BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
3,485
VIEWS

“Community Catalyst” เทรนด์การทำแบรนด์ที่มาแรงในปี 2569

ม.ค. 14, 2569 R.Somboon
การออกมาประกาศกลยุทธ์ใหม่ “Influencer-First Strategy” อย่างเป็นทางการของยักษ์ใหญ่ในแวดวงสินค้า FMCG  ในช่วงที่ผ่านมานั้น หากมองเข้ามาที่แก่นของการประกาศปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในครั้งนี้ จะอยู่ที่การเพิ่มจำนวนอินฟลูเอนเซอร์ และครีเอเตอร์ที่ทำงานร่วมกันมากขึ้นถึง 20 เท่า โดยยูนิลีเวอร์ มีการโยกงบโฆษณาถึงครึ่งหนึ่งไปยังแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย จากเดิมที่อยู่ราว 30% ซึ่งถือเป็นการปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ของผู้นำในตลาดสินค้า FMCG ระดับโลกรายนี้
 
การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนเพียงทิศทางของ Unilever เท่านั้น แต่ยังเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการทำ     แบรนด์ที่เปลี่ยนไป โดยเปลี่ยนจากการใช้ Mass Media มาเป็น Niche Community จากการโฆษณาแบบดั้งเดิม อาทิ การเน้นหนักไปที่การใช้สื่อทีวี, ป้ายบิลบอร์ด ฯลฯ ซึ่งเป็นการสื่อสารทางเดียว (one-way communication) ไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เป็นแมส มาสู่การใช้ครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ ที่ส่วนใหญ่มีฐานผู้ติดตามที่เฉพาะเจาะจง (Niche Audience) ที่มีรวมตัวกันเป็นชุมชนที่มีความสนใจร่วมกัน เช่น ชุมชนคนรักผิว, กลุ่มบิวตี้บล็อกเกอร์ เป็นต้น
 
การปรับเปลี่ยนในครั้งนี้น่าจะอยู่ที่เป้าหมายในการสร้างความน่าเชื่อถือและความจริงใจ ทั้งนี้ก็เพราะ ผู้บริโภคในปัจจุบันมักเชื่อถือคำแนะนำจากคนที่ดู "จริง" และ "เข้าถึงได้" มากกว่าโฆษณาที่ดูเป็นการจัดฉาก โดยอินฟลูเอนเซอร์ทำหน้าที่เป็นเหมือน "เพื่อน" หรือ "ผู้นำชุมชน" ที่แนะนำสินค้าทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมองถึงการกระตุ้นการมีส่วนร่วม (Engagement) ทั้งนี้ก็เพราะว่าครีเอเตอร์สามารถสร้างบทสนทนา ถามตอบ และรีวิวสินค้าที่กระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมในชุมชนนั้นๆ ได้ทันที ไม่ใช่แค่การรับข้อมูลแบบตั้งรับเหมือนโฆษณาทั่วไป โดยยูนิลีเวอร์เปลี่ยนบทบาทจากการเป็น "ผู้โฆษณา" มาเป็น "ผู้สนับสนุน" หรือ "ผู้มอบเครื่องมือ" (สินค้า) ให้   ครีเอเตอร์ไปสร้างสรรค์เนื้อหาและจุดประกายการพูดคุยในชุมชนของพวกเขา
 
รวมๆ แล้ว สิ่งที่ยูนิลีเวอร์ทำออกมาถือเป็นการปูทางสู่การสร้าง Community Catalyst ซึ่งในความหมายของคำว่า "Community Catalyst" ในบริบทของธุรกิจและการตลาดจะหมายถึงบทบาทของแบรนด์หรือองค์กรที่ทำหน้าที่เป็น "ตัวเร่งปฏิกิริยา" หรือ "ผู้จุดประกาย" ให้เกิดการรวมตัวกันของกลุ่มคนที่มีความสนใจร่วมกัน เพื่อเข้ามาอยู่ใน Community เดียวกัน แบรนด์ที่เป็น Community Catalyst จะไม่เพียงแค่มุ่งเน้นการขายสินค้า แต่จะสร้างคุณค่าร่วม (Shared Value) โดยการเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน สร้างพื้นที่สำหรับการมีส่วนร่วม และส่งเสริมให้ชุมชนนั้นเติบโตและยั่งยืน
 
การสร้าง Community Catalyst กลายเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจของการทำแบรนด์ในปัจจุบัน โดยเฉพาะกับการผลักดันแบรนด์เข้าหาคนรุ่นใหม่ในกลุ่มเจน Z ที่มีมุมต่อแบรนด์ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง โดยคน Gen Z ไม่ได้มองหาแค่ "สินค้าที่ดี" แต่ต้องการ "คุณค่า" และ "ความหมาย" ที่แบรนด์มอบให้ ซึ่ง Community Catalyst สามารถตอบสนองความต้องการด้านการมีส่วนร่วมและเป้าหมายร่วมกันได้เป็นอย่างดี


