สำหรับธุรกิจประกันภัยในปีที่ผ่านมาถือว่ามีโจทย์ยากและท้าทายจากความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาด สภาวะเศรษฐกิจเงินเฟ้อ ภาวะสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวและเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ความผันผวนที่เกิดขึ้นบนโลก แต่ด้วยประสบการณ์ในการบริหารจัดการของวิริยะประกันภัย และการพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวทันอยู่ตลอดเวลา ทำให้วิริยะประกันภัย สามารถบริหารจัดการและก้าวผ่านโจทย์ท้าทายนี้ไปได้จนได้รับความไว้วางใจจากผู้เอาประกันภัย ส่งผลให้ยังคงเป็นผู้นำที่มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ของธุรกิจประกันวินาศภัยมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 30 และได้รับการโหวตจากผู้บริโภคให้มีคะแนนเป็นอันดับ 1 ในกลุ่ม “ประกันภัย” และได้คะแนนสูงสุดจาก 4 ปัจจัย คือ Innovation, Management, Corporate CSR, Excellence Service จากผลการสำรวจ 2022-2023 Thailand's Most Admired Company
แม้ปีที่ผ่านมาจะเป็นปีที่ยากลำบาก แต่ คุณอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เผยว่า ปัจจัยที่ทำให้ วิริยะประกันภัย ได้รับเลือกให้เป็นองค์กรอันดับ 1 ในกลุ่มประกันภัย สามารถแบ่งได้เป็น 3 ด้าน คือความตั้งใจทำหน้าที่รับประกันความเสี่ยงภัยใหม่ๆ และพัฒนาการให้บริการสินไหมทดแทนมาตลอดด้วยความเป็นธรรม รับประกันภัยคุ้มครองความเสี่ยงหลายด้านตามความต้องการของผู้เอาประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นชีวิตร่างกาย ทรัพย์สิน รถยนต์ และความรับผิดชอบทางกฏหมาย สุดท้ายคือเรื่องของสินไหม ซึ่งวิริยะประกันภัย มีพนักงานสินไหม 2,000 คน ที่มีความรู้สั่งสมมาในบริษัท 70 กว่าปี และยังคงพัฒนาต่อเนื่องเพื่อให้บริการความต้องการใหม่ๆ เสมอ
กลยุทธ์ “Data-Driven Innovation : เข้าใจ เข้าถึง เคียงข้างคุณทุกความเสี่ยงภัย” ถือเป็นกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนการดำเนินงานของวิริยะประกันภัยตลอดทั้งปีที่ผ่านมา โดยวิริยะประกันภัยเดินหน้าออกผลิตภัณฑ์ใหม่มากมาย ครอบคลุมทุกความเสี่ยงภัย เช่น ด้านประกันภัยรถยนต์มีการออกผลิตภัณฑ์สนองรับความต้องการผู้คนในแต่ละภูมิภาคเป็นการเฉพาะ แตกต่างทั้งเงื่อนไขความคุ้มครองและเบี้ยประกันภัย ขณะที่ประกันสุขภาพลงลึกการตลาดแบบ Personalization ผลิตภัณฑ์ความคุ้มครองเฉพาะตัวและตรงข้อเท็จจริงของแต่ละบุคคล
“วิริยะประกันภัย เป็นบริษัทประกันภัยขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 ของตลาด ก่อตั้งมากว่า 75 ปี มีลูกค้าประมาณ 8 ล้านกรมธรรม์ เราจึงสามารถนำข้อมูลมากมายที่เก็บสะสมมาตลอดมาคำนวณและประมาณการหาความคุ้มครองที่เหมาะสมกับผู้เอาประกันภัยกลุ่มต่างๆ ได้เสมอ ด้วยเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสม พร้อมให้ความคุ้มครองด้วยความเป็นธรรมตลอดอายุกรมธรรม์ แม้ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ของเราครอบคลุมความคุ้มครองทั้งชีวอนามัยของคน ทรัพย์สิน และความรับผิดชอบทางกฎหมาย รวมถึงผู้บริโภคสามารถนำมาใช้บริหารความเสี่ยงมากกว่า 60 ผลิตภัณฑ์ จนกล่าวได้ว่า วิริยะประกันภัยเคียงข้างคุณได้ทุกความเสี่ยงภัย”

