ด้าน เมิ่ง หว่านโจว ประธานกรรมการเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินของหัวเว่ย เปิดเผยว่า "แม้ว่ารายได้ในปี พ.ศ. 2564 จะลดลง แต่เราสามารถทำกำไรและสร้างกระแสเงินสดเพิ่มขึ้น มีศักยภาพในการบริหารธุรกิจมากขึ้นท่ามกลางความผันผวนต่างๆ" ด้วยศักยภาพในการทำกำไรเพิ่มขึ้นจากธุรกิจหลัก ในปี พ.ศ. 2564 กระแสเงินสดของบริษัทจากการดำเนินงานจึงเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คิดเป็นมูลค่ารวม 59.7 พันล้านหยวน ในขณะเดียวกัน อัตราส่วนหนี้สินลดลงเหลือเพียง 57.8% โครงสร้างทางการเงินโดยรวมจึงมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
ในปี พ.ศ. 2564 ธุรกิจการให้บริการด้านเครือข่ายของหัวเว่ยสร้างรายได้ทั้งหมด 281.5 พันล้านหยวน ส่งผลให้ผู้ให้บริการเครือข่ายทั่วโลกใช้งานเครือข่าย 5G มากขึ้น ผลวิจัยจากองค์กรอิสระเปิดเผยว่าเครือข่าย 5G ที่พัฒนาโดยหัวเว่ยสำหรับลูกค้าใน 13 ประเทศ รวมถึงสวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี ฟินแลนด์ เนเธอร์แลนด์ เกาหลีใต้ และซาอุดิอาระเบีย สามารถมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ใช้งาน นอกจากนี้ หัวเว่ยยังทำงานร่วมกับผู้ให้บริการและพันธมิตรโดยลงนามในสัญญาเชิงพาณิชย์มากกว่า 3,000 ฉบับสำหรับการใช้เทคโนโลยี 5G ในภาคอุตสาหกรรม และมีการใช้งานเทคโนโลยี 5G ในกิจการเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ทั้งอุตสาหกรรมการผลิต เหมืองแร่ โรงงานผลิตเหล็กและเหล็กกล้า ธุรกิจท่าเรือและโรงพยาบาล
ด้วยกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ธุรกิจสำหรับองค์กรของหัวเว่ยเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยสร้างรายได้ 102.4 พันล้านหยวนในปี พ.ศ. 2564 โดยในปีที่ผ่านมา หัวเว่ยยังได้เปิดตัว 11 โซลูชันที่ใช้เพื่อประเมินสถานการณ์ต่าง ๆ (scenario-based solutions) สำหรับภาครัฐ การขนส่ง การเงิน พลังงาน และการผลิต บริษัทได้จัดตั้งทีมเฉพาะทางหลายทีม ทั้งทีมด้านเหมืองถ่านหิน ทีมด้านถนนอัจฉริยะ และทีมด้านศุลกากรและท่าเรือ เพื่อรวมทรัพยากรมาตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ เมืองใหญ่กว่า 700 เมืองและบริษัทจาก Fortune Global 500 จำนวน 267 แห่งเลือกหัวเว่ยเป็นพันธมิตรหลักในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ปัจจุบันหัวเว่ยทำงานร่วมกับพันธมิตรผู้ให้บริการและผู้ปฏิบัติงานมากกว่า 6,000 รายทั่วโลก
ธุรกิจสำหรับผู้บริโภคของหัวเว่ยมุ่งเน้นที่ความต้องการของผู้บริโภค โดยสร้างอีโคซิสเต็มทั่วโลกเพื่อต่อยอดสังคมอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกันทั้งหมด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ชีวิตไร้รอยต่อด้วย AI (Seamless AI Life) ของบริษัท ธุรกิจนี้สร้างรายได้กว่า 243.4 พันล้านหยวนในปี พ.ศ. 2564 และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องด้านการพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ หน้าจออัจฉริยะ หูฟังสเตอริโอไร้สาย (TWS) และ Huawei Mobile Services (HMS) โดยกลุ่มอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะและหน้าจออัจฉริยะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยรวมแล้วระบบปฏิบัติการ HarmonyOS ได้รับการติดตั้งในอุปกรณ์หัวเว่ยกว่า 220 ล้านเครื่องในปีพ.ศ. 2564 และกลายเป็นระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์พกพาที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก