ปฏิเสธไม่ได้ว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19 ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความท้าทายของเหล่าธุรกิจเล็กใหญ่ และยังเป็นช่วงเวลาแห่งการสะท้อนระบบบริหารจัดการภายในองค์กรว่ามีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด ถ้าองค์กรไม่มีระบบบริหารการจัดการที่ดีก็อาจจะล้มจนลุกขึ้นมาใหม่ได้ยาก “ระบบที่ดี” จึงเปรียบเหมือนภูมิต้านทานขององค์กร เพื่อเตรียมรับมือกับปัญหาได้อย่างครอบคลุมโดยที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา มีอุปสรรคที่เข้ามาทำให้พฤติกรรมของผู้คนเปลี่ยนไป โดยเฉพาะเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น ทำให้ภาคธุรกิจต้องสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว และยังต้องเฟ้นหาบริการให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนยุค New Normal อย่างเข้าอกเข้าใจ
เมื่อนำระบบการบริหารจัดการที่ดีมาผนึกด้วยความสร้างสรรค์ ธุรกิจก็จะเติบโตอย่างมั่นคง ซึ่งหนึ่งธุรกิจที่มีการพัฒนาระบบพื้นฐานอย่างไม่หยุดหย่อน และถ่ายทอดแนวคิดสุดล้ำผ่านบริการหลากหลายรูปแบบ สู่เครือร้านอาหารที่ครองใจผู้บริโภคมานานกว่า 35 ปี อย่าง “บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด” ซึ่งมีธุรกิจในเครือที่ประกอบไปด้วย บาร์บีคิวพลาซ่า ฌานา เรดซัน และ GON Express ที่ได้รับรางวัล 2022-2023 Thailand’s Most Admired Company ในกลุ่มร้านอาหาร ด้วยเหตุผลมีความโดดเด่นในปัจจัยการบริหารการจัดการ (Management) และฝ่าฟันวิกฤตต่างๆ มาได้อย่างสวยงาม
“ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศเพิ่งฟื้นตัวในไตรมาสที่ 2 ฟู้ดแพชชั่นก็กลับมาดีในช่วงนั้นเช่นเดียวกัน และค่อยๆ ทำยอดขายที่เติบโตขึ้น ทำให้ผลการดำเนินธุรกิจของเรากลับมามีผลประกอบการที่ใกล้เคียงกับตอนปี 2562 ซึ่งคาดการณ์ว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีผลประกอบการอยู่ที่ 95% ของปีก่อนสถานการณ์ COVID-19
ส่วนปัจจัยที่ทำให้ฟื้นตัวได้เร็วมาจากผลตอบรับที่ดีจากลูกค้า ผ่านการปั้นแคมเปญทั้งภายในและภายนอกบริษัทมากกว่า 50 แคมเปญ จัดโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ที่ปกติจัดเพียง 1-2 ครั้ง แต่ปีนี้เราจัดถึง 3 ครั้ง มีการปรับเปลี่ยนโปรโมชั่นและเมนูทุกๆ เดือน
มี Personalized มอบให้กับลูกค้าเฉพาะบุคคลอีกกว่า 30 แคมเปญ” คุณชาตยา สุพรรณพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด กล่าวถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้นในปีนี้
กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ แน่นอนว่าฟู้ดแพชชั่นก็ต้องล้มลุกคลุกคลานไม่ต่างจากธุรกิจอื่น มีความกดดันเชิงลบเข้ามาทำให้ทุกคนทำงานหนักกว่าที่เคย จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานให้ลื่นไหลและรวดเร็วยิ่งขึ้น ระบบการทำงานที่ยืดหยุ่นได้ของฟู้ดแพชชั่น ถือว่าเป็นข้อได้เปรียบสำหรับธุรกิจร้านอาหาร ที่อาศัยความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงทุกๆ วันเป็นแรงขับเคลื่อน โดยมีสารตั้งต้นแห่งความสำเร็จที่เรียกว่า “ความเชื่อใจ” ที่จะนำพาฟู้ดแพชชั่นเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
