โลกของธุรกิจการเงินเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องมาหลายปี ทั้งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากผู้เล่นหน้าใหม่ในธุรกิจการเงินการธนาคาร โดยไม่รู้ว่าจะต้องเผชิญกับวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งกระทบกับเศรษฐกิจและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของทั่วโลก ดังนั้น หากธนาคารในฐานะผู้ให้บริการทางการเงินขาดวิสัยทัศน์ และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ คงไม่สามารถฝ่าฟัน “วิกฤตซ้อนวิกฤต” มาได้
ในช่วงที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า “ธนาคารกรุงไทย” มีวิธีการรับมือในทุกสถานการณ์ที่โดดเด่น สะท้อนได้จากผลสำรวจ 2022-2023 Thailand’s Most Admired Company โดยเป็นที่ 1 ในปัจจัยด้านการบริหารการจัดการองค์กร (Management) ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เหตุผลสำคัญมาจากการที่ธนาคารได้วางยุทธศาสตร์ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 3-4 ปีก่อนเกิดโควิด ทั้งการลงทุนด้านเทคโนโลยี การบริหารจัดการองค์กร การพัฒนาบุคลากร ผนวกกับการวางยุทธศาสตร์ 2 Banking Model ทำให้การดำเนินงานของธนาคารทั้งในธุรกิจดั้งเดิมและธุรกิจใหม่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังรับมือกับวิกฤตที่เกิดขึ้นได้และมีความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนในอนาคต
ยุทธศาสตร์คู่ขนาน หรือ 2 Banking Model ประกอบด้วย 1. การขับเคลื่อนธุรกิจแบบดั้งเดิม (Traditional Banking) เปรียบเสมือนเรือบรรทุกเครื่องบิน (Carrier) เป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนธุรกิจหลักที่ธนาคารดำเนินการอยู่แล้วในปัจจุบัน จุดมุ่งหมายหลัก คือลดการกัดกร่อนของรายได้และกำไรจาก Disruption ให้น้อยที่สุด 2. การขับเคลื่อนธุรกิจแบบใหม่ (Digital Organization) เปรียบเสมือนเรือเร็ว (Speed Boat) เป็นองค์กรใหม่ที่มีจุดมุ่งหมายในการแสวงหาโอกาสและรายได้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ (New Business Model) หรือการร่วมมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพ โดยจัดตั้ง บริษัท อินฟินิธัส บาย กรุงไทย (Infinitas by Krungthai) ขึ้นมาเป็นเรือเร็ว (Speed Boat) ของธนาคารที่ดำเนินงานอยู่บน 3 เสาหลัก คือ 1. การพัฒนาระบบโครงสร้างดิจิทัลพื้นฐานแบบเปิด (Open Banking Platform) 2. สร้างดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ธุรกิจในยุคนิวนอร์มอล (Innovative Digital Business Platform) 3. สร้างเป็นระบบเปิดที่รองรับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของคนไทย คือแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซึ่งถูกพัฒนาเป็น Thailand Open Digital Platform ของคนไทยเพื่อคนไทยอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ธนาคารยังให้ความสำคัญกับการพัฒนากลุ่ม Talent โดย Infinitas by Krungthai จับมือเป็นพันธมิตรกับ “เอคเซนเชอร์ โซลูชั่นส์” จัดตั้งบริษัทร่วมทุนชื่อ “Arise by Infinitas” เพื่อเป็นศูนย์การพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ รองรับการขยายธุรกิจของธนาคารและอินฟินิธัส เนื่องจากมองว่า ‘คน’ เป็น Asset สำคัญที่สุดในการทำงานทุกเซ็กเม้นต์ แม้ว่าการทำธุรกิจในโลกยุคใหม่จะแข่งขันกันด้วยนวัตกรรมและดิจิทัล แต่ต้องมีทรัพยากรบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญมาขับเคลื่อน อีกทั้งการตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละกลุ่มเป้าหมายซึ่งไม่ใช่ในรูปแบบ One size fit all อีกต่อไป โลกแห่งอนาคตจะต้องตอบโจทย์ที่เรียกว่าเป็น Personalized หรือ Segment of One นั่นคือการนำเทคโนโลยีมาผสมผสานให้เกิด พลานุภาพ ดังนั้น การพัฒนาบุคลากรเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้สิ่งต่างๆ เหล่านี้เกิดขึ้นได้
