ในปี 2561 คาดว่ากลุ่ม SAMART Telcoms จะมีรายได้ทะลุ 1 หมื่นล้านบาท ด้วยปัจจัยหนุนมากมายโดยเฉพาะการผลักดันของภาครัฐต่อการพัฒนาประเทศ 4.0 ประกอบกับความตื่นตัวของภาคเอกชน ซึ่งคาดว่าในช่วง 3 ปีนี้ จะมีการลงทุนด้านไอทีภายในประเทศมากถึง 5 แสนล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าเพิ่มโครงการในมือ ( Backlog ) ให้ได้ถึง 20,000 ล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้น ยังเน้นการเพิ่มรายได้ประจำให้สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน นอกเหนือจากบริการด้านไอซีทีแล้ว ยังจะมีการเปิดตัวบริการ Cyber Security Solution ที่สอดคล้องกับโลกดิจิทัล ภายใต้ชื่อบริษัท SAMART SecureInfo ให้บริการป้องกันความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลระดับสูงสุด
ด้าน SAMART Digital หรือ SDC หลังการเปลี่ยนแปลงธุรกิจครั้งใหญ่ในปีที่ผ่านมาในปีนี้ จะเห็นความคืบหน้าของธุรกิจใหม่ชัดเจน คือ Digital Trunked Radio ซึ่งจะก่อให้เกิดรายได้ ทั้งจากการจำหน่ายเครื่องลูกข่ายวิทยุคมนาคมระบบดิจิทัล (ราคาเครื่องละ 20,000-60,000 บาท ตามสเปคในแต่ละรุ่น ) และรายได้จากค่าใช้บริการรายเดือนๆละ 800 บาทต่อเครื่อง โดยภายในปีนี้ คาดว่าจะติดตั้งโครงข่ายสถานีฐานได้ประมาณ 1,000 แห่งและตั้งเป้าจำหน่ายเครื่องลูกข่ายจำนวน 50,000-100,000 เครื่อง นอกจากนี้ บริษัทยังเริ่มต้นธุรกิจ Co-Tower โดยได้รับสัญญาสัมปทานในการติดตั้งเสาโทรคมนาคม ในกรมอุทยานแห่งชาติ เพื่อให้ Mobile Operator เช่าใช้ ภายในระยะเวลา 10 ปี โดยในปีนี้ จะติดตั้งเสา Co-Tower ให้ได้ 250-300 ต้น ส่วนบริการ Content ทั้ง BUG และ EDT ได้มีการยกเครื่อง การให้บริการข้อมูลด้วยการนำดิจิทัลเทคโนโลยีมาใช้ในการให้บริการมากขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่ตลาดท่องเที่ยวซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตไม่จำกัด ทั้งนี้ จะมีการเปิดตัวบริการใหม่ภายใต้ความร่วมมือกับภาครัฐ ในเร็วๆนี้
สำหรับ SAMART U-trans ก็จะมีการเคลื่อนไหวที่โดดเด่นเช่นกัน ล่าสุดมีการจัดตั้งบริษัทใหม่ SAMART Transolutions เพื่อบริหารธุรกิจด้านคมนาคมอย่างชัดเจน โดยมี Cambodia Air Traffic Services เป็นหัวหอกสำคัญ และคาดว่าจะนำบริษัท SAMART Transolutions เข้าจดทะเบียนในตลท.ภายในปลายปีนี้ ส่วนบริษัท เทด้า ก็มีโอกาสในการเพิ่มรายได้จากงบประมาณโครงการสายไฟฟ้าใต้ดินของการไฟฟ้านครหลวงอีกหลายพันล้านบาท
วัฒน์ชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า “หลังการปรับองค์กรครั้งใหญ่ เพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย บริษัทยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความมั่นคง และยังคงมุ่งเน้นการส่งมอบความเป็นเลิศ 4 ด้าน หรือ “SAMART 4 Excellence” คือ 1.Digital Solutions Excellence การพัฒนาสินค้าและบริการที่เป็น Digital มากขึ้น 2.Service Excellence การพัฒนาบริการ 3.Operation Excellence การนำเทคโนโลยีมาใช้ในขบวนการทำงานอย่างเต็มที่ และ 4.Offering Excellence การส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าและผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมปี 2561 จำนวน 20,000 ล้านบาท”
“กลุ่มบริษัทสามารถ” มุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการด้านเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าอย่างครบวงจร ภายใต้บริษัทในเครือกว่า 20 บริษัท และมี 4 บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประกอบด้วย บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) และล่าสุด บริษัท วันทูวัน คอนแทคส์ จำกัด (มหาชน)