ปัจจุบัน ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับขยะกลายเป็นวาระระดับโลกที่แต่ละประเทศต้องเร่งแก้ไข สำหรับประเทศไทย มีข้อมูลระบุว่า ในแต่ละปีจะมีขยะพลาสติกเกิดขึ้นประมาณ 12% ของปริมาณขยะที่เกิดขึ้นทั้งหมด หรือคิดเป็น 2 ล้านตันต่อปี เป็นพลาสติกที่สามารถนำกลับไปใช้ประโยชน์ประมาณ 25% ส่วนที่เหลืออีก 75% ส่วนใหญ่เป็นพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว อาทิ ถุงร้อน ถุงเย็น ถุงหูหิ้ว แก้วพลาสติก หลอดพลาสติก กล่องโฟมบรรจุอาหาร เป็นต้น ซึ่งไม่สามารถนำกลับไปใช้ประโยชน์ได้ใหม่ และจะถูกทิ้งเป็นขยะมูลฝอยในปริมาณและสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สอดคล้องกับข้อมูลจากงานวิจัยที่ได้ตีพิมพ์ในวารสาร Science Advances เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2563 ระบุว่า ประเทศไทยเคยติดอันดับประเทศที่มีการสร้างขยะพลาสติกต่อประชากรสูงในระดับ Top 5 ของโลกมาแล้ว (ที่มา: สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม)

บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำตลาด Out of Home Entertainment Lifestyle และการเป็นองค์กรระดับแนวหน้าของประเทศไทย ที่มีบทบาทสำคัญในฐานะองค์กรที่ขับเคลื่อนดูแลสังคมและใส่ใจกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด โดยมีนโยบายด้านการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างจริงจัง ภายใต้โครงการ “Green Cinema” ที่ให้ความสำคัญกับปัญหาขยะ การคัดแยกขยะ ควบคู่ไปกับการหาแนวทางแปรรูปเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ด้วยวิธีการต่างๆ
โดย เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ยังได้เริ่มมีการติดตั้งโซลาร์รูฟในบางสาขาของโรงภาพยนตร์ที่เป็น Stand Alone เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกลไกหลักในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่ส่งผลต่อการควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกอีกด้วย

สร้างมูลค่าเพิ่มให้ขยะด้วยกระบวนการ Upcycling
เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป นำเสนอแนวคิดที่น่าสนใจด้วยการเพิ่มมูลค่าขยะให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะขยะจากพลาสติก ด้วยการนำมาผ่านกระบวนการเพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ อีกทั้งยังช่วยลดการเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมในอนาคต ผ่านกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์กร โดยให้พนักงานและลูกค้าได้มีส่วนร่วม เพื่อสร้างแนวคิดความตระหนักรู้ต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

คุณวิศรุต พูลวรลักษณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจในปัจจุบันนี้ ได้ก้าวเข้าสู่ยุคที่ความสำเร็จไม่ได้วัดจากความสามารถทางการแข่งขัน หรือความสามารถในการทำกำไรเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ความสำเร็จส่วนหนึ่งจะถูกตัดสินจากความสามารถในการสร้างสรรค์ความยั่งยืนให้กับองค์กรและกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียภายนอก สิ่งที่ตามมา คือความท้าทายในการแสวงหา Business Model ที่เหมาะสม และมุ่งสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร ซึ่งเป็นหนึ่ง ในแกนหลักของวิชั่นของบริษัทที่มุ่งเน้นในด้านความยั่งยืน
เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป มีความเข้าใจและตระหนักถึงปัญหาจากขยะพลาสติก และการบริหารจัดการขยะที่ไม่เต็มประสิทธิภาพในปัจจุบัน ได้กลายเป็นปัญหาหลักทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค ซึ่งปัญหานี้ได้บรรจุอยู่ในวาระการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ
จากปัญหาดังกล่าว เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ได้สร้างแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยเริ่มจากการรณรงค์การคัดแยกขยะ ด้วยการวางถังขยะแยกประเภทที่โรงภาพยนตร์เพื่อให้ลูกค้าสะดวกในการทิ้ง และเชิญชวนให้พนักงานและลูกค้าช่วยกันคัดแยกขวดน้ำพลาสติกประเภทขวด PET ก่อนทิ้งลงในถังขยะ พร้อมเป็นตัวแทนรวบรวมและส่งมอบให้กับหน่วยงานต่างๆ นำไป Recycle หรือ Upcycling เพื่อสร้างขยะให้เกิดมูลค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การนำขวดพลาสติกไปผลิตเป็นชุด PPE มอบให้บุคลากรทางการแพทย์ และยังนำขวดน้ำพลาสติกประเภทขวด PET ผลิตเสื้อโปโลเพื่อให้พนักงานในองค์กรสวมใส่