ทั้งนี้ แบรนด์ไม่ได้เป็นเพียงแค่สินค้าหรือผู้ให้บริการ แต่เป็นพลังที่กระตุ้นให้สมาชิกในชุมชนเกิดปฏิสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนความรู้ และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ร่วมกัน โดยเฉพาะในมุมของการสร้างคุณค่าร่วม ที่มีเป้าหมายคือการสร้างประโยชน์ให้กับทั้งสมาชิกในชุมชนและแบรนด์ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งอาจรวมถึงมิติทางสังคมและสิ่งแวดล้อม นอกเหนือจากแค่กำไร ผ่านการให้อำนาจแก่ชุมชนซึ่งแบรนด์จะสนับสนุนและเปิดโอกาสให้สมาชิกในชุมชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง สร้างเนื้อหาหรือแก้ไขปัญหาต่างๆ ด้วยตัวเอง ที่เรียกว่า User Generated Content ตามยุคสมัยของการทรงอิทธิพลมากขึ้นของโลกออนไลน์
 
ที่ผ่านมา มีแบรนด์จำนวนมากที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการใช้กลยุทธ์การสร้างชุมชนหรือ Community Catalyst ในการขับเคลื่อนธุรกิจ อย่างกรณีของ Sephora ที่สร้างสรรค์ Sephora Community ผ่านการสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ชื่อว่า Sephora Community ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ให้ผู้รักเครื่องสำอางและความงามมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รีวิวสินค้า ขอคำแนะนำ และแชร์เทคนิคต่างๆ
 
ความเป็น Catalyst ของแพลตฟอร์มนี้เกิดจากแบรนด์ไม่ได้เข้าไปบงการเนื้อหา แต่ให้ผู้ใช้ที่เป็นสมาชิกในชุมชนเป็นผู้สร้าง User Generated Content และให้คำแนะนำกันเอง ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือสูงมาก และช่วยให้ Sephora ได้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าต้องการอย่างมหาศาล
 
เช่นเดียวกับ LEGO ที่เป็นตัวอย่างคลาสสิกของ Community Catalyst โดย LEGO สร้างแพลตฟอร์ม LEGO Ideas ที่เปิดโอกาสให้แฟนๆ ส่งแบบจำลองที่ออกแบบเองเข้าประกวด หากได้รับคะแนนโหวตถึงเกณฑ์ที่กำหนด LEGO จะพิจารณานำแบบนั้นไปผลิตจริง


ทำให้ความเป็น Catalyst: LEGO สามารถเข้ามาเปลี่ยนลูกค้าให้เป็นนักออกแบบและนักการตลาด พวกเขาเร่งปฏิกิริยาให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ จากภายในชุมชนเอง ผลที่ตามมาก็คือ LEGO สามารถสร้างความภักดีที่หาตัวจับยากขึ้นมาเป็นกลุ่มก้อนได้สำเร็จ
 
ส่วนอีกตัวอย่างที่น่าสนใจก็คือ Nike ที่สร้าง Nike Run Club และ Training Club ขึ้นมาโดย Nike สร้างแอปพลิเคชัน และกิจกรรมชุมชนสำหรับการวิ่งและการออกกำลังกาย เพื่อเชื่อมโยงนักวิ่งเข้าด้วยกัน ไม่ใช่แค่การขายรองเท้า ซึ่งความเป็น Catalyst นั้นพวกเขาเป็นผู้จุดประกายให้คนมารวมตัวกันเพื่อเป้าหมายด้านสุขภาพและการออกกำลังกาย เป็นการสร้างความสัมพันธ์ทางอารมณ์กับแบรนด์ผ่านประสบการณ์ร่วมมากกว่าแค่ตัวผลิตภัณฑ์
 
ขณะที่ในบ้านเรา เคสที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างน่าสนใจก็คือการปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ในรอบกว่า 50 ปี ของมาม่าแบรนด์ลีดเดอร์ในตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
 
มาม่าประกาศปรับภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ โดยพยายามย้ายแบรนด์จากแค่ "สินค้าบนชั้นวาง" สู่การเป็น "Life Partner & Safe Zone" ของคนทุกเจนเนอเรชัน พวกเขาไม่ได้เน้นแค่รสชาติหรือราคา แต่เน้นการสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอารมณ์และการมีส่วนร่วมผ่านแคมเปญต่างๆ ที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกผูกพันและสามารถแชร์เรื่องราวในชีวิตประจำวันที่มีมาม่าเป็นส่วนประกอบได้
 
