ในฐานะผู้นำ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นเป็น Place & Experience Maker ผู้พัฒนาพื้นที่แห่งอนาคตที่บุกเบิกและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบสินค้า บริการ และประสบการณ์แปลกใหม่ เพื่อเติมเต็มความต้องการ ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนไทย สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ Imagining Better Futures for All ด้วยกลยุทธ์ Customer Centric และประสบการณ์ในธุรกิจรีเทลยาวนานมากกว่า 40 ปี ที่มีทั้งความเชี่ยวชาญ เข้าใจทั้งธุรกิจและพฤติกรรมความต้องการของลูกค้า และพร้อมปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่งของโลกและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า จึงส่งผลให้เซ็นทรัลพัฒนา ได้คะแนนสูงสุดอันดับ 1 ในกลุ่ม “ศูนย์การค้า” โดยมีความโดดเด่นใน 5 ปัจจัย ได้แก่ ความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation), ภาพลักษณ์แบรนด์ของกิจการ (Corporate Image), การบริหารการจัดการ (Management), ความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate CSR) และการบริการที่ดี (Excellence Service) จากการสำรวจ “2022-2023 Thailand’s Most Admired Company”

หากมองถึงจุดเด่นที่แตกต่างของเซ็นทรัลพัฒนา ก็จะเห็นว่าการดำเนินธุรกิจของเซ็นทรัลพัฒนาเดินอยู่บนแนวคิดสำคัญ 3 เรื่อง คือ
- พัฒนาพื้นที่ให้เป็นมากกว่าอสังหาริมทรัพย์ ทุกโครงการของเซ็นทรัลพัฒนา เกิดขึ้นบนแนวคิดที่ต้องการเป็น “Center of Life” หรือศูนย์กลางการใช้ชีวิตของผู้คน
- สะท้อนอัตลักษณ์ Local Essence ให้ความสำคัญกับชุมชนทั้งในด้าน Art & Culture ไปจนถึงการสร้าง Local Wealth ซึ่งสามารถกระจายรายได้ให้กับชุมชน และเป็นแพลตฟอร์มยกระดับ SMEs รวมถึงอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
- Sustainable Ecosystem ธุรกิจจะโตอย่างยั่งยืน การสร้าง Sustainable Ecosystem ที่แข็งแกร่งและยั่งยืนถือเป็นเรื่องสำคัญ ทุกกระบวนการทำงานของเซ็นทรัลพัฒนาจึงดูแลใส่ใจทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ความสำเร็จในปีที่ผ่านมาต้องยกให้ Success Model อย่าง “เซ็นทรัล จันทบุรี” ทั้งการบุกเบิก เปิดเมือง ดันเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของเมืองจันท์ ซึ่งเป็นเมืองรองให้โดดเด่นสร้าง The New Urbanized Landmark พัฒนา Center of Life ศูนย์กลางการใช้ชีวิตของคนจันท์ ที่ทันสมัยและครบครันที่สุด พร้อมกันนั้นยังส่งเสริม Well-being ด้วยพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ถึง 4 ไร่ เพิ่มพื้นที่สวนสาธารณะตอบโจทย์เมืองแบบ Urban Lifestyle
ความภูมิใจอีกด้าน คือการชูเสน่ห์เมืองจันท์รอบด้านทั้งเรื่อง Nature, Art & Culture, ศูนย์กลางการค้าอัญมณี และผลไม้ สะท้อน Local Essence ผ่านโครงการที่เป็น Landmark ส่งผลให้เกิดทั้ง Brand Love และ Engagement เช่น แคมเปญ Chan’s Heroes คนมหัศ ‘จันท์’ จับมือ 6 Local Heroes ทั้งด้านงานฝีมือท้องถิ่น, ด้านการท่องเที่ยว, อาหารและไลฟ์สไตล์ ผ่าน Storytelling ที่บอกเล่าเรื่องราวความรัก ความผูกพันที่มีต่อบ้านเกิด และงาน “Chanthaburi Art Happening” งานอาร์ต ณ ชุมชนริมน้ำจันทบูร ปักหมุดเป็นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว เพิ่มเสน่ห์ สร้างรายได้ให้พ่อค้าแม่ค้าในชุมชนจันทบูร
