วิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับ Triple Bottom Line ได้แก่ People/ Planet/ Performance นับเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้บริษัท ปตท.นํ้ามัน และการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ แข็งแกร่งเช่นทุกวันนี้ แต่ที่สำคัญมากไปกว่านั้น คือบทพิสูจน์ว่าการเติบโตของโออาร์เดินคู่ขนานไปกับคุณภาพของสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม
การประกาศเจตนารมณ์ในงาน Inclusive Growth Days empowered by OR ที่จัดขึ้นในปีนี้ยิ่งช่วยตอกย้ำความน่าเชื่อถือขององค์กร พันธมิตรผู้ประกอบการ SMEs รวมถึงสตาร์ตอัปและแบรนด์ต่างๆ ที่มีร่วมกันในวิถีการเติบโตแบบ Inclusive Growth ไปกับผู้คน สังคม สิ่งแวดล้อม ผ่านรูปแบบการดำเนินธุรกิจสู่แนวคิดความยั่งยืนในสินค้าและบริการของโออาร์ใน 3 ด้านด้วยกัน ซึ่งประกอบด้วย
New Product : การติดตั้ง EV Station PluZ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มความต้องการใช้พลังงานทางเลือก หรือจะเป็นการนำนวัตกรรม Upcycling และการดีไซน์ นำวัสดุเหลือใช้ต่างๆ กลับมาทำให้เกิดประโยชน์อีกครั้ง เช่น แก้วกาแฟ และเก้าอี้ เป็นต้น
New Process : การพัฒนาการปลูกและผลิตกาแฟภายใต้ระบบอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ หรือโครงการ Solar Roof พลังงานสะอาดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยติดตั้ง Solar ทั้งในและนอกสถานประกอบการของโออาร์
New Business Model : ที่ผ่านมาโออาร์มีโครงการไทยเด็ดที่สนับสนุนสินค้าจากวิสาหกิจชุมชนมาจำหน่ายในร้านขายของฝากที่ PTT Station ทั่วประเทศ โครงการ Café Amazon for Chance เพื่อช่วยสร้างอาชีพแก่ผู้ด้อยโอกาสและสร้างการเติบโตของ SMEs และ Startups จากโออาร์ Ecosystem เช่น การเปิดร้าน OHKAJHU ใน PTT Station เป็นต้น
เห็นได้ชัดว่า Business Model ดังกล่าว ล้วนตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในทุกรูปแบบ ทั้งเรื่องของการใช้พลังงาน ความหลากหลายในสินค้าและบริการในธุรกิจ Lifestyle พร้อมทั้งยกระดับการให้บริการด้วยเทคโนโลยีเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้บริโภค ไม่ว่าจะต้องการเข้าถึงสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์
อย่างเช่นที่ผ่านมา โออาร์ได้พัฒนา Platform ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น All-in-one Application, Loyalty Platform สำหรับ SME เพื่อให้สมาชิก Blue Card สามารถใช้สิทธิ์ในร้านค้าอื่นๆ นอกเครือโออาร์, Features เพิ่มเติมบน e-wallet ของ Blue CONNECT Application เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคมากขึ้น
สิ่งเหล่านี้นอกจากทำให้โออาร์ยังคงเป็นผู้นำตลาดอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังเป็นสถานีผู้ให้บริการน้ำมันที่ผู้บริโภคชื่นชอบโดยวัดจากผลสำรวจ Thailand’ s Most Admired Company มาอย่างต่อเนื่อง แต่การจะรักษาตำแหน่งต่อไปท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคม โออาร์ก็ไม่ลืมที่จะปรับรูปแบบการบริหารองค์กรเพื่อตอบสนองเทรนด์ต่างๆ และผู้บริโภคที่มีความต้องการและพฤติกรรมหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วย

เริ่มจากจัดตั้งโครงการ ORion (โอไรออน) ที่เปรียบเสมือนหน่วยม้าเร็วที่จะผลักดันให้การขับเคลื่อนธุรกิจบรรลุเป้าหมาย โดยมีภารกิจหลักในการตามล่าหา New S-curve ให้กับโออาร์ซึ่งไม่ได้มุ่งเน้นการลงทุนในลักษณะของ Venture Capital หรือสตาร์ตอัปอย่างเดียว แต่จะอยู่ภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ “Empowering All Toward Inclusive Growth” ที่เป็นการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน และสอดคล้องกับพันธกิจทั้ง 4 ด้าน
