศแห่งความสุขสนุกสนานได้ที่ร้านซิซซ์เลอร์ทั่วประเทศ และแบบเดลิเวอรี่ (หรือจนกว่าสินค้าจะหมด) ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2564 จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 ดีเดย์เดินหน้าขยายสาขาเพิ่ม พร้อมปรับโมเดล ไดน์อิน-เดลิเวอรี่-พิคอัพ พร้อมชูจุดขายพัฒนาเมนูใหม่ไม่หยุด เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า
ซิซซ์เล่อร์ เดินหน้าการเป็นร้านอาหารชั้นนำเพื่อผู้บริโภคดันกลยุทธ์ครบวงจรเสริมความแข็งแกร่งรับการเติบโตของตลาดผู้บริโภคยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น การรังสรรค์เมนูใหม่ต่อเนื่อง ควบคู่สลัดบาร์ที่มีคุณภาพอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ รวมถึงการให้บริการครอบคลุมทั้งการนั่งรับประทานที่ร้าน เดลิเวอรี่ และสั่งกลับบ้าน นอกจากนี้ยังเตรียมลุยขยายสาขาทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดรองรับผู้บริโภคมากขึ้น
คุณกรีฑากร ศิริอัฐ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอสแอลอาร์ที จำกัด ใน เครือ เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการร้านอาหารภายใต้แบรนด์ ซิซซ์เล่อร์ กล่าวว่า ตลอดทั้ง 3 ไตรมาสของปี 2564 ถือเป็นอีกปีที่ธุรกิจร้านอาหารต้องเผชิญกับความท้าทายของการให้บริการท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง ซิซซ์เล่อร์เป็นหนึ่งในธุรกิจร้านอาหารที่ได้มีการปรับการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์และพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยตลอดทั้ง 3 ไตรมาสปี 2564 ซิซซ์เลอร์มียอดเดลิเวอรี่มีการเติบโตสูงขึ้นเป็นอย่างมาก อีกทั้งหลังคลายล็อคดาวน์เมื่อเดือนกันยายนจำนวนผู้บริโภคกลับมาใช้บริการที่ร้านเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ภาพรวมมีการเติบโตราว 20% โดยเติบโตเป็น 2 เท่าจากต้นปี และเป็น 3 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงวิกฤตเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว
ทั้งนี้กลยุทธ์หลักของซิซซ์เล่อร์คือการรังสรรค์เมนูใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อมอบความหลากหลายในการรับประทานอาหารของผู้บริโภค ควบคู่ไปกับสลัดบาร์ที่มีคุณภาพอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ตลอดจนบรรยากาศของร้านที่เหมาะสำหรับผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย รวมทั้งยังคงเดินหน้าขยายสาขาทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อรองรับตลาดผู้บริโภคให้ครอบคลุมมากที่สุด โดยภายในสิ้นปี 2564 เตรียมเปิดสาขาเพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็น เดอะมอลล์ ท่าพระ โรบินสัน สระบุรี โรบินสัน ฉะเชิงเทรา และเซ็นทรัล ศรีราชา ให้บริการครอบคลุมทั้งการนั่งรับประทานที่ร้าน เดลิเวอรี่ และสั่งกลับบ้าน ในขณะเดียวกันมีสร้าง “ซิซซ์เล่อร์คลาวด์คิทเช่น” (Sizzler Cloud Kitchen) หลายแห่ง อาทิ มหาวิทยาลัยเกษตร ประชาอุทิศ สุขาภิบาล 3 และดอนเมือง เพื่ออำนวยความสะดวกลูกค้าให้สามารถได้รับอาหารได้อย่างรวดเร็วขึ้น
“ปัจจุบันซิซซ์เล่อร์ได้เปิดให้บริการทั้งนั่งรับประทานในร้าน แบบเดลิเวอรี่ และสั่งกลับบ้าน ทั้งหมด 53 สาขาทั่วประเทศ รวมถึงซิซซ์เล่อร์ ทู โก 2 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์ และโรงพยาบาลกรุงเทพ พร้อมกันนี้คาดการ์ณว่าในช่วงระยะเวลาที่เหลือของปี 2564 หากไม่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ มั่นใจว่าสถานการณ์ของร้านอาหารจะกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบกันมากขึ้น และมีอัตราการเติบโตดีขึ้นตามลำดับ” นายกรีฑากร กล่าวทิ้งท้าย
ด้าน คุณนงชนก สถานานนท์ ผู้ช่วยรองประธานบริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เอสแอลอาร์ที จำกัด ใน เครือ เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการร้านอาหารภายใต้แบรนด์ ซิซซ์เล่อร์ กล่าวว่า หลังจากภาครัฐได้คลายล็อคดาวน์ทำให้ร้านอาหารกลับมาเปิดบริการได้เป็นปกติ อีกทั้งเป็นช่วงปลายปีที่ถือเป็นเทศกาลแห่งความสุขของใครหลาย ๆ คน ซิซซ์เล่อร์ในฐานะร้านอาหารที่มีจุดเด่นด้านการนั่งรับประทานที่ร้าน รวมถึงบริการและอาหารที่มีคุณภาพ จึงได้เปิดตัวเมนู “อ็อกโทเบอร์เฟสต์” (Oktoberfest) ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเทศกาลอาหารและเครื่องดื่มที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศเยอรมนีและเป็นเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของโลกที่มักจะจัดขึ้นในระหว่างช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคมของทุกปี โดยซิซซ์เล่อร์ได้รังสรรค์เมนูดังกล่าวขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์ในการรับประทานอาหารที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภคทุกกลุ่มในทุกสถานการณ์ โดยไม่ต้องบินไปไกลถึงต้นกำเนิดก็สามารถลิ้มลองรสชาติของอาหารสไตล์เยอรมันแท้ ๆ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองความสุขของเทศกาลดังกล่าวได้ โดยตั้งเป้าเมนูอ็อกโทเบอร์เฟสต์จะสามารถกระตุ้นยอดขายได้ 20% และเสริมการเติบโตภาพรวมยอดขายในไตรมาสสุดท้ายของปีได้เป็นอย่างดี