ถ้าย้อนดูปัจจัยความสำเร็จในการพัฒนาพื้นที่ของเซ็นทรัลพัฒนา สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดเจน คือเรื่องของการนำนวัตกรรมมาใช้อย่างสม่ำเสมอในฐานะผู้นำเทรนด์ ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) อธิบายให้ฟังว่า

“เราบุกเบิกสิ่งใหม่เข้ามาสู่ประเทศไทยอยู่เสมอ และสร้างประสบการณ์พิเศษแบบ First Time in Thailand ด้วยจุดแข็งของการเป็น Center of Life ที่มีสาขาอยู่ครอบคลุมทั่วประเทศไทยในทุกการพัฒนาโครงการของเรา คือการเข้าไปค้นพบและยกระดับศักยภาพของแต่ละเมือง แต่ละโลเคชั่น สร้าง Urban Township พร้อมกับการตอบโจทย์ Unmet Needs ของผู้คน พร้อมนำเทรนด์การใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ๆ รองรับการใช้ชีวิตเพื่อเจนเนอเรชั่นในอนาคตด้วย ซึ่งโครงการต่างๆ ของเราจะมีคอนเซ็ปต์ด้าน Health & Wellness ที่ชัดเจนมากขึ้น ยกตัวอย่างการสร้าง Urban Park ในโครงการมิกซ์ยูสโมเดลใหม่ๆ ของเรา เพื่อเป็นพื้นที่สาธารณะให้กับเมือง เรายก Sport Destination มี Running Track, Bike Lane, เครื่องออกกำลังกายให้คนได้มาใช้ชีวิต นอกจากนี้ นอกเหนือการทำ Co-Working Space ที่เราเป็นศูนย์การค้าแรกๆ ที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ตรงนี้ เรายังทำพื้นที่ที่เปิดกว้าง Inspire ให้คนรุ่นใหม่มาร่วมกัน Co-Create ดึงดูด Young Creators อีกด้วย”
แนวทางในการต่อยอดธุรกิจในอนาคต เป็นไปตามแผนธุรกิจของเซ็นทรัลพัฒนา ในการเป็นผู้นำอสังหาริมทรัพย์ โดยปัจจุบันมีการเดินหน้าพัฒนาโครงการในรูปแบบ “Retail-Led Mixed-Use Development” โดยมีธุรกิจศูนย์การค้าเป็นแกนหลัก เสริมแกร่งด้วยโครงการที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และโรงแรม โดยทั้ง 4 ธุรกิจสามารถเติบโตไปด้วยกันใน Ecosystem ของเซ็นทรัลพัฒนา ซึ่งในแต่ละธุรกิจสามารถต่อยอดนวัตกรรมของตัวเองได้ในอนาคต
นอกจากนั้นยังมีการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจหลัก โดยร่วมลงทุนกับคู่ค้าที่มีความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนั้นๆ เช่น การร่วมทุนกับ JWD Store it! ขยายเข้าสู่ธุรกิจบริการพื้นที่เก็บของให้เช่าเพื่ออำนวยความสะดวก และตอบสนองความต้องการของร้านค้า ผู้เช่าพื้นที่และลูกค้าทั่วไป หรือความร่วมมือกับกลุ่มปตท. ภายใต้แบรนด์ออน-ไอออน (on-ion) และบริษัท EVOLT TECHNOLOGY ผู้นำด้าน EV Charger ขยายสถานี EV Charging Station ในศูนย์การค้าเซ็นทรัล 38 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2565 เพื่อขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำซึ่งเป็นหนึ่งในมิชชั่นของเซ็นทรัลพัฒนาสู่การเป็นองค์กร Net Zero ภายในปี 2050


การจะเป็นองค์กรที่คนชื่นชม สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้บนการดำเนินงานเพื่อการเติบโตขององค์กรจะต้องมองไปถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอบด้าน เซ็นทรัลพัฒนาจึงมุ่งมั่นให้ความสำคัญและดูแลใส่ใจทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็น
- ลูกค้า มีการพัฒนาศูนย์การค้าให้เป็น Center of Life พร้อมสร้างประสบการณ์แห่งความสุข ในสถานที่ที่สะอาดปลอดภัย
- พันธมิตรผู้เช่า เข้าไปดูแลให้ความช่วยเหลือคู่ค้าและผู้เช่าแบบ 360 องศา ทั้งการจัดแคมเปญช่วยผลักดันยอดขาย, การพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ๆ อย่าง CRM Tool และแอปพลิเคชันที่ช่วยเหลืออำนวยความสะดวกให้ผู้เช่าอย่างครบวงจร
