ในขั้นตอนการพัฒนา ยามาฮ่าให้ความสำคัญในทุกข้อมูลที่ได้จากผู้ใช้ จึงทำให้ผสมผสานความเป็น Modern และ Classic หรือ Retro ได้อย่างลงตัวที่สุดให้กับรุ่น Fino โดยเป็นรุ่นที่ทางบริษัทแม่ ประเทศญี่ปุ่นร่วมกับยามาฮ่า ประเทศไทย พัฒนารุ่นนี้ขึ้นมาให้กับลูกค้าในประเทศไทย และเป็นที่แรกของโลกที่เปิดตัว
ดังนั้น ตัวสินค้ามีความสำคัญอันดับหนึ่งที่นำเรื่องของดีไซน์มาสร้างเอกลักษณ์ให้แตกต่างอย่างลงตัว (Breakthrough Product) และเมื่อออกสู่ตลาด ก็เป็นที่ยอมรับว่าได้สร้างความแตกต่างเหนือความคาดหมาย และโดนใจผู้ใช้ ทำให้ Fino เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดของยามาฮ่าในตลาด Automatic จนถึงปัจจุบัน
นอกจากเรื่องสินค้าที่ขายดีไซน์ Modern Classic ได้สร้างความสำเร็จให้แก่ Fino แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่นับได้ว่าเป็นปัจจัยประการสำคัญที่ผลักดันให้ Fino กลายเป็น Star ในแวดวงมอเตอร์ไซต์ในเมืองไทย คือกลยุทธ์การทำตลาด
หากติดตามความเคลื่อนไหวของ Fino นับตั้งแต่การถือกำเนิดขึ้นในตลาด จวบจบปัจจุบัน จะเห็นว่า Fino ฉีกแนวการทำตลาดแบบเดิม ๆ ของมอเตอร์ไซค์ ด้วยการใช้วิธีทำตลาด Lifestyle Approach เพื่อสร้าง Brand Experience ต่างจากเดิมที่ตลาดมอเตอร์ไซค์ที่จะเน้นสื่อสารถึง Product Experience
ที่สำคัญวิธีการทำตลาดของ Fino ทางยามาฮ่า พยายามต่อยอดทีละสเต็ป เพื่อให้กระแส Fino ยังคงอยู่ต่อไป และสร้าง Demand ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เริ่มจากช่วงเปิดตัวยามาฮ่า ดึง “กอล์ฟ – ไมค์” มาเป็นพรีเซนเตอร์ Fino โดยสื่อผ่านตามช่องทาง Mass Media เพื่อนำเสนอให้เห็น Character ของ Fino ที่แตกต่างจากรุ่นอื่นของยามาฮ่า โดยภาพยนตร์โฆษณาเรื่อง “Classic to Modern” จะสื่อให้เห็นถึงความ Modern Classic ของโปรดักส์ และภาพยนตร์โฆษณาอีกเรื่อง “Break the Rules” บอกเล่าถึงกลุ่มวัยรุ่นที่ใส่ความคิดสร้างสรรค์ทางศิลปะให้กับ Fino ที่สามารถเข้าได้กับงานศิลป์
ช่วงแรก ๆ ของการทำตลาด Fino ได้กลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง และเป็นลูกค้าที่รักแบรนด์ยามาฮ่า แต่เมื่อได้ทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และขยายฐานลูกค้าจากกลุ่มที่ Switching Brand ได้ และเนื่องจากความมีเสน่ห์ของโปรดักท์ ขับขี่ง่าย ยามาฮ่าจึงได้กลุ่มลูกค้าที่เป็น Non User ของมอเตอร์ไซค์เข้ามาอีกด้วย
ต่อมายามาฮ่า เปิดตัวแคมเปญ “My Style My Fino” และส่ง Fino Styling ใหม่ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำรถมอเตอร์ไซต์ ระบบ Automatic สไตส์แฟชั่น และผู้บริโภค สามารถ Customized สไตส์การตกแต่งรถของตนได้ตามที่ตนเองต้องการ
ปัจจัยที่ทำให้ Fino โตเร็วมากในปีที่สองของการทำตลาด คือยามาฮ่าเป็นรายแรกที่นำรถแต่งมาโฆษณา และใช้พรีเซนเตอร์หลายคน ทั้งกอล์ฟ, ไมค์, ชิน, เต้ย และพันช์ในแคมเปญ My Style My Fino เพื่อพรีเซ้นต์การแต่งรถในสไตล์ต่าง ๆ 5 แบบ และจากการรับรู้นี้ ได้ส่งเสริมให้การตกแต่ง Fino แพร่หลายอย่างรวดเร็ว พูดได้ว่ากว่า 90% ของลูกค้าจะต้องมีการตกแต่งให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดังนั้นเมื่อลูกค้า Fino มีความพึงพอใจที่ได้ตกแต่งในสไตล์ที่ตัวเองชอบ ก็จะมีความมั่นใจ ภูมิใจ และดูแลรักษา Fino ของเขาเป็นอย่างดี