เพื่อสอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปประกอบกับช่วงเทศกาลส่งท้ายปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการจับจ่ายซื้อของไม่ว่าจะเป็นมหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ 12.12 เทศกาลคริสต์มาส และปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง คาดจะส่งผลให้ยอดจัดส่งพัสดุเพิ่มมากขึ้นถึง 30% ทางนินจาแวน ประเทศไทย จึงได้วางแผนเพิ่มจำนวนจุดรับส่งพัสดุให้มากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับความต้องการและการเข้าถึงบริการของลูกค้า รวมถึงช่วยให้ผู้ประกอบการธุรกิจหมดห่วงด้านการจัดส่งและสามารถดำเนินธุรกิจให้เติบโตได้ ด้วยการมองหาคู่ค้าหรือพาร์ทเนอร์ที่สนใจทำธุรกิจจัดส่งพัสดุ โดยแบ่งประเภทของจุดรับส่งพัสดุออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1) นินจาพอยท์ เป็นจุดรับส่งพัสดุที่ให้บริการแบบเต็มรูปแบบ ในรูปแบบการลงทุนเองหรือแบบแฟรนไชส์ 2) นินจาโฮม เป็นจุด drop off เท่านั้น โดยไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นหน้าร้านแบบเต็มรูปแบบ เพียงแค่ติดป้ายรับพัสดุจากนินจาแวนก็สามารถเป็นนินจาโฮมได้ โดยลูกค้าที่มาใช้บริการจะต้องมีใบแปะหน้าพัสดุตามกฎของนินจาแวน 3) นินจาโฮมพลัส เป็นจุด drop off ที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะแค่แบรนด์นินจาแวนเพียงรายเดียว โดยลูกค้าที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนกับนินจาแวนก็สามารถใช้บริการได้
เพียซ กล่าวว่า “ปัจจุบันเรามีจุดรับส่งพัสดุกระจายอยู่ในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก จำนวน 150 แห่ง โดยภายในต้นปีหน้า เราตั้งเป้าเพิ่มจุดรับส่งพัสดุให้ได้ 1,000 แห่ง ใน 3 ภูมิภาค 34 จังหวัด สาเหตุที่เราเน้นให้บริการในพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานครและผู้ค้าส่วนใหญ่เป็นร้านค้าออนไลน์ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่อยู่บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างๆ ส่งผลให้ผู้ค้าไม่ต้องเสียค่าขนส่งในอัตราที่สูงจนเกินไป นอกจากนี้ในปีหน้าบริษัทฯ ยังมีแผนที่จะขยายจุดรับส่งพัสดุกระจายไปยังพื้นที่ในภาคอื่นๆ ให้ได้ 2,000 แห่งทั่วประเทศภายในสิ้นปี 2565 โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ตามลำดับ ผู้ที่สนใจจะเข้ามาร่วมลงทุนทำธุรกิจเป็นคู่ค้ากับบริษัทฯ สามารถสมัครผ่านทาง เฟซบุ๊ก คอลเซ็นเตอร์ และ LINE Official Account ซึ่งขณะนี้มีผู้สนใจติดต่อเข้ามามากกว่า 1,000 ราย”