- ผู้ถือหุ้น การดำเนินธุรกิจทุกโครงการทำอย่างโปร่งใส ยึดมั่นในบรรษัทภิบาลที่ดีอีกทั้งบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อการเติบโตและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนในระยะยาว
- พนักงาน มีการดูแลเอาใจใส่คุณภาพชีวิต ความปลอดภัยและสุขภาพของพนักงานเป็นสำคัญ บริหารงานอย่างยืดหยุ่น เป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ Equality & Diversity และมุ่งมั่นเป็น Best Workplace
- ชุมชนและประเทศชาติ ส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs เกษตรกรและธุรกิจท้องถิ่นในทุกชุมชนที่เข้าไปลงทุน เพื่อสร้างโอกาสและรายได้ โดยเพิ่มช่องทางการขายในพื้นที่ของเซ็นทรัลพัฒนา รวมถึงทุกการลงทุนพัฒนาโครงการ มีส่วนช่วยพัฒนาความเจริญ ช่วยสร้างย่านเศรษฐกิจ สร้างเมืองใหม่ยกระดับการท่องเที่ยวและขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย
สำหรับแผนการทำงานในอนาคต เซ็นทรัลพัฒนาจะเดินหน้าตามแผนธุรกิจ ลงทุนโครงการในรูปแบบ “Retail-Led Mixed-Use Development” ประกอบด้วย ศูนย์การค้า ที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และโรงแรม โดยมีธุรกิจศูนย์การค้าเป็นแกนหลัก มีโครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้น เช่น เซ็นทรัล เวสต์วิลล์ มูลค่ากว่า 6,200 ล้านบาท บนที่ดิน 40 ไร่ เจาะทำเลราชพฤกษ์ยกระดับฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ให้เป็นย่าน Upper-Class Lifestyle เตรียมเปิด Q4/2566 เซ็นทรัล นครสวรรค์” มูลค่ากว่า 5,800 ล้านบาท โครงการ Mixed-use ประกอบด้วย โรงแรม, คอนโดมิเนียม และ Urban Park ขนาดใหญ่ 2 ไร่ และอยู่ติดกับโรงพยาบาลชั้นนำเปิดให้บริการช่วงไตรมาส 1/2567 และเซ็นทรัล นครปฐม มูลค่ากว่า 8,200 ล้านบาท บนพื้นที่ประมาณ 100 ไร่ ศูนย์กลางการใช้ชีวิตขนาดใหญ่ Sustainability Mixed-Use Development โรงแรม, คอนโดมิเนียม, หมู่บ้านจัดสรรและ Urban Park ขนาดใหญ่ 4 ไร่ เปิดให้บริการช่วงไตรมาส 2/2567
การดำเนินธุรกิจในปัจจุบันและอนาคต ดร.ณัฐกิตติ์ มองว่า มีความท้าทายที่หลากหลาย ทั้งเรื่องโรคระบาด การปรับเปลี่ยนเข้าสู่ยุค Digital และเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้นองค์กรต้องมี Dynamism ความไม่หยุดนิ่งและสร้างพลัง Resilience หรือการปรับตัวอย่างยืดหยุ่นให้เกิดขึ้นไปด้วยกัน ต้องพร้อมปรับเปลี่ยนให้เท่าทันเทรนด์โลก และการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคตลอดเวลา รวมถึงการมองหาโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจเพื่อขยายโอกาสการเติบโตในอนาคต ที่สำคัญ องค์กรต้องเริ่มปรับตัวเข้าสู่ยุค Digital อย่างเต็มตัว ปรับโมเดลธุรกิจให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้ายุคใหม่ ไปพร้อมๆ กับการช่วยให้ธุรกิจของคู่ค้าเติบโต
“ในปีนี้เรามีการลงทุน 500 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งทีม Business & Digital Transformation เพื่อทรานส์ฟอร์มสู่การเป็น Omni-channel Platform ซึ่งมากกว่าการเชื่อม Offline และ Online แต่ยังเชื่อมโยงทุกธุรกิจใน Ecosystem เข้าด้วยกัน และเชื่อมโยงธุรกิจของคู่ค้าไปยังลูกค้าแบบ B2B2C เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้าในอนาคต” ®