เทรนด์ของตลาดค้าปลีกบ้านเรา ส่วนหนึ่งกำลังไหลมาที่ร้านโชวห่วย โดยเฉพาะในมุมของการเข้ามาช่วงชิงกันสร้าง เครือข่ายร้านโชวห่วยของบรรดายักษ์ใหญ่ในวงการค้าส่ง - ค้าปลีก ไม่เว้นแม้กระทั่งซัพพลายเออร์ ที่วันนี้ ต่างมองมาถึงการมี เครือข่ายช่องทางการขายที่แข็งแกร่งในการเข้าถึงลูกค้ารากหญ้าที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ
ไล่เลียงตั้งแต่แม็คโคร ที่เปิดตัวร้านบัดดี้ มาร์ท โลตัส กับเครือข่ายร้านนี้ขายดี บิ๊กซี กับเครือข่ายร้านโดนใจ หรือทีดี ตะวันแดง ในเครือคาราบาว กรุ๊ป ที่ทำเครือข่ายร้านถูกดี มีมาตรฐาน ไม่เว้นแม้แต่บรรดายี่ปั๊วท้องถิ่น ที่เริ่มขยับตัวในการทำ เครือข่ายร้านโชวห่วย ภายใต้ชื่อ “ร้านคุ้มจริง” ทั่วประเทศ
แต่หลายคนคงลืมไปแล้วว่าซัพพลายเออร์รายใหญ่ในแวดวงสินค้า FMCG อย่างยูนิลีเวอร์ ถือเป็นรายแรกๆ ที่ขยับ ตัวทำเครือข่ายร้านค้าพันธมิตรของตัวเองภายใต้ชื่อ “ร้านติดดาว” ที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างตั้งแต่ปี 2555 หลังการเกิดน้ำท่วมใหญ่ ทั่วประเทศ
ในความหมายที่ถูกนิยามเอาไว้นั้น ร้านติดดาวก็คือโครงการที่ช่วยเหลือและพัฒนาศักยภาพของร้านค้าในชุมชน ร้านโชวห่วย ร้านขายของชำต่างๆ ให้เติบโตและสามารถแข่งขันได้ในปัจจุบัน ซึ่งการเป็นร้านติดดาวนั้น จะมีทีมงานของ ยูนิลีเวอร์เข้าไปช่วยดูแลคุณตั้งแต่การจัดเรียงสินค้า ตกแต่งร้านค้าด้วยสื่อต่างๆ มีโปรโมชั่นพิเศษที่ช่วยกระตุ้นการขาย ตลอดปี รวมไปถึงการให้ความรู้แก่เจ้าของร้านเพื่อพัฒนาปรับปรุงธุรกิจของร้านติดดาวทุกๆ ร้านให้ดีขึ้นไปพร้อมๆ กับบริษัทฯ

ในปัจจุบันมีร้านค้าที่เข้าร่วมเป็น “ร้านติดดาว” กว่า 12,000 ร้านค้าทั่วประเทศ โดยร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับ การดูแลและให้คำแนะนำ คำปรึกษา ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในโครงการ โดยการสมัครเข้าร่วมเป็นร้านติดดาวนั้น บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด จะพิจารณาจากคุณสมบัติตามที่กำหนด ไล่ตั้งแต่
1.ความตั้งใจที่เกินร้อยในการเป็นร้านติดดาว สิ่งแรกที่ยูนิลีเวอร์ให้ความสำคัญก็คือความตั้งใจและความมุ่งมั่นที่ เกินร้อยของเจ้าของร้านในการอยากพัฒนาร้านค้าของตัวเองให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น เพราะเรามีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือ และ ส่งเสริมเจ้าของร้านโชวห่วย ร้านขายของชำ รวมไปถึงร้านค้าในชุมชน ให้เติบโตและยังคงเสน่ห์ร้านชำใกล้บ้านที่หลายๆ คน คุ้นเคยกัน
2.ส่วนข้อต่อมา คือต้องอยู่ในบริเวณแหล่งชุมชนหรือใกล้แหล่งชุมชนที่มีคนสัญจรไปมา ทำให้เพิ่มโอกาสที่จะมีผู้คน ได้เดินแวะเวียนเข้ามาในร้านค้า เช่น แหล่งที่พักอาศัย หมู่บ้าน ตลาดนัด โรงเรียน วัด เป็นต้น