“การจัดการปัญหาขยะและสิ่งแวดล้อมเป็นหน้าที่ของทุกคน ทุกหน่วยงาน ทุกองค์กร ที่ต้องให้ความร่วมมือช่วยกันทำจึงจะเกิดผล และเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น สำหรับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ได้เข้าร่วมเป็น 1 ใน 12 ภาคีเครือข่าย โครงการ ‘สร้างโลกสีเขียว’ เพื่อร่วมสนับสนุนและส่งเสริมการบริหารจัดการขยะตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มีการรณรงค์และร่วมผลักดันการนำทรัพยากรกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ รีไซเคิลและอัพไซเคิล เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าและอายุการใช้งานของทรัพยากรเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับเป็นการลดการใช้ทรัพยากรใหม่ ลดปัญหาขยะที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต และช่วยสร้างคาร์บอนเครดิตให้เกิดขึ้นกับสังคมไทยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน”
สำหรับแนวคิดการดำเนินการจัดการปัญหาขยะ เกิดขึ้นตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy ที่เน้นการนำทรัพยากรกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ เช่น การนำแก้วน้ำพลาสติกประเภทโพลีโพรพิลีนที่ลูกค้าทิ้ง เข้าสู่กระบวนการแปรรูปแบบ Upcycling ให้เป็นไม้เทียม ถือเป็นการนำร่องโครงการต้นแบบ ด้วยการนำกลับมาเป็นวัสดุในการจัดทำเป็น KIOSK POPCORN ได้อย่างน่าสนใจ
ก่อนหน้านี้ ในช่วงวิกฤตของสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ “แยกขวดช่วยหมอ” ส่งมอบขวดพลาสติกประเภทขวด PET ไปแล้วกว่า 27,355 ขวด หรือคิดเป็น 415 กิโลกรัม เพื่อนำไปผลิตเป็นชุดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ซึ่งชุด PPE 1 ชุด จะใช้ขวดพลาสติกขนาด 600 มิลลิลิตร จำนวน 18 ขวด และที่ผ่านมา สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์จากการ Upcycling ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ได้ดังนี้
ปี 2563 ได้ส่งมอบขวดพลาสติกประเภทขวด PET จำนวน 11,176 ขวด คิดเป็น 190 กิโลกรัม ให้กับเครือข่ายสังคมลดขยะ Less Plastic Thailand เพื่อนำไปผลิตชุด PPE ส่งต่อให้กับโครงการ “แยกขวด ช่วยหมอฟัน กับทันตแพทยสภา”
ปี 2564 ได้ส่งมอบขวดพลาสติกประเภทขวด PET จำนวน 16,179 ขวด คิดเป็น 225 กิโลกรัม ส่งมอบให้กับโครงการ “YOU เทิร์น Platform by GC” เพื่อนำไปผลิตชุด PPE ส่งมอบต่อให้กับบุคลากรทางการแพทย์
นอกจากนี้ ยังได้มีการนำขวดน้ำพลาสติกประเภทขวด PET มาผลิตเสื้อโปโลสำหรับให้พนักงานในองค์กรสวมใส่จำนวน 2,500 ตัว เพื่อเป็นการปลุกจิตสำนึกให้กับพนักงานในองค์กร ซึ่งเสื้อโปโล 1 ตัว ต้องใช้ขวดน้ำพลาสติกประเภทขวด PET ในการผลิตเส้นใยจำนวน 12 ขวด

ปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรใหม่ที่พร้อมขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนแบบ ESG
ความสำคัญของโครงการ Green Cinema ไม่ได้เป็นเพียงแค่โครงการที่ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อทำเรื่องสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่โครงการ Green Cinema ยังมีบทบาทสำคัญในเชิงกลยุทธ์ที่ต่อยอดไปถึงกระบวนการจัดการในเชิงธุรกิจทั้งในด้านบรรษัทภิบาล ความโปร่งใส การจัดการและการบริหารความเสี่ยงของธุรกิจ และการสร้างโอกาสในการทำธุรกิจ ที่จะทำให้เกิดผลตอบแทนที่ดีอย่างยั่งยืนในระยะยาว ตามแนวทางการสร้างสมดุลของทั้งเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม ที่สอดคล้องกับกรอบการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ESG (Environmental, Social and Governance)
พร้อมทั้งบริหารจัดการองค์กรให้มีความยืดหยุ่น คล่องตัว และปรับตัวได้เร็ว เมื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบแนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของโลก (United Nations Global Compact : UN Global Compact and Sustainable Development Goals : SDGs) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการวางแผนยุทธศาสตร์
ภายใต้กรอบการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามแนวทาง ESG จะมองเห็นภาพ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืนที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก และตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น โดยเน้นการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรใหม่ หรือ 9 Rule of Success ซึ่งยึดถือเป็นหัวใจสำคัญของการวางกลยุทธ์ทางธุรกิจที่สอดคล้องกับจรรยาบรรณธุรกิจ ที่ผ่านมาจึงได้มีการจัดอบรมพนักงานทุกระดับ ทั้งในรูปแบบ Onsite และ Online รวมถึงการจัดทำจรรยาบรรณธุรกิจและดูแลกิจกรรม เพื่อให้เป็นแนวทางสำหรับวางมาตรฐานการดำเนินงานอย่างมีจริยธรรมและความยั่งยืนภายในองค์กร เพื่อสื่อสารให้พนักงานเข้าใจและปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง
“หลักสำคัญอีกข้อหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ คือการคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน การส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ดี ความปลอดภัยในการทำงานต่างๆ โดยมีการกำหนดขอบเขตผลกระทบชัดเจนเกี่ยวกับด้านต่างๆ เพื่อสนับสนุนความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในอนาคต”
ด้วยความยึดมั่นในแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ในปี 2565 เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ได้รับคัดเลือกเข้าเป็น “หุ้นยั่งยืน” (Thailand Sustainability Investment หรือ THSI) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

อีกทั้งยังได้รับคะแนนด้านการกำกับดูแลกิจการในระดับ
"ดีเยี่ยม" (5 ดาว) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) สะท้อนภาพการดำเนินธุรกิจในฐานะบริษัทจดทะเบียน ที่มุ่งมั่นการดำเนินธุรกิจตามกรอบแนวคิดการพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน ตลอดจนมีจริยธรรมรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย ควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นรากฐานการพัฒนาองค์กรและสังคมในระยะยาว ผ่านแนวทางการทำกลยุทธ์ 5 เรื่องหลัก คือ
- Stakeholders: ให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้เสีย ประกอบด้วย ลูกค้า (Customer) พันธมิตรทางธุรกิจ (Business Partner) ผู้บริหารและพนักงาน (Employees) ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน (Shareholders) และชุมชนและสังคม (Community)
- Sustainable Growth Strategy: รักษาสถานะทางการเงินและรักษาการเติบโตในระยะยาว ผ่านการจัดการบริหารต้นทุนโครงสร้างทางการเงิน ปรับโครงสร้างสู่ Digital Organization เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- Locations Diversity: มีสาขาหลากหลายรูปแบบกระจายตัวทั่วประเทศ โดยขยายโรงภาพยนตร์เป้าหมายครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ และกลุ่มประเทศ CLMV
- Film Academy: การเป็นผู้นำการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ต่อยอดการพัฒนาด้านคุณภาพและบุคลากรเพื่อยกระดับภาพยนตร์ไทยสู่ตลาดสากล และตั้งเป้าให้ภาพยนตร์ไทยมีสัดส่วน 60% ของสัดส่วนรายได้หนัง
- Green Cinema: การให้ความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและสังคมภายใต้ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การเป็นส่วนหนึ่งในการปลุกจิตสำนึกรักษาสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการ Green Cinema และช่วยเหลือสังคมผ่านโครงการ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ภายใต้บทบาทองค์กรธุรกิจผู้มอบความสุขให้กับผู้บริโภค
นี่คือ ภารกิจสำคัญของ
“เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์” ที่เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์อันเป็นวิกฤต และความท้าทายต่อการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนในอนาคต และจะเป็นภารกิจที่ยังดำเนินต่อไปเพื่อสร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืนในทุกๆ มิติ