เมื่อไว้ใจกันมากพอ ยามที่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงระบบการทำงานจึงเป็นไปอย่างราบรื่น เช่น การงดใช้ลายเซ็นในการดำเนินเอกสาร ซึ่งทำให้กระบวนการทำงานรวดเร็วมากขึ้น และยังเป็นการส่งเสริมให้พนักงานของฟู้ดแพชชั่นกล้าคิดกล้าตัดสินใจอีกด้วย ในกรณีที่เกิดความผิดพลาดจากการตัดสินใจ ทุกคนก็ไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องที่คนใดคนหนึ่งต้องรับผิดชอบ แต่ถือเป็นการค่อยๆ เรียนรู้ความหลากหลายของวิธีการทำงาน เพื่อนำมาต่อยอดสู่ไอเดียใหม่ๆ ร่วมกันในอนาคต

นอกจากจะเชื่อใจแล้ว ยัง “เปิดใจ” ให้กับทุกแนวคิด ฟู้ดแพชชั่นมีพื้นที่ให้ทุกคนได้ร่วมทดลองไอเดียผ่าน “Passion Lab” หนึ่งในโครงการของศูนย์การเรียนรู้ฟู้ดแพชชั่น อย่างผลงานล่าสุด “GON กระทะ” ชุดหมูกระทะของบาร์บีคิวพลาซ่า เริ่มต้นเพียง 299 บาท ซึ่งเป็นไอเดียในการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มวัยรุ่น ที่มองหาเซตหมูกระทะราคาสบายกระเป๋า โดยเปิดทดลองที่สาขาสายไหม อเวนิวเป็นระยะเวลาราว 3 เดือน
อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่าฟู้ดแพชชั่นยึดเอาพฤติกรรมของผู้บริโภคเป็นหัวใจในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งการทำความรู้จักกับความต้องการของลูกค้า จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วย ฟู้ดแพชชั่นจึงยกระดับนวัตกรรมการเข้าถึงข้อมูลตลอดเวลา ไม่ว่าจะโปรแกรมระบบจัดการห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ หรือ GON Gang ที่จะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภค โดยมีโมเดลความแตกต่างของลูกค้ามากถึง 11 ระดับ เพื่อนำมาใช้ในการทำการตลาดแบบเจาะจง (Personalized Marketing) นับว่าเป็นสิ่งที่สร้างความแตกต่างให้กับฟู้ดแพชชั่นในสมรภูมิธุรกิจร้านอาหาร

แต่อีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนอาจมองข้าม คือการมัดใจฐานลูกค้าเดิมให้อยู่หมัด ถึงแม้ฟู้ดแพชชั่นจะมีฐานลูกค้าเยอะมาก แต่น้อยคนที่จะรู้ว่ามีบริการอื่นนอกเหนือจากนั่งรับประทานในร้าน ฟู้ดแพชชั่นจึงมีระบบการส่งต่อบริการเหล่านี้ผ่าน @Gongang บัญชี LINE Official ของบาร์บีคิวพลาซ่า มีสิทธิพิเศษลดแลกแจกแถมมากมายให้กับลูกค้า ซึ่งสามารถนำข้อมูลการใช้งานเหล่านี้มาต่อยอดเป็นการค้นหาฐานลูกค้าใหม่ ๆ ด้วยการสร้างโปรโมชั่นที่หลากหลาย เพื่อขยายการใช้เวลาในร้านอาหารให้นานยิ่งขึ้น
“ในช่วง COVID-19 ฟู้ดแพชชั่นไม่หยุดที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของบริษัท นำเข้าเทคโนโลยีใหม่ และคิดค้นเครื่องมือที่จะใช้เข้าถึงข้อมูลอยู่เสมอ ซึ่งสามารถทำให้เราออกโปรโมชั่นและตัดสินใจได้โดยใช้ Data Driven ทำให้เรามีความพร้อมในการกลับมาดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง” คุณชาตยา กล่าวเสริม