3.ส่วนการจำหน่ายสินค้าในร้านนั้นต้องมีความหลากหลาย ทั้งอุปโภคและบริโภค เช่น อาหารแห้ง เครื่องปรุง สบู่ ยาสระผม ครีมบำรุงผิว ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้าที่เข้าร้านมาได้มีสินค้าให้เลือกซื้อหลากหลาย และตอบ โจทย์ความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันไป
4.อีกข้อตกลงที่สำคัญก็คือการเข้าร่วมเป็นร้านติดดาวต้องซื้อผลิตภัณฑ์จากศูนย์จัดจำหน่ายสินค้าของยูนิลีเวอร์ อย่างต่อเนื่อง โดยมีข้อกำหนดยอดสั่งซื้อสินค้าขั้นต่ำอยู่ที่เดือนละ 5,000 บาท
5.ภายในร้านค้าจะต้องมีการจัดทำรายการสินค้าขายดีหรือสินค้าแนะนำ สินค้าที่มีโปรโมชั่น ของแถมต่างๆ บนชั้น วางอย่างครบถ้วน เพื่อนำเสนอสินค้าที่ต้องขายได้อย่างชัดเจน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการขายได้เป็นอย่างดี ทำให้ลูกค้าที่เข้ามา ภายในร้านได้เห็นสินค้าทำให้ง่ายต่อการเลือกซื้อ เลือกชม
6.ร้านค้าให้ความร่วมมือจัดเรียงสินค้าตามคำแนะนำของยูนิลีเวอร์ โดยการจัดเรียงสินค้าจะมีทีมงานของร้านติดดาว ให้คำแนะนำและให้ความช่วยเหลือในการจัดเรียงสินค้าต่างๆ บนชั้นวางให้สวยงามน่าซื้อ รวมไปถึงการตกแต่งชั้นวางด้วย ป้ายโฆษณาชวนซื้อต่างๆ เพราะว่าการจัดเรียงสินค้าที่บริษัทออกแบบมานั้น นอกจากตอบโจทย์ความสวยงามภายในร้านแล้ว ยังช่วยให้สามารถมองเห็นสินค้าได้ง่าย เป็นระเบียบ ง่ายต่อการเลือกซื้อของลูกค้าอีกด้วย

ยูนิลีเวอร์จะเข้าไปช่วยพัฒนาร้านค้าเครือข่ายเหล่านี้ ทั้งในแง่ของการให้ความรู้ในการบริหารจัดการร้านค้าปลีกยุค ใหม่ที่นำเอาแนวคิดของร้านโมเดิร์นเทรดเข้าไปปรับใช้ ทั้งการจัดเรียงสินค้าให้น่าสนใจ การบริหารจัดการเรื่องของสต๊อก สินค้า รวมถึงการเพิ่มรายได้ในส่วนอื่นๆ อาทิ การติดตั้งเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ หรือตู้เติมเงินมือถือ
ก่อนที่จะดึงร้านค้าเข้ามาเป็นเครือข่ายร้านติดดาวนั้น ยูนิลีเวอร์จะมีการเข้าไปสำรวจในชุมชนให้ว่าผู้บริโภคใน พื้นที่ต้องการสินค้าอะไรในชีวิตประจำวัน เพื่อที่จะให้ร้านค้าสั่งสินค้าเข้าร้านได้ตรงกับความต้องการ ทำให้สินค้าหมุนเวียน ได้เร็วขึ้น
สิ่งที่น่าสนใจก็คือร้านการเข้ามาร่วมในโครงการร้านติดดาว จะไม่มีต้นทุนในเรื่องของค่ามัดจำสินค้าเหมือนกับ เครือข่ายของเชนค้าปลีก - ค้าส่ง สิ่งที่เราได้เห็นในช่วงที่ผ่านมา ก็คือ การทำการตลาดเชิงรุกกับเครือข่ายร้านติดดาว โดยเฉพาะกับการมีโปรโมชั่นแคมเปญส่งเสริมการขายของสินค้าหลายตัวผ่านร้านติดดาว และเริ่มมีการยิงโฆษณาทางสื่อ หลักอย่างสื่อทีวีอย่างหนาตาในช่วงที่ผ่านมานี้
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการทำโปรโมชั่นแจกรถจักรยานยนต์ Honda Lead และสร้อยคอทองคำกับผู้ประกอบการที่เป็น ร้านติดดาว เพื่อสร้างแรงดึงดูดในการร่วมเป็นเครือข่ายร้านติดดาวให้มีมากขึ้น
การขยับตัวในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นการรับมือกับการรุกเข้ามาดึงร้านโชวห่วยเข้าร่วมเป็นเครือข่ายร้านค้าปลีก ของบรรดายักษ์ใหญ่ค้าปลีก - ค้าส่ง ที่มีการแข่งกันอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา แน่นอนว่า แม้สินค้าของยูนิลีเวอร์ยังคงเป็น ที่ต้องการของตลาด แต่การมีเครือข่ายร้านค้าที่มากขึ้นของเชนค้าปลีก - ค้าส่ง ย่อมตามมาด้วยตัวเลขการสั่งซื้อสินค้าที่ มากขึ้น และนั่นจะมีเรื่องของการต่อรองตามมา

ขณะที่ทิศทางหนึ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็คือการสวมหมวกอีกใบเป็นซัพพลายเออร์ของเชนค้าปลีก - ค้าส่ง ซึ่งแน่นอนว่า ย่อมจะมีการผลักดันสินค้าของตัวเองเข้าสู่ร้านค้าเครือข่ายเหล่านั้น ซึ่งในระยะยาว ย่อมส่งผลกับซัพพลายเออร์อย่างยูนิลีเวอร์
การที่จะสร้างเครือข่ายร้านติดดาวให้กระจายได้อย่างทั่วถึงนั้นจำเป็นที่จะต้องมีความครบเครื่อง ไล่ตั้งแต่การมี สินค้าครบทุกหมวด ที่ไม่ใช่เพียงแค่การขายโปรดักต์ แต่เป็นการขายแบบโซลูชั่น ขณะที่ต้องมีเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่ ทรงพลัง ที่สามารถเข้าถึงร้านค้าเพื่อให้คำแนะนำ จัดเรียง หรือเติมสินค้าอย่างต่อเนื่อง
จุดแข็งอย่างหนึ่งของยูนิลีเวอร์ก็คือการมีเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง สามารถกระจายสินค้าเข้าสู่ร้าน โชวห่วยทั่วประเทศกว่า 4 แสนร้านค้า ผ่านตัวแทนจำหน่ายที่เรียกว่า “ศูนย์จัดจำหน่ายของยูนิลีเวอร์”
ยูนิลีเวอร์ แทบจะเป็นรายเดียวในตลาดที่มีศูนย์จัดจำหน่ายของตัวเอง (Exclusive Distributor) ครอบคลุมอยู่ เกือบทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยยูนิลีเวอร์มองเห็นความสำคัญของช่องทางนี้ จึงมีการพัฒนาตัวแทนจำหน่ายของตัวเอง ขึ้นมาเมื่อ 30 ปีที่แล้ว พร้อมกับมีการพัฒนาทักษะการทำตลาด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้กับตัวแทนจำหน่ายเหล่านั้น
การทำให้เครือข่ายจัดจำหน่ายนี้มีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องมีการสร้างความแข็งแกร่ง ให้เกิดขึ้นตลอดซัพพลายเชน ซึ่งร้านโชวห่วยถือเป็นหนึ่งหัวใจสำคัญของซัพพลายเชนนี้
ยูนิลีวเวอร์ จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาร้านโชวห่วยให้เกิดความยั่งยืนระยะยาว และการทำโครงการร้านติดดาว คือคำตอบในเรื่องนี้ โดยยูนิลีเวอร์จะเข้าไปช่วยแนะนำร้านค้าย่อยในการบริหารจัดการด้วยแนวคิดสมัยใหม่ ทั้งการบริหาร จัดการด้านสต๊อก การจัดเรียงสินค้า หรือแม้แต่เรื่องของการทำโปรแกรมส่งเสริมการขายเพื่อสร้างการซื้ออย่างต่อเนื่อง โดยใช้ เครือข่ายจัดจำหน่ายของตัวเองเป็นตัวช่วยสำคัญ
การเข้าไปช่วยพัฒนาร้านค้าย่อยเหล่านั้น เป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้เกิดขึ้นตลอดทั้งซัพพลายเชน เพราะเมื่อ ร้านค้าย่อยมีการเติบโตที่ดี ก็ย่อมส่งผลต่อตัวแทนจำหน่ายที่มียอดการสั่งซื้อสินค้าเข้าร้านเพิ่มมากขึ้น
ทั้งหมดจึงเป็นคำตอบว่า ทำไมยูนิลีเวอร์ ถึงยังคงให้ความสำคัญกับการทำร้านติดดาวของตัวเอง....
CR : ขอบคุณภาพจาก เพจร้านติดดาว