หากมองเข้ามาที่ตลาดเชนร้านอาหารที่เป็น Quick Service Restaurant หรือ QSR ที่มีมูลค่าตลาดราว 4.5 หมื่นล้านบาทต่อปี แล้ว จะพบว่า ในจำนวนนั้น เป็นตลาด QSR ประเภทไก่ทอดถึง 2.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่า เป็นตลาดที่มีขนาดค่อนช้างใหญ่
ขณะที่คนไทยเอง ก็คุ้นเคยกับการบริโภคอาหารประเภทไก่ทอดมาอย่างยาวนาน แถมเป็นประเภทอาหารที่เข้าถึงได้ง่ายในราคาที่ไม่สูงนัก
เช่นเดียวกับการแข่งกันขยายสาขาเพื่อให้ครอบคลุมและเข้าถึงได้ง่ายที่สุด ซึ่งวันนี้ ไม่เพียงแค่การมีสาขาในมอลล์หรือในโมเดิร์นเทรดเท่านั้น แต่ร้านไก่ทอดของหลายๆ แบรนด์ ต่างก็มีการขยายสาขาในรูปแบบของร้านในปั๊มน้ำมัน และร้านที่เป็นตึกแถว
แม้วันนี้ ตลาดไก่ทอดส่วนใหญ่จะตกอยู่ในมือของผู้เล่นรายใหญ่อย่างเคเอฟซี ที่มีจำนวนสาขาจากผู้ได้รับสิทธิแฟรนไชส์ในบ้านเรา 3 ราย มากกว่า 953 สาขา แยกเป็น เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป หรือ CRG เครือเซ็นทรัลกรุ๊ป ปัจจุบันมีกว่า 300 สาขา เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย (The QSR of Asia) เครือไทยเบฟ มีสาขาในปี 2565 อยู่ที่ กว่า 430 สาขา และเรสเทอรองส์ ดีเวลลอปเม้นท์ (RD) มีกว่า 200 สาขา
แต่ก็ยังมีผู้เล่นในตลาด QSR จากเซ็กเม้นต์อื่นๆ พยายามที่จะขยายฐานเข้ามาร่วมแชร์ตลาด โดยเฉพาะผู้เล่นที่เป็น 2 แบรนด์ใหญ่อย่างพิซซ่า ฮัท และเดอะพิซซ่า คอมปะนี ที่มีการยกระดับเมนูไก่ของตัวเองเพื่อแตกออกมาเป็นซับ แบรนด์ ร่วมแข่งขัน
อย่างล่าสุด พิซซ่า ฮัท แบรนด์พิซซ่าระดับโลกภายใต้การบริหารงานของบริษัท พีเอช แคปปิตอล จำกัด ก็มีการปั้นแบรนด์ไก่ทอดชิงมาร์เก็ตแชร์ตลาดไก่ทอดแบบวิ่งซิ่งติดสปีดด้วยการเปิดตัว “วิงสตรีท” (WingStreet) ไก่ทอดคลุกซอส โคตรเท่ x 2! สำหรับกลุ่มวัยรุ่น มิลเลนเนียล และมนุษย์พันธุ์ FOMO ต้องลอง ต้องชิม พร้อมเสิร์ฟที่ร้านพิซซ่า ฮัท ทุกสาขาและทุกช่องทางแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ในราคาเริ่มต้น 159 บาท

อุษณา มหากิจศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอช แคปปิตอล จำกัด กล่าวว่า เรื่องไก่ทอดของพิซซ่า ฮัท เรียกว่าไม่แพ้แบรนด์อื่น ด้วยความที่พิซซ่า ฮัท ใส่ใจในรสนิยมของผู้บริโภคเสมอมา จึงเป็นที่มาของ “วิงสตรีท” สูตรไก่ทอดกรอบรสชาติใหม่ 5 รสชาติ จาก 5 สตรีท ซึ่งคาดว่าจะสร้างความฮือฮาในกลุ่มคนที่ชื่นชอบไก่ทอดในประเทศไทยได้อย่างแน่นอน
พิซซ่า ฮัท จะโปรโมตเมนูไก่ทอดนี้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียเป็นหลัก เพื่อเจาะกลุ่ม ‘Young & Younger’ ด้วยวลีฮิต ‘WingStreet ไก่ทอดคลุกซอสโคตรเท่’ ซึ่งพิซซ่า ฮัท คาดหวังว่าจะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในแบรนด์ไก่ทอดที่ผู้บริโภคชื่นชอบได้ในอนาคต
ขณะที่ก่อนหน้านั้น เดอะพิซซ่า คอมปะนี ของค่ายไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป ก็มีการแตกซับ แบรนด์ ใหม่ “Chick-A-Boom” (ชิค-อะ-บูม) ซึ่งเป็นการต่อยอดมาจากกลุ่มเมนู “ปีกไก่” ของตัวเอง