ถ้าจะให้ถูกต้องที่สุด คงต้องกล่าวว่าฟู้ดแพชชั่นไม่เพียงแต่ใช้เทคโนโลยีและข้อมูลของลูกค้าในการพัฒนาระบบจัดการภายในองค์กร แต่ยังมี “Underdog Spirit” ที่นำความคิดสร้างสรรค์อันเหลือล้นมาปรับใช้กับทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด เปิดรับทุกมุมมองในการทำธุรกิจ ให้ความสำคัญกับการลงมือทำทันที เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว และเพื่อให้ทุกคนได้ร่วมกันระดมสมอง ลองผิดลองถูกไปด้วยกัน ซึ่งถือว่าเป็นเสน่ห์ของเชนร้านอาหารมวยรองอย่างฟู้ดแพชชั่น
คุณชาตยา เล่าถึงวิถีแห่งมวยรองสไตล์ฟู้ดแพชชั่นอย่างภาคภูมิใจว่า “ฟู้ดแพชชั่นเป็นองค์กรที่ประหยัดในการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า แต่ไม่ขี้เหนียวที่จะใช้เวลากับการผลิตความคิดสร้างสรรค์ ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการค้นหาสิ่งใหม่ๆ ถึงแม้ว่าสิ่งเหล่านั้นจะทำให้พวกเราทำงานเหนื่อยมาก แต่ทุกหยาดเหงื่อนั้นมีความหมาย”

ขึ้นชื่อว่าเป็นธุรกิจร้านอาหาร การมอบประสบการณ์ภายในร้านจึงเป็นเรื่องสำคัญ ฟู้ดแพชชั่นเชื่อว่าสุขภาวะที่ดี (Well-being) เป็นพื้นฐานในการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกันภายในองค์กร โดยมี “วงจรแห่งความสุข” เป็นแนวคิดในการหล่อเลี้ยงความสัมพันธ์ขององค์กรให้เหนียวแน่น ดูแลอย่างใส่ใจ และเคารพความต้องการพนักงานนับพันชีวิต ทำให้ชาวฟู้ดแพชชั่นมี Service Mind ส่งต่อความสุขให้กับลูกค้าจนเกิดเป็นความประทับใจและกลับมาใช้บริการซ้ำ
นอกจากนี้ ยังมีการสร้างวัฒนธรรมภายในองค์กร “ACTIVE” ประกอบด้วย A (Accountability) ร่วมรับผิดชอบ, C (Customer Delight) ส่งมอบความประทับใจ, T (Teamwork) รุกไปเป็นทีม, I (Innovation) คิดและทำอย่างสร้างสรรค์, V (Value Change) พร้อมกันรับสิ่งใหม่ และ E (Enjoy) สร้างความสุขใจให้กับทุกคน เพื่อให้ทุกคนในฟู้ดแพชชั่นให้ความสำคัญเรื่อง “คน” เพราะธุรกิจร้านอาหารเป็นธุรกิจที่ต้องทำควบคู่ไปกับผู้บริโภค
สำหรับภาพอนาคตของฟู้ดแพชชั่นที่คุณชาตยาร่างไว้ ยังคงเป็นการพัฒนาระบบการบริหารความสัมพันธ์กับผู้บริโภค (Customer Relationship Management) ให้ลูกค้าเข้าถึงการให้บริการของฟู้ดแพชชั่นได้อย่างไร้รอยต่อ และเดินหน้าดำเนินกลยุทธ์ Go Beyond Food Industry ด้วยศูนย์การเรียนฟู้ดแพชชั่น ที่ปัจจุบันมีคนเข้ามาศึกษามากกว่าหมื่นราย เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงคนในแวดวงธุรกิจร้านอาหารของฟู้ดแพชชั่น
สุดท้ายนี้ ความท้าทายของการรักษาอันดับ 1 ในใจผู้บริโภค คือ “การคงไว้ซึ่งวิถีแห่งมวยรอง” ไม่หยุดพักในการผลิตความคิดสร้างสรรค์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ในร้านและนอกร้านอาหารที่ดีให้กับลูกค้า
“เราจะไม่คิดว่าตัวเองเป็นที่ 1 ใน 5 ปีซ้อน แต่เราต้องคิดว่าตัวเองยังเป็นมวยรอง เพื่อที่จะหาลู่ทางในการพัฒนาธุรกิจ เพราะไม่แน่ว่าในอนาคตอาจมีธุรกิจร้านอาหารรายอื่นวิ่งขึ้นมาแซงเราได้ตลอดเวลา เราจึงต้องกล้าทดลอง กล้าล้มและลุกขึ้นให้เร็ว และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เพื่อสร้างความแตกต่างตลอดเวลา” คุณชาตยา กล่าวปิดท้าย