ช่วงที่ผ่านมา นวัตกรรมที่ถือว่าสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับตลาดของวิริยะประกันภัย คือการเข้าสู่ตลาด EV โดยวิริยะประกันภัยมีการเตรียมความพร้อมรองรับประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้ามาร่วม 4 ปี ตั้งแต่วิวัฒนาการมาจากรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด โดยร่วมมือกับผู้ผลิตและผู้แทนจำหน่ายชั้นนำ ในการเติมเต็มการให้บริการผู้ใช้รถยนต์ EV อย่างครบวงจร ด้วยการวางแผนจัดโครงสร้างเบี้ยประกัน จัดระบบสินไหมการซ่อม การจัดบริการอะไหล่ เพื่อให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้ามั่นใจในการขับขี่ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสิ่งแวดล้อมสะอาดด้วยพลังงานไฟฟ้า
นอกจากนี้ ในด้านบริการสินไหม ในปีที่ผ่านมาวิริยะประกันภัยได้ขยายศูนย์บริการสินไหมทดแทนออกไปมากมาย ทั้งในศูนย์การค้า ปั๊มน้ำมัน อาคารพาณิชย์ตามย่านชุมชน และย่านการจราจรหนาแน่นที่มักจะเกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ ตลอดไปถึงการใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีมาใช้อย่างเช่น การบริการเคลมออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือของลูกค้าเพียงเครื่องเดียว ด้วยระบบ VDO CALL หรือ VClaim on VCall นวัตกรรมบริการเคลมออนไลน์ด้วยระบบวิดีโอคอลโดยไม่ต้องรอพนักงานเคลมไปยังจุดนัดหมาย ที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องเว้นระยะห่างตามหลัก Social Distance
ความสำเร็จของวิริยะประกันภัย นอกจากการนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วให้เกิดความสะดวกสบายแล้ว การบริหารจัดการในองค์กรให้เกิดความคล่องตัวเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างทันสถานการณ์อีกด้วย
“เรามีการกระจายอำนาจทั้งงานรับประกันและสินไหมทดแทนเพื่อให้แต่ละภาคติดตามความต้องการที่เปลี่ยนไปและมีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ได้”
งานบริการถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้วิริยะประกันเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าจดจำ ซึ่งปัจจุบันมีการสร้างเครื่องไม้เครื่องมือเพื่อสนับสนุนการทำงานและเชื่อมการทำงานร่วมกับตัวแทนและนายหน้าหลายช่องทาง เช่น Facebook ตัวแทนสัมพันธ์ และ LINE ตัวแทนสัมพันธ์ เพื่อสนับสนุนงานขายของตัวแทน/นายหน้า การสร้าง Facebook Group ห้องสมุดตัวแทนสัมพันธ์ เป็นที่รวบรวมเอกสารต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้สำหรับงานขาย เพื่อให้สามารถดาวน์โหลดไปใช้ได้ทันที เช่น โบรชัวร์ แผ่นพับ แบนเนอร์ ผลิตรายการ “รู้ไปด้วยกัน” ผ่าน Facebook Live เพื่อให้ความรู้ในเรื่องผลิตภัณฑ์ประกันภัย Update ข้อมูลข่าวสาร รวมถึงสาระความรู้ที่จะเป็นประโยชน์กับตัวแทน/ นายหน้าของบริษัท การจัดตั้งห้องสนทนาบน LINE Open Chat เพื่อให้เกิดชุมชนตัวแทน/ นายหน้าของ บริษัทฯ ในการสอบถามข้อสงสัย แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างบริษัทฯ กับตัวแทน/นายหน้า และระหว่างตัวแทน/นายหน้าด้วยกันเอง
“เรามีพนักงานกว่า 6,000 คน ที่เป็นคนในแต่ละภูมิภาค เข้าใจคนในพื้นที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งทุกคนจะได้รับการปลูกฝังให้มี “วิญญาณแห่งการบริการ” ผ่านสื่อ พี่สอนน้อง การอบรม การประเมินผลงาน จึงทำให้ทุกคนพร้อมเคียงข้างผู้เอาประกันในทุกความเสี่ยงภัย”

