“เอไอเอ ประเทศไทย” ถือได้ว่าเป็นประกันชีวิตอันดับ 1 ของประเทศตัวจริงในตลาด เพราะนอกจากจะเป็นบริษัทประกันชีวิตที่อยู่ดูแลคนไทยมาอย่างยาวนานกว่า 84 ปีแล้วยังเก่าแก่ที่สุดในอุตสาหกรรมประกันชีวิตของประเทศ ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าบุคคลกว่า 5 ล้านคน และลูกค้าองค์กรอีกกว่า 11,000 แห่ง จนได้รับส่วนแบ่งการตลาดสูงที่สุดติดต่อกันหลายทศวรรษ อีกทั้งยังเป็นองค์กรที่ยืนหนึ่งทุกครั้งที่ Thailand’s Most Admired Company ทำการสำรวจ

คุณศรัณยา เทียนถาวร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า การยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางและทำวิจัยความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างแท้จริงและเป็น Life Partner ของลูกค้าที่ให้มากกว่าความคุ้มครอง ประกอบกับเป้าหมายที่ชัดเจนในการสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นตามคำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Lives ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริการ และนวัตกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ ทำให้เอไอเอเป็นบริษัทที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจมากที่สุดในตลาด
นั่นเป็นเหตุผลทำให้ช่วงที่ผ่านมา แม้เจอกับความท้าทายของวิกฤตการณ์โควิด-19 แต่การยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ทำให้เอไอเอปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยพัฒนาโปรดักต์รองรับเทรนด์สุขภาพที่ผู้คนให้ความสำคัญมากขึ้นด้วยแบบประกันที่สนับสนุนด้านสุขภาพ อาทิ ประกันโรคร้ายแรง “AIA Multi-Pay CI” กับคอนเซ็ปต์ “โรคร้าย เจอ จ่าย หลายจบ” เพื่อให้ลูกค้าได้รับผลประโยชน์ที่คุ้มค่ามากกว่า
นอกจากนั้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากหลายๆ ปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ ทำให้คนไทยมองหาทางเลือกการลงทุนที่ปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุด เอไอเอก็มีประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิต ลิงค์) “AIA 20 Pay Link (Unit Linked)” ที่เปิดตัวในปีนี้ นับเป็นตัวช่วยการวางแผนการเงินที่มีประสิทธิภาพ เพื่ออนาคตที่มั่นคงในระยะยาว โดยสามารถแนบสัญญาเพิ่มเติมได้รอบด้าน อาทิ สุขภาพ โรคร้ายแรง และอุบัติเหตุ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและเป้าหมายทางการเงินที่เหมาะสมของแต่ละบุคคล
สำหรับเคล็ดลับการปรับตัวได้อย่างรวดเร็วของเอไอเอนั้น มีเบื้องหลังมาจากการบริหารจัดการองค์กรไปสู่ “องค์กรแห่งอนาคต” หรือ Organisation of the Future ให้องค์กรเรียบง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น และเชื่อมโยงกันมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็ว ทันต่อความต้องการ และสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า

“เราปรับรูปแบบการทำงานให้มีความคล่องตัว (Agility) และมีการทำงานในลักษณะ Tribe เป็นลักษณะการทำงานแบบ Cross Functional มีการทดสอบและเรียนรู้ Test and Learn เพื่อปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้นตลอดเวลา โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างผลิตภัณฑ์และการบริการที่มีประสิทธิภาพ ผ่านความร่วมมือในการทำงานแบบข้ามสายงาน ซึ่งช่วยให้การทำงานรวดเร็วมากยิ่งขึ้น นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า พร้อมกันนี้ เอไอเอ ยังมุ่งเน้นในการเพิ่มศักยภาพและทักษะความรู้ความชำนาญ (Upskill & Reskill) ของพนักงานในการทำงานกับเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อเพิ่มความพร้อมให้กับพนักงานในการเติบโต รวมถึงเปิดรับพนักงานรุ่นใหม่ๆ เข้าสู่องค์กรอย่างต่อเนื่อง ส่วนการบริหารจัดการภายในองค์กร เอไอเอ เปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น และสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมในการทำงาน ตลอดจนการส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีม ให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมกัน นอกจากนั้น เอไอเอ ยังมุ่งเน้นเรื่องการสร้างประสบการณ์ให้กับพนักงาน (Employee Experiences) และมุ่งมั่นที่จะดูแลเรื่องความเป็นอยู่ของพนักงานภายใต้ภาพรวมของ “Work Well with AIA” ซึ่งประกอบด้วย 4 แกนสำคัญคือ (1) สุขภาพกาย (Live Well); (2) สุขภาพใจ (Think Well); (3) สุขภาพทางการเงิน (Plan Well); และ (4) สุขภาวะทางสังคม (Feel Well) ทั้งหมดนี้จึงทำให้เราได้รับรางวัล Best Places to Work หรือบริษัทที่น่าทำงานด้วยมากที่สุดในเอเชียประจำปี 2565”

เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ เป็นอีกหัวใจสำคัญที่ทำให้เอไอเอ นำมาตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทันท่วงที โดยเมื่อไม่นานมานี้ได้พัฒนา “ซูเปอร์แอป เอไอเอ พลัส (AIA+)” ที่รวบรวมฟีเจอร์ทั้งเอไอเอ ไอเซอร์วิส (AIA iService) และเอไอเอ ไวทัลลิตี้ (AIA Vitality Thailand) มาไว้ด้วยกัน เพื่อช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงสิทธิประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดการกรมธรรม์และการดูแลสุขภาพได้สะดวกขึ้นภายในแอปเดียว อีกทั้งยังมาพร้อมกับฟีเจอร์สแกนใบหน้าที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถวัดและติดตามดัชนีมวลกาย (BMI) ความดันโลหิต ชีพจร และระดับความเครียดได้ง่ายๆ ซึ่งพัฒนามาจากแนวคิด Customer Centric และทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
“เราให้ความสำคัญกับการสร้าง Ecosystem ให้กับลูกค้าได้อย่างครบวงจร ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำต่างๆ อาทิ True Digital Group พัฒนา Telemedicine เพื่อให้คนไทยเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ได้ง่าย สะดวก และรวดเร็วยิ่งขึ้น ในอนาคตเรามีแผนพัฒนาช่องทางตัวแทนประกันชีวิตให้ทันสมัยสู่การเป็น Digital Agent ซึ่งเรามีตัวแทนจำนวนกว่า 50,000 คน กระจายอยู่ทั่วประเทศ เพื่อคอยดูแลและให้บริการคนไทยได้อย่างใกล้ชิดที่สุด อีกทั้งเรายังคงไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาระบบให้เท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เพื่อจะทำให้เราก้าวสู่การเป็น Digital Insurer ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยใช้ TDA Strategy (Technology, Digital and Analytics) ในการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลเชิงลึก และความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า เพื่อนำมาปรับใช้ภายในองค์กรและตัวแทนประกันชีวิต ซึ่งตัวแทนจะได้สรรหาผลิตภัณฑ์ที่ตรงความต้องการและบริการที่สะดวกง่ายสำหรับลูกค้า”