มาม่า เลือกใช้การสื่อสารผ่านครีเอเตอร์ เพื่อเป็นตัวแทนในการพูดคุยกับกลุ่มก้อนของแฟนครีเอเตอร์ในแต่ละคน เพื่อใช้เป็นพลังในการบอกต่อแทนที่การใช้แบรนด์พูดคุยกับผู้บริโภคเหมือนการสื่อสารแบรนด์ในอดีต โดยบทบาท Catalyst ของมาม่านั้นจะทำหน้าที่เป็นคนกลางที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจชีวิตพวกเขา และเปิดพื้นที่ให้ลูกค้าได้พูดคุยถึงประสบการณ์ร่วมกัน
 
กลยุทธ์เหล่านี้แสดงให้เห็นว่า มาม่าเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการเป็นมากกว่าผู้ขาย แต่เป็นผู้สร้างความสัมพันธ์และคุณค่าร่วมในชุมชนของผู้บริโภค โดยแบรนด์เหล่านี้ไม่ได้แค่ "โฆษณา" สินค้า แต่พวกเขาสร้าง "การเคลื่อนไหว" หรือ "ไลฟ์สไตล์" ผ่านการสร้างชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Community Catalyst อย่างชัดเจน
 
ถือเป็นอีกเทรนด์ของการทำแบรนด์ที่มาแรงในปี 2569 นี้...


เรียนรู้ 6 วิธี ที่ทำให้ลูกค้ายอมจ่าย แม้จะควักเงินแพงขึ้นก็ตาม

“Community Catalyst” เทรนด์การทำแบรนด์ที่มาแรงในปี 2569

Exclusive Brand – House Brand ต่างแค่ชื่อ แต่เป้าหมายเดียวกัน นั่นคือสร้างความต่างให้ร้านค้าปลีก

ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ใช้ AI เร่งเครื่องธุรกิจสู่เป้าหมาย Net Zero เสริมศักยภาพการแข่งขันยุคโลกรวน

วัตสัน จับมือ ยูนิลีเวอร์ ชวนคนไทยปักหมุดความสนุกชอปปิงหน้าร้อนแบบไร้ขีดจำกัด

ยูนิลีเวอร์ ฟู้ด โซลูชั่นส์ ตอกย้ำผู้นำด้านธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ระดับโลก ด้วยงาน “Best Foods Good Choice 2025”

DNA ต้องเป๊ะ-คอนเทนต์ต้องปัง AnyMind Group กางตำราปั้น Community เปลี่ยนผู้ติดตามให้เป็นลูกค้าอย่างยั่งยืน

จาก Cultural Asset สู่ Economic Asset สูตรความสำเร็จเฟสติวัลไทย

ครึ่งเก้า GROUP ดันแนวคิดพาร์ตเนอร์ไม่ใช่ลูกสังกัด พร้อมเดินเกมขยายเค้กทั้งอุตสาหกรรม

แรนดี้ – ชัยชัช นพประภา ปั้นตลาดโอมากาเสะสไตล์ “Fillets” เปลี่ยนซูชิเป็นประสบการณ์ เปลี่ยนร้านอาหารเป็นโรงละคร

Read More Stories  

Research

เมื่อ “คนโสด” เป็นคนหมู่มากของสังคมไทย และกำลังสร้าง “เศรษฐกิจคนโสด” ปรากฏการณ์ที่ธุรกิจไทยไม่อาจมองข้าม

ไถฟีดอยู่ดีๆ สรุปได้ตั๋วเครื่องบินเฉย! Klook เผยคนไทยกว่า 52% เที่ยวตามคอนเทนต์บนโซเชียล

Salesforce เผย มีเพียง 5% ของพนักงานไทยที่ไม่ใช้ AI Agent องค์กรต้องเร่งสร้างทักษะก่อนเสียความสามารถในการแข่งขัน

ค่าครองชีพพุ่ง งานไม่มั่นคง บ้านในฝันไกลเกินฝัน เสียงประชาชน 18.3 ล้านเอนเกจเมนต์ สะท้อนวิกฤตเศรษฐกิจไทย

Read More Stories  

Digest

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผนึกกรมควบคุมมลพิษ–พันธมิตร ประกาศเจตนารมณ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่การใช้ทรัพยากรพลาสติกอย่างยั่งยืน

เอพี ไทยแลนด์ ตอกย้ำองค์กรแห่งการเรียนรู้ เสริมทัพสกิล AI มุ่งส่งมอบ LIVING QUALITY

PTG โชว์ฟอร์ม! Q1/69 พอร์ต Non-Oil แข็งแกร่ง กำไรขั้นต้นโต 6.1% YoY - กาแฟพันธุ์ไทยขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขา ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันโต 5.2% YoY

Unboxing Ideas

โตเกียวชุบชีวิต “ตู้โทรศัพท์” สู่จุดกระจาย Wi-Fi ฟรี เพราะของเก่า ไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งเสมอไป

“ไม่มีคำว่าแก่เกินเล่น” เมื่อ LEGO อัปเดตกล่องใหม่เป็น 100+ เพื่อเป็นของขวัญแด่ Sir David Attenborough

Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'

อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact