สำหรับยอดขายของโออิชิ กรุ๊ป ในปี 2560 ที่ผ่านมา (1 ต.ค. 2559 – 30 ก.ย. 2560) มีรายได้จากการขายรวมทั้งสิ้น 13,551 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยที่ 0.6% จากปีก่อน โดยแบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจอาหาร 6,497 ล้านบาท เติบโตทรงตัวจากปีที่ผ่านมา(-0.8%) ส่วนธุรกิจเครื่องดื่มมีรายได้ 7,054 ล้านบาท เติบโตทรงตัวจากปีที่ผ่านมาเช่นกัน (-0.4%) ขณะที่กำไรสุทธิรวมเติบโตขึ้นทั้งสองธุรกิจบริษัทได้ผลกำไรสุทธิรวม 1,443 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.5% จากปีก่อน แบ่งเป็นผลกำไรสุทธิจากธุรกิจอาหาร 210 ล้านบาท เติบโต 76.5% เนื่องจากการปรับกลยุทธ์การตลาดเชิงรุกและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนธุรกิจเครื่องดื่มมีกำไรสุทธิ 1,233 ล้านบาท เติบโต 22.8%
การมีผลกำไรที่เติบโตเพิ่มขึ้นค่อนข้างดีของกลุ่มอาหารนั้น เป็นผลมาจากการเดินหน้ายุทธศาสตร์การพัฒนาธุรกิจที่ให้ความสำคัญต่อการปรับภาพลักษณ์สินค้าและบริการแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิตลอดทั้งปีที่ผ่านมา รวมถึงการมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ในการให้บริการร้านอาหารญี่ปุ่นให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
ส่วนในปี 2561 นี้ โออิชิจะเดินหน้าสร้างการเติบโตผ่าน 4 กลยุทธ์ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สอดรับกับกลยุทธ์องค์กร ไล่ตั้งแต่
1.Store Expansion มุ่งขยายสาขาอย่างต่อเนื่องเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกไลฟ์สไตล์
2.New Brand Concept เปิดแบรนด์ร้านอาหารรูปแบบใหม่ๆ พร้อมมุ่งปรับปรุงภาพลักษณ์ และยกระดับสินค้า-บริการ รวมทั้งตราสินค้าต่างๆ ให้ทันสมัยขึ้น
3.New Innovation พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้โดดเด่นและระบบการให้บริการต่างๆ ให้ทันสมัยขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปและ
4. Sustainable Quality ตอกย้ำคุณภาพสินค้าและบริการ โดยนำ “ระบบประกันคุณภาพ” มาตรฐาน GMP – HACCP – ISO 9001:2015 มาใช้ในการดำเนินงานของร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิทุกสาขาทั้งในเรื่องความอร่อย คุณภาพ และมาตรฐานอาหารปลอดภัยซึ่งโออิชิเป็นร้านอาหารรายแรกของประเทศไทยและภูมิภาคทวีปเอเชียที่ผ่านการรับรองระบบประกันคุณภาพดังกล่าวครบทุกสาขา จากบริษัทเอสจีเอส (ประเทศไทย) องค์กรชั้นนำของโลกทางด้านการตรวจสอบและการรับรองระบบ
“เราจะมุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม การเติบโตจะมีทั้งจากการขยายสาขาเพิ่มขึ้น และการเติบโตจากแบรนด์ใหม่ๆ ที่จะเป็นการเข้าไปในช่องว่างที่ยังมีโอกาสทางการตลาดรออยู่ อาทิร้านอาหารระดับซูเปอร์พรีเมียมที่โออิชิยังไม่มีในส่วนนี้ เป็นการเข้าไปตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อ และมีประสบการณ์ในการบริโภคอาหารญี่ปุ่นมากขึ้น จึงต้องการอะไรที่มีแวลู่ และแปลกใหม่สำหรับเขา”