ไม่เพียงแค่การสร้างศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจ แต่วิริยะประกันภัยยังให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสังคม โดยหัวใจในการทำเพื่อสังคมขององค์กร คือการสร้างประโยชน์จริงจาก Bottom Up ตามความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ โดยใช้หลักกระจายอำนาจในการทำ CSR ด้วย
ช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพ ระบบสาธารณสุข และสภาพเศรษฐกิจที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ วิริยะประกันภัยสานต่อกิจกรรมเพื่อสังคมในมิติต่างๆ เช่น ด้านการแพทย์และสาธารณสุข มีการมอบเงินสนับสนุนให้แก่โรงพยาบาลรามาธิบดี 1 ล้านบาท สนับสนุนงานวิจัยต่างๆ อาทิ พัฒนาวัคซีน ChulaCov19, นวัตกรรมฆ่าเชื้อโควิด-19 “Nano 9 Silver Nano” รวมทั้งสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ ด้วยการมอบเครื่องผลิตออกซิเจน, ชุด PPE, สเปรย์แอลกอฮอล์, รถวีลแชร์ น้ำดื่มและอาหาร ด้านการรณรงค์ความปลอดภัย กว่า 30 ปี ที่วิริยะประกันภัยดำเนินกิจกรรมด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่าง เช่น การปลูกจิตสำนึกสร้างวินัยจราจร อาทิ โครงการ Safety Truck online ด้วยการเผยแพร่ความรู้ผ่านเฟสบุ๊คแฟนเพจ วิริยะจิตอาสา VVolunteer เพื่อเพิ่มช่องทางในการสื่อสาร การให้ความรู้ พร้อมทั้งส่งเสริมมาตรการด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่รถบรรทุก ให้การสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รณรงค์ความปลอดภัยบนท้องถนน อาทิ โครงการรณรงค์ปีใหม่-สงกรานต์ ตายเป็นศูนย์และการส่งเสริมการตรวจสภาพรถยนต์เพื่อความปลอดภัยในการใช้ถนน เป็นต้น ด้านการศึกษาและเยาวชน มุ่งให้เยาวชนไทยได้รับโอกาสขั้นพื้นฐานด้านการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยสนับสนุนโครงการไฟจากฟ้า ของมูลนิธิแพทย์ชนบท จำนวน 1,000,000 บาท เพื่อติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์ให้กับโรงพยาบาลบางจาก สนับสนุนอาหารช้างให้แก่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งประสบปัญหาจากการแพร่ระบาดของโควิด- 19 ทำให้ขาดรายได้เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยว
นอกจากนั้นยังให้การสนับสนุนโครงการ “อาสารักษ์ปูม้าเพื่อการต่อยอดธนาคารปู” เพื่อร่วมดูแลทรัพยากรสัตว์น้ำของไทย ซึ่งนอกจากปริมาณสัตว์น้ำเพิ่มขึ้นแล้ว ชาวประมงพื้นบ้านยังมีรายได้เพิ่มขึ้น และช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อีกด้วย ด้านศาสนาและวัฒนธรรม วิริยะประกันภัยมีความมุ่งมั่นในการทำนุบำรุงศาสนาและสืบสานศิลปวัฒนธรรมโดยการส่งเสริมและสนับสนุนให้พนักงานได้ปฏิบัติและขัดเกลาจิตใจผ่านกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
“แม้ว่าความท้าทายจากความเสี่ยงภัยใหม่ๆ ในโลกที่มีความไม่แน่นอนมีมากขึ้น รวมทั้งความต้องการของผู้เอาประกันภัยด้านการรับบริการเปลี่ยนไปจากการเปลี่ยนแปลงของสังคม และเทคโนโลยี แต่เรายังมั่นใจว่า ถ้าเราตั้งใจทำหน้าที่รับประกันและพัฒนางานบริการและปฏิบัติต่อลูกค้า และคู่ค้าด้วยความเป็นธรรมย่อมจะทำให้เรายังสามารถรักษาอันดับ 1 ในใจลูกค้าได้” คุณอมร กล่าวปิดท้าย ®