อยากสูงต้องเขย่ง อยากเก่งต้องเสริมความแกร่งให้แบรนด์ในพอร์ตฯ
หลายคนอาจไม่รู้ว่า ช่วงครึ่งปีหลังของปี 2563 เชนร้านอาหารชั้นนำอย่าง ZEN Group ได้ปรับแผนเดินเกมในตลาดอาหาร ด้วยการยุบ 3 แบรนด์รอง (แจ่วฮ้อน, FOO Flavor และ Musha By ZEN) และหันมาบริหารแบรนด์หลักในพอร์ตฯ เช่น การยก ZEN ขึ้นเป็น Cash Cow เนื่องจากแบรนด์นี้ยังคงสามารถทำกำไรได้ดีแม้จะเข้าสู่จุดอิ่มตัว และมีส่วนแบ่งตลาดสูงในธุรกิจอาหารญี่ปุ่น
ต่อมา ZEN Group เล็งเห็นถึงโอกาสในการเติบโตในตลาดปิ้งย่าง ด้วยความที่ AKA เป็นแบรนด์ยากินิกุบุฟเฟต์ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากเหล่า Meat Lover และสร้างการเติบโตของยอดขายให้กับ ZEN Group อย่างมีนัยสำคัญ จึงตามด้วยแผนปั้น AKA ขึ้นเป็นแบรนด์ดาวรุ่ง (Star)
และหลายคนอาจไม่รู้เช่นกันว่า เมื่อปี 2563 AKA ได้เตรียมการต่อยอดแบรนด์จาก AKA ยากินิกุบุฟเฟต์ สู่ AKA Shabu แต่ด้วยมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ที่ทำให้ลูกค้านั่งรับประทานอาหารในร้านไม่ได้ และความโดดเด่นของแบรนด์ AKA Shabu ที่ไม่มากพอ ทำให้ AKA Shabu ถูกพับเก็บไว้ก่อน
ปี 2565 นี้ ZEN Group ได้ชุบชีวิต AKA Shabu ขึ้นมาได้จังหวะพอดี เปิดให้บริการแล้ว 1 สาขา คือเซ็นทรัลพลาซ่า ปิ่นเกล้า ด้วยความหวังที่ว่าการเดินหน้ารุกขยายเข้าสู่ตลาดชาบูอย่างเต็มรูปแบบในครั้งนี้ จะสามารถสร้างการรับรู้ที่มากขึ้นให้กับแบรนด์ AKA และเสริมความแข็งแกร่งให้กับ ZEN Group โดยตั้งเป้ายอดขายมากกว่า 900 ล้านบาท หรือประมาณการเติบโตมากกว่า 60% ภายในสิ้นปี และคาดว่า AKA Shabu จะเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการดันยอดขายแบรนด์ AKA แตะหลักพันล้านบาทได้
อย่างที่ได้กล่าวไปว่า AKA Shabu พร้อมเปิดให้บริการตั้งแต่ก่อน COVID-19 เข้ามาระบาดแล้ว ทำให้ AKA Shabu ถือว่าเป็น New Player ที่ได้เปรียบมากพอสมควร การต่อสู้ในศึกหม้อเดือดของ AKA ครั้งนี้ จึงเป็นที่น่าจับตามองอย่างมาก