การแพร่ระบาดของไวรัสในช่วงที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อทุกมิติของการใช้ชีวิต การเรียน การทำงาน มีการใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อยับยั้งการระบาด ที่ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนรูปแบบชีวิตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สำหรับ เดลล์ เทคโนโลยีส์ ในฐานะของผู้นำโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีแบบครบวงจรระดับโลก ได้นำวิสัยทัศน์ และเทคโนโลยีที่มีอยู่เข้ามาใช้เพื่อช่วยให้พนักงานทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานมาอยู่ในรูปแบบของ Work-from-Anywhere ได้ในทันทีเพื่อการดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่สะดุด ส่งผลให้เดลล์เป็นองค์กรที่มีความโดดเด่นด้านการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพทั้งในการดำเนินงานและการดูแลพันธมิตรและลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้รับการยอมรับอย่างสูงสุดจาก ผู้บริโภคจากการสำรวจ 2022-2023 Thailand's Most Admired Company ที่ผ่านมา
คุณอโณทัย เวทยากร รองประธานบริหาร ตลาดเกิดใหม่ภูมิภาคเอเชีย และกลุ่มธุรกิจคอนซูเมอร์ภูมิภาคเอเชียใต้ เดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าวว่า “สำหรับเดลล์ เทคโนโลยีส์ เราอยู่ในอุตสาหกรรมไอทีมา 38 ปี หรือเกือบ 4 ทศวรรษ เราเกิดมาจากการเป็น PC Company และผ่านการ Evolution มาหลายต่อหลายครั้ง เราเป็นบริษัทที่ปรับตัวเองได้ค่อนข้างรวดเร็ว ไมเคิล เดลล์ พูดเสมอว่า What got you here won't take you there หมายความว่าสิ่งที่พาเรามาถึงจุดนี้ในวันนี้ไม่ได้รับประกันว่าจะสามารถนำพาให้เดินหน้าต่อไปได้ถ้าไม่ปรับตัว จาก PC Company ปัจจุบัน เราคือผู้นำที่เป็นศูนย์กลางของ Multi-Cloud Universe ซึ่งเป็นเทรนด์สำคัญของโลกใบนี้ในการใช้ไอที”
“และเพราะเราเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการทำงานแบบ Resiliency เราจึงเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการดิสรัปชั่นทางธุรกิจตลอดเวลา ก่อนหน้านี้หลายปี เรามีนโยบายในการทำ Connected Workplace เพื่อให้พนักงานสามารถเลือกเวลาในการทำงาน เลือกสถานที่ทำงานว่าจะเป็นจากที่ใดก็ได้ ซึ่งการจะเป็น Digital Workplace แบบนี้ จะต้องมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้อย่างเหมาะสม ซึ่งเมื่อเกิดการแพร่ระบาดของไวรัส และจำเป็นต้องทำงานแบบ Work-from-Anywhere เราจึงสามารถดำเนินงานต่อได้โดยไม่กระทบกับ Productivity คนทำงานมีอุปกรณ์ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้จากทุกที่อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และเหมาะสม”
จากสถานการณ์การแพร่ระบาด คุณอโณทัยมองว่าองค์กรต้องมีความพร้อมในการรองรับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว และการจะทำเช่นนั้นได้มีแนวคิดและแนวปฏิบัติหลักอยู่ 2 ข้อด้วยกัน คือ
1. Resiliency - องค์กรต้องสร้างความยืดหยุ่นและความพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในการทำธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว สำหรับเดลล์ นอกจากการปรับตัวในด้านวิธีการทำงานแล้ว ยังมีการปรับในเรื่องของรูปแบบการทำธุรกิจ หรือ Business Model อีกด้วย เพราะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การระบาดของไวรัสคือตัวกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงการใช้งานเทคโนโลยีให้มุ่งไปสู่ Consumption-based Model มากขึ้น เดลล์จึงปรับรูปแบบธุรกิจให้มีส่วนผสมของความเป็น As-a-Service เพิ่มขึ้น อีกทั้งการระบาดได้ทำให้ภาคธุรกิจมุ่งหน้าไปสู่คลาวด์มากยิ่งขึ้น ทำให้มัลติ-คลาวด์กลายเป็นกลยุทธ์การดำเนินงานที่สำคัญ ซึ่งเดลล์เองก็ได้ปรับ Position ตัวเองให้เป็นศูนย์กลางของ Multi-cloud World อย่างชัดเจนด้วยโซลูชั่นทางเทคโนโลยีแบบครบวงจรที่มีอยู่
ผลลัพธ์ของการทำงานแบบ Resiliency ของเดลล์ได้สะท้อนออกมาให้เห็นจากผลประกอบการทั่วโลก โดยในไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมา เดลล์ เทคโนโลยีส์มีรายได้รวมที่ 24.6 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็นอัตราการเติบโต 9%
