3 เทคโนโลยีหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจแห่งอนาคต เพื่อตอบโจทย์เทรนด์และความท้าทายขององค์กรต่างๆ ด้าน Data ในการเสริมพลังขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้กระแสดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น เอส เทลลิเจนซ์ จึงนำเสนอเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยบริหารจัดการข้อมูลแบบครบวงจร ได้แก่
1.Analysis Process Automation (APA) หรือระบบอัตโนมัติของกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูล เป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสำหรับองค์กรขนาดเล็ก หรือองค์กรที่ยังไม่เชี่ยวชาญด้าน Data Analytic มากพอ โดย เอส เทลลิเจนซ์ ได้นำเสนอเครื่องมือ ได้แก่ Alteryx ซึ่งครอบคลุมการวิเคราะห์ข้อมูลแบบ End-to-end ตั้งแต่การจัดเตรียมข้อมูลของ Data Engineering จนไปถึง Business Analyst ที่ต้องการหาข้อมูลเชิงลึก และทำการตัดสินใจด้วยข้อมูล อีกทั้งยังช่วยอัพสกิลความรู้ให้แก่คนทำงานผ่านเครื่องมือในรูปแบบ low-code/no code รวมถึงการใช้งานด้าน Auto Machine Learning (AutoML) ตลอดจนใช้ในการหา Insight ข้อมูลนอกเหนือจากการใช้งาน BI tool ที่องค์กรต่างๆใช้งานกันอย่างแพร่หลายอยู่แล้วในปัจจุบัน
Automation Anywhere เป็นการนำโซลูชันแบบ Robotic Process Automation (RPA) ที่ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถสร้างหุ่นยนต์ หรือ Bot ขึ้นมาทำงานตามรูปแบบที่กำหนดเอาไว้ได้ เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลต่างๆ จากระบบแอพพลิเคชั่นทั้งในและนอกองค์กร และนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างกระบวนการตัดสินใจอัจฉริยะอีกด้วย
2.Data Virtualization เป็นการต่อยอดกับ Big Data Platform ที่องค์กรขนาดต่างๆได้ลงทุนไปแล้ว แต่ยังไม่สามารถนำข้อมูลจากหลากหลายแหล่งมาวิเคราะห์และประมวลผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีนี้จะช่วยให้ผู้วิเคราะห์ หรือระบบแอพพลิชั่นที่ต้องการใช้ข้อมูล สามารถเข้าถึงระบบข้อมูลแบบเสมือน ที่จะไม่เป็นการทำข้อมูลซ้ำ แต่เป็นการกำหนดโครงสร้างของการเข้าถึงข้อมูลที่มีความยืดหยุ่นและมีการกำกับดูแล เมื่อต้องการเข้าถึงข้อมูลก็จะได้ข้อมูลที่มีความทันสมัยและทันท่วงที สามารถเข้าถึงและใช้งานข้อมูลขององค์กรได้ทันทีและแบ่งปันให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ โดยดึงข้อมูลมาจากแหล่งเดียว จึงช่วยประหยัดทั้งต้นทุนและลดเวลาในการจัดการบริหารข้อมูล เอส เทลลิเจทส์ นำเสนอบริการนี้ในระบบ Denodo ที่มีความยืดหยุ่น และเป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน
3.Graph Technology ในฐานะที่ เอส เทลลิเจนท์ เป็นผู้นำเรื่องเทคโนโลยีด้าน Data จึงได้นำเสนอ Tiger Graph และ Gemini Data ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด โดยแสดงข้อมูลด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลในแบบจุดต่างๆ แล้ววิเคราะห์ความสัมพันธ์ของข้อมูลจากเส้นที่เชื่อมต่อกัน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ต่อยอดได้อีกมากมาย ทำให้เข้าถึง Insight ที่ต้องการได้ง่ายมากขึ้น รวมถึงยังมีการใช้งานด้าน Machine Learning แบบใหม่บนระบบฐานข้อมูลแบบกราฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวกและรวดเร็วกว่าเดิม
ดร.สันติสุข กล่าวว่า “ด้วยทั้ง 3 เทคโนโลยีดังกล่าวที่เรานำเสนอ ถือว่าเป็นกลุ่มเทคโนโลยีที่ครอบคลุมในด้านการบริหารจัดการข้อมูลสำหรับองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญและความต้องการที่แตกต่างกัน ซึ่งจุดแข็งของบริษัทฯในการนำเสนอเครื่องมือต่างๆ นั้นก็คือ การเลือกเทคโนโลยีที่สามารถตอบโจทย์และแก้ปัญหาขององค์กรได้อย่างเหมาะสม และตรงกับวัตถุประสงค์ของธุรกิจ ตลอดจนเทคโนโลยีต่างๆสามารถส่งเสริมและต่อยอดซึ่งกันและกันได้ในอนาคต”
“จากประสบการณ์ที่มีมายาวนานกว่า 10 ปีในวงการ Self-Service Data Analytic & Data Science ทำให้เรามีความเข้าใจความต้องการของลูกค้าในธุรกิจที่แตกต่างกัน อีกทั้ง เรายังพัฒนาบุคลากรในองค์กรให้มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกค้า ตั้งแต่การเทรนนิ่ง การให้คำปรึกษา ตลอดจนบริหารภาวะวิกฤตแก่ลูกค้าอีกด้วย เราจึงมั่นใจว่าจะสามารถเติบโตได้ถึง 25% ในปีนี้ และกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้ภายใน 2 ปี” ดร.สันติสุข สรุป
สำหรับองค์กรที่มีความสนใจในด้านการทำ Data Analytic หรือต้องการคำปรึกษาสามารถติดต่อได้ที่ [email protected] หรือ คลิกได้ที่ https://bit.ly/36oSyut