Shopee ธุรกิจอีคอมเมิร์ซของ Sea Group แห่งสิงคโปร์ กำลังดำเนินการเลิกจ้างพนักงานในตลาดต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การเลิกจ้างส่งผลกระทบต่อพนักงานของบริษัทในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายประเทศ รวมถึงอินโดนีเซีย ไทย และเวียดนาม แหล่งข่าวหลายแหล่งบอกกับ DealStreetAsia และเสริมว่า บริษัทได้ส่งอีเมลไปยังพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้าง
ธุรกิจของ Shopee ที่ถูกระบุว่ามีการเลิกจ้างพนักงานบางส่วนเพื่อลดค่าใช้จ่าย ได้แก่ ShopeePay ธุรกิจชำระเงินของ Shopee และธุรกิจส่งอาหาร ShopeeFood ยังมีรายงานว่า มีการประชุมเมื่อวันจันทร์ เพื่อจัดการกับการลดงานกับพนักงานของ Shopee
อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถระบุขอบเขตของการลดงาน และจำนวนพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้าง ในขณะที่สื่อ DealStreetAsia นำเสนอข่าวนี้ ซึ่ง DealStreetAsia ได้ติดต่อ Shopee เพื่อขอความคิดเห็นเกี่ยวกับกระแสข่าวดังกล่าว
แหล่งข่าว 2 แหล่งที่ทราบเรื่องนี้กล่าวว่า เกือบครึ่งหนึ่งของพนักงานในทีมงาน Shopee Thailand’s Payment และทีมงานจัดส่งอาหาร (Food Delivery) ได้รับผลกระทบจากการลดขนาดของทีมงานลง
แหล่งข่าวรายหนึ่งยังได้อ้างว่า การสื่อสารกับพนักงานที่ได้รับผลกระทบนั้นได้รับการจัดการในลักษณะที่ไม่ได้มีการเตรียม การมาก่อน โดยบริษัทขอให้พนักงานกลับบ้านและรออีเมลแจ้งการเลิกจ้าง
แหล่งข่าวอีกรายหนึ่งบอกกับ DealStreetAsia ว่า ในช่วงที่ผ่านมา Shopee หยุดการจ้างงาน และมีการเสนอการยกเลิกบทบาทในระดับภูมิภาคของบริษัทหลายประการ
ในขณะที่ธุรกิจของ Sea Group ยังคงแสดงสัญญาณของการทำกำไรโดยรวมที่ดีขึ้น รายได้ส่วนใหญ่ยังคงมาจาก Garena ที่เป็นธุรกิจเกม
ข้อมูลทางการเงินในไตรมาสที่ 1 ปี 2565 ของ Sea Group สะท้อนถึงรายรับ GAAP (General Accepted Accounting Principals คือรายการที่รายงานตามมาตรฐานบัญชี เช่น Net Income, Revenue, Gross Profit, Operating Profit ฯลฯ) ที่เพิ่มขึ้น 64.4% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยมีรายรับที่ 2.9 พันล้านดอลลาร์ มีกำไรขั้นต้นพุ่งขึ้นถึง 81.3% เป็น 1.2 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน
ขณะที่ในส่วนของธุรกิจ Shopee ที่ยังคงขาดทุนนั้น ก็มีการสะท้อนถึงการทำรายได้และผลกำไรที่ดีขึ้นเช่นกัน มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 71.3% เมื่อเทียบข่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เป็น 1.9 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 1 ปี 2565 ในขณะที่ GMV (Gross Merchandize Volume - ยอดขายสินค้า online รวม) เพิ่มขึ้น 38.7% เป็น 17.4 พันล้านดอลลาร์ และที่สำคัญอัตรากำไรขั้นต้นของ Shopee สำหรับอีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ด้วยการเติบโตที่รวดเร็วขึ้นในค่าธรรมเนียมจากการทำธุรกรรม และรายได้จากโฆษณาที่สร้างผลกำไรสูงขึ้นเมื่อเทียบกับบริการที่สร้างมูลค่าเพิ่มอื่น ๆ
อย่างไรก็ตาม Shopee ยังคงเผชิญกับปัญหามหภาคหลายประการ ซึ่งรวมถึงอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นและอัตราดอกเบี้ยที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคการค้าปลีกและการบริโภค
บริษัทยังดูเหมือนจะเผชิญกับอุปสรรคในแผนการที่ทะเยอทะยานในการขยายธุรกิจสู่ระดับโลก รวมถึงการรุกสู่ยุโรปและละตินอเมริกา Shopee ซึ่งมีการดำเนินงานในโปแลนด์และสเปน ได้ตัดสินใจถอนตัวออกจากฝรั่งเศสหลังจากผ่านไปเพียง 5 เดือน เนื่องจากธุรกิจไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
เมื่อเดือนมีนาคมปีนี้ Sea Limited ยุติการรุกตลาดอีคอมเมิร์ซในอินเดีย หลังจากที่เข้าสู่ประเทศนี้ประมาณ 6 เดือน และหลังจากการถอนตัวจากฝรั่งเศสเพียง 1 เดือน การเคลื่อนไหวดังกล่าวนำไปสู่การเลิกจ้างงานของ Shopee จำนวน 300 ตำแหน่งในประเทศแถบเอเชียใต้ และยังได้รับผลกระทบจากการดำเนินการอย่างกะทันหันของรัฐบาลอินเดียที่ได้สั่งห้ามเกม Garena's Free Fire ในประเทศอินเดียแล้ว Garena's Free Fire หรือ Free Fire เป็นเกมยอดนิยมทั่วโลกของ Garena ธุรกิจเกมของ Sea Group
ในขณะเดียวกัน ในสิงคโปร์ การแข่งขันของ Shopee ยังคงดำเนินต่อไปกับ Grab, GoTo และแบรนด์อื่นๆ ที่แย่งชิงส่วนแบ่งเค้กอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ นอกเหนือจากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว Shopee ยังมีให้บริการในไต้หวัน บราซิล เม็กซิโก ชิลี และโคลอมเบีย
นอกจาก Shopee แล้ว สตาร์ทอัพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกหลายรายก็มีการลดพนักงานในลักษณะเดียวกัน เพื่อพยายามรักษาเงินสดไว้ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก เช่น ในอินโดนีเซีย สตาร์ทอัพหลายรายที่ได้รับทุนสนับสนุนจากบริษัทร่วมลงทุน (Venture-backed startups) เช่น Lummo, LinkAja, JD.ID, Pahamify และ Zenius ได้เลิกจ้างพนักงานหลายร้อยคนเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
Cr : Deel street Asia
Source