การแตกซับแบรนด์ในครั้งนั้น เป็นความพยายามในการเข้ามาแจมในตลาด QSR ประเภทไก่ ที่มีมูลค่าถึง 24,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นการมองเห็นโอกาสจากขนาดตลาดที่ค่อนข้างใหญ่
ขณะที่ไก่ทอดเองก็ถือเป็นอีก 1 เมนูยอดนิยมที่ลูกค้าที่สั่งพิซซ่าของเดอะพิซซ่า คอมปะนี มีการสั่งไปบริโภคพร้อมๆ กับเมนูหลักคือพิซซ่า จึงมองเห็นโอกาสในความเป็นไปได้ที่จะแตกออกมาเป็นซบแบรนด์เพื่อชิมลางตลาด ซึ่งหากไปได้ดี อาจจะมีการแตกออกมาเป็นอีกแบรนด์เพื่อลุยตลาดไก่ทอดโดยตรง
ภาณุศักดิ์ ซื่อสัตย์บุญ ผู้จัดการทั่วไป เดอะ พิซซ่า คอมปะนี ภายใต้การดำเนินการของ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ปัจจัยที่ทำให้แบรนด์ตัดสินใจขยายไลน์เมนูใหม่ ส่วนหนึ่งมาจากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคกับการเลือกสั่งเมนูอาหารของเดอะ พิซซ่า คอมปะนี ที่พบว่าส่วนใหญ่ผู้บริโภคจะเลือกสั่งพิซซ่าทานคู่กับเมนูไก่ ซึ่งเมนูไฮไลท์ที่ผู้บริโภคมักจะชอบสั่งมาทานคู่กัน เช่น ปีกไก่บาร์บีคิว ปีกไก่ทอดสไตล์เกาหลี ฯลฯ
ทางแบรนด์จึงมองเห็นโอกาสการเติบโตของแบรนด์ ชิค-อะ-บูม เพื่อบุกตลาดไก่ทอดที่แตกต่างแบบเต็มตัว และเป็นการต่อยอดฐานกลุ่มผู้บริโภคที่มีอยู่เดิมให้เพิ่มมากขึ้น จึงได้มีการพัฒนาเมนูไก่ใหม่ๆ เข้ามาช่วยเพิ่มความหลากหลาย เสริมความแปลกใหม่ ให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ของ ชิค-อะ-บูม คือ ถึงมาใหม่ก็ไม่ใช่ไก่แบบก่อน
การเลือกต่อยอดเมนูไก่ปีกไก่ มาสู่การสร้างเป็นซับแบรนด์แบบเต็มตัวนั้น การทำตลาดทั้งในสเตปแรกและสเตปที่ 2 ยังคงผูกไปกับพี่ใหญ่คือ เดอะพิซซ่า คอมปะนี ที่มีส่วนในการผลักดันให้ซับแบรนด์ที่สร้างขึ้นนี้ เป็นที่รู้จัก และได้รับการยอมรับ โดยเฉพาะกับการเกิดการทดลองบริโภคไก่
การมีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์นั้น จะช่วยทำให้การแนะนำแบรนด์ ชิค – อะ - บูม ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่า จะเป็นแรงส่งสำคัญในการเข้าไปแข่งขันในตลาดไก่ทอดโดยยังคงมีแบรนด์พี่ใหญ่คือ เดอะพิซซ่า คอมปะนี เป็นหัวลากสำคัญในการช่วยแจ้งเกิดให้ชิค - อะ - บูม ได้อย่างเต็มตัว โดยไมเนอร์ ฟู้ดฯ คาดหวังว่าหลังจากเปิดตัวไก่ทอดกรอบ “ชิค – อะ – บูม บิ๊กชิค” จะทำให้คนสั่งเมนูไก่ทอดเพิ่มขึ้น และจะช่วยกระตุ้นยอดขายไก่ในปี 2565 เติบโต 60%
แม้ในตอนนี้ ชิค – อะ - บูม ยังเป็นแค่ “ซับ แบรนด์” ที่ต่อยอดมาจากเมนูปีกไก่ของเดอะพิซซ่า คอมปะนี แต่ในอนาคตไม่แน่ว่า อาจจะถูกดันขึ้นมาเป็นแบรนด์ไก่ทอด เพื่อเสริมพอร์ตในส่วนนี้อีกแบรนด์ หลังจากที่ไมเนอร์ ฟู้ด มีแบรนด์ไก่อยู่ในพอร์ตคือบอนชอน ไก่ทอดสไตล์เกาหลี อยู่ในพอร์ต ซึ่งเป็นเรื่องของอนาคตที่อะไรก็เกิดขึ้นได้

แม็คโดนัล - เคเอฟซี
คู่ต่อกรในตำนาน
อย่างไรก็ตาม คู่แข่งขันที่แข่งกันมาอย่างยาวนานในการแย่งชิงส่วนแบ่งในตลาดไก่ทอด ก็คือ เคเอฟซี และแมคโดนัลด์ที่แม้จะเป็นผู้เล่นที่อยู่คนละเซ็กเม้นต์กันก็ตาม