2. Digital-First Mindset - ในภาวะของการดิสรัปชั่นทางธุรกิจ นอกจาก Resiliency แล้ว องค์กรยังต้องนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อให้สามารถปรับตัวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัลที่ข้อมูล (Data) คือสินทรัพย์และศูนย์กลางที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน และนี่คือเหตุผลหลักของการมี Digital-first Mindset เพราะการที่องค์กรหนึ่งจะสามารถทรานส์ฟอร์มสู่การเป็นดิจิทัลได้ จะต้องทำทั้งในด้านการปรับโครงสร้างพื้นฐานให้ทันสมัย (Modernize Infrastructure) มียุทธศาสตร์ที่ดีในการขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลง และที่สำคัญคือมีบุคลากร (People) ที่มีความพร้อมด้านทักษะ สามารถบริหารจัดการความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น (Change Management) มีวัฒนธรรมองค์กร (Corporate culture) ที่พร้อมต่อการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว
“ในส่วนของเดลล์ก็มีการนำเอาเทคโนโลยีมาปรับใช้กับการทำงานเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่าง เราขับเคลื่อนธุรกิจที่เป็น B2B Online ในภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้น โดยในหลายๆ ขั้นตอนเป็นการทำงานในแบบอัตโนมัติผ่านเทคโนโลยี เป็นการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีในแบบที่เรียกว่า Human-machine Partnership จะเห็นว่านี่ไม่ได้เป็นการดำเนินงานผ่านออนไลน์อย่างเดียว แต่เป็นการเอาเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด”

ในฐานะของผู้นำด้านการปฏิรูปทางดิจิทัล (Digital Transformation) และผู้ให้บริการไอทีโซลูชั่นแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นระบบโครงสร้างพื้นฐานทางไอที ระบบเอดจ์ ดาต้าเซ็นเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การจัดการข้อมูล (Data Management) มัลติ-คลาวด์ และอื่นๆ เดลล์ เทคโนโลยีส์ พร้อมที่จะเข้าไปสนับสนุนการทำงานของลูกค้าไม่ว่าจะเป็น Resiliency ให้ลูกค้าทำงานได้คล่องตัวขึ้น หรือนำเครื่องมือไอทีต่างๆ มาใช้ทำให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
หลังจากการแพร่ระบาดของไวรัส เดลล์ได้ทำการสำรวจที่เรียกว่า Breakthrough Study ในกว่า 40 ประเทศทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย เพื่อดูว่าองค์กรและคนทำงานมีความพร้อมเพียงใดในการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อการบริหารจัดการธุรกิจและในการทำงาน ซึ่งพบว่าโดยเฉลี่ยแล้วประเทศไทยมีความพร้อมในการปรับตัว และมีแนวโน้มที่ดีในการตอบรับการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้งาน โดยผลสำรวจแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มดังนี้
- Sprint -กลุ่มคนที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ผู้ที่จะไล่ตามนวัตกรรมและเป็นผู้บุกเบิกการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว (ประเทศไทย 30% ทั่วโลก 10%)
- Steady - กลุ่มที่มีความสม่ำเสมอ จะปรับตัวเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีตามที่ผู้อื่นเลือกให้ (ประเทศไทย 49% ทั่วโลก 43%)
- Slow - กลุ่มที่สังเกตทีท่าความเป็นไปได้และต้องการการไตร่ตรอง (ประเทศไทย 19% ทั่วโลก 42%)
- Still - กลุ่มที่ค่อนข้างหยุดนิ่งกับที่ (ประเทศไทย 2% ทั่วโลก 5%)

นอกจากนี้ เมื่อพูดถึงวัฒนธรรมองค์กร เดลล์ เทคโนโลยีส์มีวัฒนธรรมองค์กรที่ชัดเจน มีวิสัยทัศน์ แผนงานและเป้าหมายที่เรียกว่า 2030 Moonshot Goals เพื่อการพัฒนาใน 4 ส่วนหลัก ได้แก่
- Advancing Sustainability สร้างความก้าวหน้าด้านความยั่งยืน โดยการขับเคลื่อนนำเข้าสู่เศรษฐกิจแบบหมุนเวียน (Circular Economy) ให้บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดใช้วัสดุหมุนเวียนหรือรีไซเคิลทั้ง 100% ซึ่งปัจจุบันมีการใช้ไปแล้ว 90.2% และกว่า 50% ของวัสดุที่ใช้ในผลิตภัณฑ์จะต้องมาจากวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้
- Cultivating Inclusion ปลูกฝังความเท่าเทียม ต้องการให้พนักงานชายและหญิงในองค์กรคิดเป็นสัดส่วน 50:50 ของพนักงานบริษัท และในตำแหน่งระดับผู้บริหารจะต้องมีสัดส่วนที่เป็นผู้หญิงไม่น้อยกว่า 40%
- Transforming Lives สร้างความก้าวหน้าในเรื่องสุขภาพ การศึกษา และโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับ 1,000 ล้านคน
- Upholding Ethics & Privacy ยึดมั่นเรื่อง Privacy ของลูกค้า ผลักดันมาตรฐานด้านจริยธรรมและความเป็นส่วนตัวให้เพิ่มสูงยิ่งขึ้น ด้วยการดำเนินธุรกิจจะต้องไม่กระทบความเป็นส่วนตัวของลูกค้า
“สุดท้ายแล้ว การที่จะขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าได้จะต้องมีความสามารถในการปรับตัวและมีความยืดหยุ่นสูง ซึ่งไม่ได้อาศัยเพียงแค่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว หัวใจสำคัญคือองค์กรธุรกิจต้องอาศัยคนด้วย สร้างวัฒนธรรมที่มีแบบอย่าง มาจากผู้นำที่มีความเข้าอกเข้าใจและดูแลพนักงานเสมือนเป็นแหล่งทรัพยากรที่สำคัญที่สุดที่ให้ความคิดสร้างสรรค์และคุณค่าแก่องค์กรเพื่อสร้างความพร้อม นี่จึงเป็นคำตอบสำหรับการทำธุรกิจในวันนี้”