ภายใต้การขับเคลื่อนเป้าหมาย Cognitive Tech-Co ที่พร้อมนำศักยภาพเข้าสนับสนุนความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศเพื่อขยายขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรม และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยไปพร้อมกัน บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส จึงเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ส่งผลให้เอไอเอสได้รับเลือกให้เป็นองค์กรอันดับ 1 ในใจผู้บริโภค จากผลการสำรวจ 2023-2024 Thailand’s Most Admired Company โดยได้รับคะแนนสูงสุดในปัจจัยด้านความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation) ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ (Business Performance) ภาพลักษณ์ (Corporate Image) การบริหารการจัดการ (Management) ความรับผิดชอบต่อสังคม (Sustainable Development) และการบริการ (Excellence Service)
“เอไอเอสยึดมั่นในความเป็นมืออาชีพที่มุ่งมั่นพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าในทุกด้านอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐานอย่างเทคโนโลยีเครือข่าย, Customer Service ที่มองความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง สร้างความหลากหลายของ Promotion Package ที่เหมาะกับแต่ละกลุ่ม รวมถึงการทยอยนำนวัตกรรมจากเทคโนโลยีในระดับสากลมาประยุกต์ใช้ เพื่ออยู่เคียงข้างสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมให้แก่ประเทศไทย ผ่านการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่จะส่งมอบประสบการณ์ให้แก่ลูกค้าทุกๆ กลุ่มให้ได้ประโยชน์อย่างแท้จริง” คุณปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอส
โดยเฉพาะในปีนี้ที่เอไอเอส ปักหมุดดำเนินงานผ่านแนวคิดเศรษฐกิจแบบร่วมกัน หรือ Ecosystem Economy ผสานความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมร่วมกับผู้ประกอบการ พร้อมสร้างศักยภาพของคนไทยผ่านนวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่มีความอัจฉริยะบนโครงข่าย 5G และเน็ตบ้านที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เป้าหมายคือการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าและคนไทย

จากการดำเนินงานดังกล่าวเริ่มเห็นถึง Impact ที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจหลัก เช่น ความร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยในการนำแพลตฟอร์มเชื่อมโยงร้านค้าถุงเงิน ร้านธงฟ้า ร้านค้ารายย่อย โชวห่วย ร้านสตรีทฟู้ด รวมกว่า 1.8 ล้านร้านค้า และจับมือห้างสรรพสินค้าชั้นนำ รวมถึงร้านค้าพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศกว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศ ผ่านความแข็งแกร่งของ ECOSYSTEM ที่มุ่งสร้างทั้งประโยชน์ แบ่งเบาภาระ และมอบความพิเศษให้แก่ลูกค้า

ความร่วมมือกับผู้ประกอบการเทคโนโลยีระดับโลก อาทิ ZTE และ Huawei เพื่อพัฒนานวัตกรรมเครือข่าย ที่จะเข้ามายกระดับการบริหารจัดการด้านการพัฒนาคุณภาพของเครือข่ายในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น Coverage, Capacity, Quality ในการใช้งานทั้ง Voice/Data รวมถึงนวัตกรรม เช่น IoT, Autonomous Network ความร่วมมือกับผู้ให้บริการ Software ระดับโลก อาทิ ไมโครซอฟท์ ในการให้บริการ Cloud และ Solutions เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการระบบสื่อสารได้อย่างสะดวก ปลอดภัย ประหยัดต้นทุน และแข่งขันได้อย่างแข็งแกร่ง
รวมถึงความร่วมมือกับภาครัฐในการยกระดับเทคโนโลยี อาทิ ร่วมมือกับ NT ในการพัฒนาคลื่น 700 MHz, การร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมในการเป็นศูนย์รวม Solutions เพื่อสนับสนุนบริษัทต่างๆ ที่เป็นเครือข่ายของสภาอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม แต่เอไอเอสก็ยังโดดเด่นและแตกต่างจนทำให้เอไอเอสคงความเป็นผู้นำและเป็นที่ 1 ในใจผู้บริโภค ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอัจฉริยะ เพื่อก้าวไปสู่การเป็น “องค์กรเทคโนโลยีโทรคมนาคมอัจฉริยะ” โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพและการพลิกโฉมประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าในทุกมิติผ่านการวิวัฒนาการในทุกส่วน ภายใต้แนวคิด AIS THE NEXT EVOLUTION ที่มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศ เช่น
ด้าน Mobile ยกระดับการทำงานของเน็ตเวิร์คสู่ Autonomous Network ซึ่งมีความอัจฉริยะในการคาดการณ์ และบริหารจัดการขีดความสามารถในการรองรับการใช้งานของลูกค้าได้แบบเรียลไทม์อัตโนมัติ จากการตอบสนองต่อสถานการณ์อย่างรวดเร็ว รวมถึงยังต้องสร้างการมีส่วนร่วมหรือแม้แต่สามารถออกแบบให้บริการให้ลูกค้าได้แบบ Personalization
ด้าน Fixed Broadband ช่วยสร้างการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของคนไทยในวงกว้างมากยิ่งขึ้นถึงกว่า 13 ล้านครัวเรือน พร้อมเทคโนโลยีล่าสุด อาทิ WiFi 7 รายแรกในไทยร่วมกับ TP-Link

ด้าน Enterprise Infrastructure และแพลตฟอร์มเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันขององค์กร ผ่านการทำงานร่วมกับเครือข่ายพาร์ทเนอร์ชั้นนำระดับโลกที่ครบและใหญ่ที่สุดในไทย ไม่ว่าจะเป็น Data Center, Bridge Alliance, AIS PARAGON
รวมถึงการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยนำ SDGs เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลเศรษฐกิจ ผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่กันอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นผ่าน 2 โครงการที่เป็น Flagship สำคัญทั้ง Hub of E-Waste ที่ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์มากกว่า 190 ราย รณรงค์สร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับการกำจัดขยะ E-Waste อย่างถูกวิธีแบบ Zero to Landfill รวมถึงการสร้างทักษะดิจิทัลให้แก่คนไทย ผ่านโครงการ AIS อุ่นใจ Cyber
สำหรับแผนการทำงานในปีหน้า คุณปรัธนา เปิดเผยว่า เอไอเอสยังคงเดินหน้าทำงานอย่างมุ่งมั่นตั้งใจด้วยแนวคิด Ecosystem Economy หรือเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน จากภารกิจทั้ง 3 ส่วน คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอัจฉริยะ การเชื่อมต่อธุรกิจข้ามอุตสาหกรรม และการดำเนินงานอย่างยั่งยืนพร้อมกับการพัฒนาความสามารถของบุคลากร เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ผู้บริโภคชาวไทยและรักษาความเป็นองค์กรอันดับ 1 ในใจผู้บริโภคต่อเนื่องไปในอนาคต
“เป้าหมายของเรา คือการก้าวสู่การเป็นองค์กรเทคโนโลยีโทรคมนาคมอัจฉริยะ อันจะนำไปเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศไทย หรือ Sustainable Nation” คุณปรัธนา กล่าวปิดท้าย