แมคโดนัลด์ มีเมนูไก่ทอด เป็นอีก 1 สีสันที่ทำตลาดมานาน ซึ่งการแข่งขันในตลาด QSR ระหว่างแมคโดนัลด์กับเคเอฟซี ถือว่าเร้าใจทีเดียว เพราะทั้งคู่ต่างมองถึงการเข้ามากินพื้นที่ของคู่แข่ง ในอดีตนั้นภาพของแมคโดนัลด์จะออกมาค่อนข้างเป็นสแน็คหรือของกินเล่นมากกว่าเคเอฟซี
เคเอฟซีจะมีภาพของการกินเป็นมื้ออาหาร ที่อาจจะทำให้ลูกค้าบางกลุ่มไม่เข้าไปใช้เวลาในร้านนอกเวลาที่เป็นมื้ออาหาร ซึ่งทั้งคู่ก็พยายามเติมเต็มในส่วนที่เป็นจุดอ่อนดังกล่าว โดยเคเอฟซี มีการเติมเต็มเมนูที่เป็นของทานเล่นเข้ามา เพื่อทำให้คนเข้ามานั่งชิลได้แม้จะไม่ใช่มื้ออาหาร เมนูทานเล่นก็มี อาทิ ไก่ป๊อป หรือบางครั้งก็ทำเบอเกอร์ออกมาแข่งกับแมคโดนัลด์เสียเลย
ไฮไลต์ของการเติมเต็มภาพของการเป็นร้านที่สามารถเข้าได้ตลอดทั้งวันแม้ไม่ใช่มื้ออาหารก็คือ การที่ทั้งซีอาร์จี และเดอะ คิวเอสอาร์ ออฟเอเชีย ซึ่งเป็น 2 แฟรนไชส์ของเคเอฟซี ก็มีการเติมเต็มด้วยการนำร้านกาแฟเข้าไปเปิดในร้านเคเอฟซีที่เป็นแฟรนไชส์ของตัวเอง เพื่อเพิ่มโอกาสในการดึงลูกค้าเข้าร้านตลอดทั้งวัน โดยซีอาร์จี มีการเปิด “KFC Cafe’ by Arigato” ด้วยจุดแข็งของ เคเอฟซี คือ เมนูไก่ทอด ซึ่งเน้นการขายแบบอาหารมื้อหลัก และอาริกาโตะ แบรนด์เครื่องดื่มนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ที่มีจุดเด่นในเรื่องเครื่องดื่มกาแฟและชาเขียวที่มีคุณภาพระดับพรีเมี่ยม เมื่อปลายปีที่ผ่านมา
ขณะที่ เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย มีการเปิดตัว KFC Café by SO COFFEE ไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2565 ที่ผ่านมาพร้อมตั้งเป้าขยายการให้บริการ KFC Café by SO COFFEE ในสาขาของเดอะ คิว เอส อาร์ ออฟ เอเชีย จำนวน 250 สาขาภายในปี 2565 โดยเน้นทำเลสาขาที่ตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้า ไฮเปอร์มาร์เก็ต คอมมูนิตี้มอลล์ และร้านไดร์ฟ ทรู ครอบคลุมกว่า 50 จังหวัดในประเทศไทย
การเพิ่มร้านกาแฟเข้าไปในร้านเคเอฟซีนั้น เป็นอีกความพยายามในการเพิ่ม Occasion ในการใช้บริการที่ทำให้สามารถดึงคนเข้าร้านได้อย่างต่อเนื่องแม้ไม่ใช่ช่วงเวลาของมื้ออาหา ซึ่งการขยาย Occasion นี้ ยังรวมถึงการเพิ่มเมนูหรือโปรดักท์ใหม่ๆ โดยเฉพาะเมนูที่เป็นสแน็ก เพื่อเพิ่มโอกาสในการบริโภคหลังช่วงเวลาที่เป็นมื้ออาหาร ซึ่งจะทำให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการในร้านเคเอฟซีได้แบบต่อเนื่องทั้งวัน
ด้านแมคโดนัลด์เอง ก็พยายามที่จะเติมเมนูในส่วนที่เป็นมื้ออาหารเข้าไปมากขึ้น อย่างตัวเมนูข้าว ที่เข้ามาช่วยเปลี่ยนภาพของการเป็นมื้ออาหารได้ค่อนข้างดี
ล่าสุด แมคโดนัลด์ก็มีการเปิดตัวเมนูใหม่ล่าสุดที่เป็นการนำเสนอซิกเนเจอร์ความเป็นไทยให้ทั่วโลกหลงรัก ‘แมคข้าวไก่กรอบแกงเขียวหวาน’ เมนูเด็ดที่หยิบเอาไก่ทอดเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการต่อยอดทำเป็นเมนูข้าวหน้าที่แมคโดนัลด์ทำออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสีสันให้กับการทำตลาดในเมนูที่มีไก่ทอดเข้ามาเกี่ยวข้อง
ถือเป็นอีกสีสันที่ถูกแต่งแต้มเข้าไปในการชิงชัยในตลาดไก่ทอดที่มีเดิมพันเป็นมูลค่าตลาดสูงถึง 24,000 ล้านบาท.....