การหล่อหลอมวัฒนธรรมองค์กรดังกล่าว จึงเป็นคำตอบที่ทำให้กรุงไทยมีศักยภาพ มีขีดความสามารถทางการแข่งขันที่แข็งแกร่ง สามารถพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มด้านการเงินแบบคู่ขนานที่ตอบโจทย์คนไทย ทั้งแพลตฟอร์มระบบปิด คือ Krungthai NEXT ด้วยฟีเจอร์การใช้งานที่ทันสมัย ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การใช้จ่าย ทำให้มีผู้ใช้งานมากกว่า 16 ล้านคน และแพลตฟอร์มระบบเปิด คือแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้รับการพัฒนาโดย Infinitas by Krungthai ให้เป็น Thailand Digital Open Platform เปิดกว้างให้ประชาชนทุกคนเข้ามาใช้งาน โดยไม่จำเป็นต้องมีบัญชีเงินฝากของธนาคารกรุงไทย ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ทั้งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การชำระเงิน ด้านสุขภาพ การออมและการลงทุน ทำให้แอปฯ เป๋าตัง เป็นซูเปอร์แอป ที่มีผู้ใช้บริการกว่า 40 ล้านคนในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังพัฒนาแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” แอปพลิเคชันบริการจัดการรับจ่ายเงินสำหรับร้านค้า ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 1.7 ล้านร้านค้า

ธนาคารกรุงไทย มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเงิน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยให้ดีขึ้นในทุกวัน โดยนำบริการทางการเงินเข้าไปฝังตัวอยู่ในวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย ทำให้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือทำกิจกรรมด้านใด จะเห็นบริการของธนาคารอยู่ในนั้นเสมอ โดยมุ่งเน้นใน 5 Ecosystems ประกอบด้วย กลุ่มการชำระเงิน ยกระดับบริการผ่านทุกช่องทาง กลุ่มหน่วยงานภาครัฐ นำเทคโนโลยีขั้นสูงมาพัฒนาบริการทางการเงิน เพื่อเชื่อมโยงภาครัฐกับประชาชน กลุ่มสถาบันการศึกษา ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามายกระดับการบริหารจัดการภายในมหาวิทยาลัยในทุกด้าน กลุ่มการรักษาพยาบาลและสุขภาพ ช่วยให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงสิทธิด้านสุขภาพได้สะดวก และกลุ่มระบบขนส่ง พัฒนาระบบการชำระเงินผ่านอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับการเดินทางขนส่งสาธารณะ เพื่อลดการใช้เงินสด
อย่างไรก็ดี ในอนาคตกรุงไทยได้วางยุทธศาสตร์เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกธุรกิจและพฤติกรรมผู้บริโภค นอกจากการทำธุรกิจในรูปแบบเดิมๆ จะไม่ตอบโจทย์แล้ว และการทำธุรกิจด้วย Speed แบบเดิม อาจจะ “ไม่เพียงพอ” โดยธนาคารยังคงเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ 2 Banking Model โดยประเมินแล้วว่า ยุทธศาสตร์ของกรุงไทยที่ได้ทำมา คือ Five Execution Pillars ภายใต้ยุทธศาสตร์ 2 Banking Model ยังคงเหมาะสมกับสถานการณ์ เพียงแต่ต้องเร่งทำให้ลึกขึ้น เร็วขึ้น ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสถานการณ์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นยกระดับธุรกิจเดิมให้เติบโตแข็งแกร่ง (Sustainable Core Growth Building) การพัฒนาธุรกิจใหม่ (New Business Model) การต่อยอดธุรกิจโดยกลยุทธ์ X2G2X Strategy หรือการต่อยอดธุรกิจกับคู่ค้าของลูกค้า ด้วยการเชื่อมโยง Digital Connectivity ปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ตอบโจทย์โลกแห่งอนาคตให้ได้ และมุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับทุกภาคส่วนในสังคม
ที่สำคัญ คือการบริหารงานที่มุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรแบบ “Formula 1 Culture” ซึ่งแนวทางหลัก คือความแม่นยำและการทำงานร่วมกันเป็นทีม ผลักดันให้ทุกคนมีความชำนาญและรู้หน้าที่ของตัวเองอย่างรู้ลึกรู้จริง หมั่นฝึกฝน และพร้อมปรับปรุงแก้ไข ซึ่งจะทำให้เกิดประสิทธิผลและความมั่นใจ จนนำมาซึ่งชัยชนะ โดยชาวกรุงไทยทุกคนจะช่วยกันสร้าง “Formula-1 Culture” ให้เกิดขึ้นให้ได้ในองค์กร พลิกโฉมการทำงานแบบ Hybrid Work ที่ผสมผสานการทำงานทั้งในและนอกสถานที่แบบยืดหยุ่น Work from Anywhere ได้ตลอดเวลา และที่สุดแล้ว Only the best will win, Only the best will remain. โดยคนกรุงไทยทุกคน คือ “หัวใจสำคัญ” ที่จะทำให้การขับเคลื่อนองค์กรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากด้วย Speed ที่เร็วขึ้น และทำให้ธนาคารกรุงไทยก้าวเป็นผู้นำในทุกมิติ ®