นายคีแนน คว็อกผู้ร่วมก่อตั้งและ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัทเก็ทลิงส์ ( GetLinks ) ผู้นำแพลตฟอร์มดิจิทัลแหล่งรวมงานชั้นนำที่ให้บริการครอบคลุมตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงเขตอ่าวใหญ่ “เกรทเตอร์เบย์ แอเรีย” (GreaterBayArea) (กวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า) ได้กล่าวว่า เทคโนโลยีในยุค Web3 เน้นการ ‘เปิดกว้าง’ ให้คนมีส่วนร่วม และเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกส่วนสามารถเข้าไปพัฒนาและบำรุงรักษาสภาพแวดล้อม หรือ Ecosystem ที่ใช้ร่วมกันได้
ในอนาคต แนวทางการทำงานและการศึกษาหาความรู้ของคนรุ่นใหม่จะทำให้เกิดการพัฒนาวิธีการหารายได้ในรูปแบบที่ต่างออกไปมากมายและหลากหลายแบบที่คนรุ่นเก่าไม่เคยประสบมาก่อน โดยพบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นที่บุคลากรที่มีคุณภาพจะทำรายได้มากยิ่งขึ้นจากการรับงานอิสระ (ฟรีแลนซ์) รวมถึงงานที่ทำจากที่ใดก็ได้ (Remote) และงานประจำระยะสั้น ซึ่งเป็นผลมาจากระบบเทคโนโลยีการส่งข้อมูลความเร็วสูง การพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการทำงานร่วมกันแบบใหม่ และลักษณะการทำงานที่เปลี่ยนไปในยุคโควิด
การนำเทคโนโลยี Web3 เข้ามาใช้จะช่วยสร้างโอกาสทางอาชีพใหม่ๆ ผ่านเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น เทคโนโลยีวัตถุเสมือนจริงหรือ AR(Augmented Reality) เทคโนโลยีโลกเสมือนจริง หรือ VR(Virtual Reality) โทเคนแบบ NFTs ระบบ Web3เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการเงิน (fintech)เกมมิ่ง และอื่นๆ อีกมากมาย โดยเราจะเห็นได้จากการที่บริษัทบลูชิพหลายแห่งเปิดตัวนักระบบพัฒนาจำนวนมากเพื่อรองรับ Web3 ของตน เพื่อจะสร้างความได้เปรียบทางการตลาดก่อนคู่แข่งรายอื่น ๆ ในการดึงผู้ใช้และค้นคิดโมเดลในการสร้างรายได้แบบใหม่ ๆ ผ่านโลกเสมือนหรือMetaverse
ข้อมูลของการ์ทเนอร์ อิงค์(Gartner Inc)คาดการณ์ว่าภายในปีพ.ศ. 2569 จะมีประชากรคิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 25 ใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงต่อวันใน Metaverseไปกับการทำงาน ช้อปปิ้ง หาความรู้ เข้าสังคม หรือเพื่อความบันเทิง ส่วนเกรย์สเกล (Grayscale)ก็คาดว่า Metaverseจะสร้างรายได้ได้ถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เนื่องจากจำนวนของผู้ใช้ metaverse เพิ่มขึ้นถึง10 เท่า ในระยะเวลาระหว่างต้นปี พ.ศ. 2563 ถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2564
เทคโนโลยีที่ช่วยสร้างความรู้สึกเหมือนจริงเหล่านี้จะทำให้เกิดศูนย์ฝึกอบรมและประสบการณ์เสมือนจริง และการศึกษาหาความรู้ในโลกเสมือนจริงจะทำให้ผู้เรียนรู้สึกว่ามีส่วนร่วมและสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งรอบตัวได้ อวาตาร์ที่มีโทเคนNFT หลากหลายอาจจะมาเข้าร่วม เชื้อเชิญ โต้ตอบ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และช่วยเราทำงานและที่สำคัญที่สุดคือทำให้เรา “หารายได้” ได้ดียิ่งขึ้นผ่านการทำสัญญาจ้างงานแบบอัจฉริยะที่เที่ยงตรงและโปร่งใส เหล่านี้จะช่วยลดเวลาและต้นทุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และทำให้มองเห็นแนวทางใหม่ๆ ในการพัฒนาทักษะเพิ่มเติมในทุกอาชีพทุกสายงาน
เทคโนโลยี Web3 ขณะนี้ทำให้เราสามารถช่วยผู้ที่มองหาช่องทางหารายได้เพื่อจับคู่คนเหล่านี้เข้าไปในตำแหน่งนักพัฒนาหรือเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการผ่านการจัดสัมภาษณ์ออนไลน์ ผู้รับจ้างสามารถรับเงินในรูปแบบสกุลเงินแบบผสม (Hybrid)และทำงานจากที่ใดก็ได้ ในระบบMetaverseแบบเปิด “เราสนับสนุนให้บุคลากรที่มีคุณภาพของเราตระหนักถึงความจำเป็นในการดูแลบุคลิกภาพ การปฏิบัติตน และการประพฤติตัวอย่างถูกต้องและเหมาะสม เนื่องจากเป็นสิ่งสำคัญที่เราในฐานะผู้บุกเบิกในการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้จะต้องวางรากฐานของวัฒนธรรมที่ดีและการให้ความเคารพกับผู้อื่น อย่างเช่นที่เราได้เรียนรู้มาตลอดชีวิต และเป็นเรื่องสำคัญว่าเราจะนำไปปรับใช้ได้อย่างไรในการจ้างงานในยุค Web3 ไปจนถึงวิธีการปฏิบัติต่อลูกค้า” นายคีแนน คว็อกกล่าว