นอกจากนี้ยังตามมาด้วยการออกแบบการดำเนินงาน (Operating Model) ให้สอดคล้องกับทิศทางกลยุทธ์ เพื่อให้โครงสร้างองค์กร ขอบเขตงาน บทบาทความรับผิดชอบ ตลอดจนความเชื่อมโยงของการทำงานระหว่างหน่วยงานภายในองค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานของธุรกิจให้สำเร็จได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ รวมถึงการวางแผนการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนอัตรากำลังเชิงกลยุทธ์ ให้มีจำนวนพนักงานที่มีความรู้และทักษะที่เหมาะสมต่อการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจในแต่ละด้าน การเปิดโอกาสให้พนักงานนำเสนอแนวคิดการทำธุรกิจแบบใหม่ๆ และผลักดันให้พนักงานทุกคนมีแรงบันดาลใจและเป็นเจ้าของความสำเร็จร่วมกัน จนเกิดเป็นวัฒนธรรมของการสร้างและส่งต่อโอกาส (Ownership) และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีส่วนเสียทั้งภายในและภายนอก (Relationship) นำไปสู่การเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน ผ่านการสื่อสารสร้างความตระหนักรู้ให้แก่พนักงาน และการเชื่อมโยงเข้าสู่กลไกการบริหารบุคคลต่างๆ

กลยุทธ์เหล่านี้จะช่วยขับเคลื่อนให้โออาร์มุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้ในปี 2030 หรือที่เรียกว่า OR 2030 Goals โดยสะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างโอกาสเพื่อทุกการเติบโตร่วมกันทั้งสามมิติ ได้แก่ ผู้คน สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ
- Living Community ยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนมากกว่า 15,000 ชุมชน หรือกว่า 12,000,000 คน เช่น โครงการไทยเด็ด ที่ช่วยพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เป็นของดีของเด็ด เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นและสร้างโอกาสให้กับวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศได้เติบโตอย่างยั่งยืน โครงการ Café Amazon for Chance ที่มุ่งเน้นการพัฒนาอาชีพผู้ด้อยโอกาส ทั้งผู้พิการทางการได้ยิน ผู้พิการทางการการเรียนรู้ ผู้สูงวัย และทหารผ่านศึก ให้เป็นบาริสต้าของร้าน Café Amazon ภายใต้แนวคิดธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ที่นำจุดแข็งของธุรกิจมาช่วยแก้ปัญหาและพัฒนาสังคมได้อย่างยั่งยืน
- Healthy Environment สร้างสิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ โดยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ครอบคลุมตลอดทั้งการดำเนินธุรกิจ เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด และลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจ โดยตั้งเป้าที่จะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon-Neutrality) ภายในปี 2030 และบรรลุการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon) ภายในปี 2050 ปัจจุบันโออาร์เปิดให้บริการสถานีชาร์จไฟฟ้า EV Station PluZ ทั้งในและนอกสถานีบริการ PTT Station เพื่อรองรับ Lifestyle ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และแนวโน้มรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเพิ่มมากขึ้น และมีแผนขยายเพิ่มเป็น 800 สถานี ครอบคลุมทั่วประเทศภายในปี 2566 นอกจากนี้ โออาร์ยังดำเนินการติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) ภายในสถานีบริการ PTT Station เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งเสริมคุณภาพอากาศในชุมชนให้ดียิ่งขึ้น และลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน
- Economic Prosperity สร้างการเติบโต สร้างอาชีพ และการกระจายความมั่งคั่งสู่คู่ค้า ผู้ถือหุ้น ผู้ประกอบการขนาดย่อม พนักงาน และชุมชนมากกว่า 1,000,000 คน ด้วยการร่วมลงทุนในธุรกิจและพันธมิตรที่มีศักยภาพต่อยอดการเติบโตทางธุรกิจร่วมกันกับคู่ค้าและพันธมิตรของโออาร์โดยเน้นการสร้าง Synergy ระหว่างโออาร์กับพันธมิตรเพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันในระยะยาวอย่างยั่งยืนเพราะการมุ่งสร้างผลกำไรเพียงอย่างเดียวเพื่อการเติบโตเพียงลำพังไม่สามารถทำให้ธุรกิจอยู่รอดได้ในระยะยาวอีกต่อไป คำตอบในวันนี้ของโออาร์ คือการมุ่งสร้างโอกาสให้ทุกภาคส่วนเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นความหมายที่แท้จริงของการเติบโตนั่นเอง ®