นับเป็นปีที่สำคัญของ Johnnie Walker กับรางวัล 2023 Thailand’s Most Admired Brand ที่ได้รับต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลากว่า 23 ปี สิ่งที่ทำให้ Johnnie Walker เข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคได้ ส่วนหนึ่งมาจากความเข้มแข็งของ Brand Positioning นั่นคือปรัชญาของแบรนด์อย่าง Keep Walking กับการไม่หยุดที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า พัฒนาตัวเองในแง่มุมต่างๆ ทั้งในเรื่องของ Product Innovation และ Marketing Campaign ให้มีความน่าสนใจและแตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นๆ ที่ตรงกับ Selling Point ของสินค้าและสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด ที่สำคัญคือ Johnnie Walker เป็นแบรนด์ที่มีชีวิต สร้างแรงบันดาลใจ ผลักดันให้ทุกคนเดินต่อไปตามเส้นทางของตัวเองไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร

ปีที่ผ่านมา Johnnie Walker มีการเปิดตัว Keep Walking Thailand เพื่อปลุกผู้คนจากการที่ต้องอยู่แต่ในบ้าน หยิบเอาไลฟ์สไตล์ความเป็นสตรีทและสีสันบนท้องถนนเพื่อปลุกเมืองไทยให้กลับมา สร้างพลังและแรงบันดาลใจให้คนกลับออกไปใช้ชีวิต ซึ่งคุณจรินี วงศ์กำทอง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ DMHT เล่าว่า “เราเป็นแบรนด์ที่อยู่กับคนทั่วโลกมานานกว่า 200 ปี และอยู่กับคนไทยมาเกือบศตวรรษ เราให้ความสำคัญกับผู้บริโภคเป็นอันดับ 1 สิ่งที่เราต้องรู้ให้ทัน คือผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ความต้องการของผู้บริโภคเป็นแบบไหนเพื่อที่เราจะได้ตอบโจทย์ได้ถูกต้องและเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคได้ เราพบว่าเมื่อเกิดสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคเริ่มตระหนักถึงความไม่แน่นอนในการใช้ชีวิต มีความกังวลมากขึ้น ดังนั้นสิ่งที่เราทำ คือการสร้างสรรค์แคมเปญให้กำลังใจออกมาตอกย้ำปรัชญา Keep Walking ของแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก”

นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวโปรเจ็กต์พิเศษ Keep Walking City โดยร่วมกับ AIR-INK® แบรนด์น้ำหมึกที่ผลิตขึ้นจากมลพิษทางอากาศ นำฝุ่นควันที่ล่องลอยในอากาศมาใช้ในการพิมพ์ลวดลายลงบนบรรจุภัณฑ์ Johnnie Walker Black Label ผ่านฝีมือการออกแบบโดยศิลปินดังจาก 6 มหานครใน 6 ประเทศทั่วโลก โดยในประเทศไทยได้รับความร่วมมือจากศิลปินชื่อดังอย่าง ก้องกาน มารังสรรค์ผลงานผ่านการสร้างสัญลักษณ์ของความหวังและพลังของความสัมพันธ์อันใกล้ชิดของกรุงเทพมหานครและธรรมชาติ ซึ่งจะมีการผลิตจำนวนจำกัดเพียง 2,500 ขวดต่อมหานครเท่านั้น
“เราอยากให้ประเด็นเรื่องความยั่งยืนเป็นเรื่องที่เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนอย่างชัดเจน จึงเป็นที่มาของโปรเจ็กต์ Keep Walking City ซึ่งเราหวังว่าผลงานของศิลปินที่มาร่วมโปรเจ็กต์กับเราจะช่วยให้ผู้คนตระหนักถึงเรื่องมลพิษและความยั่งยืนผ่านมุมมองของงานศิลปะ ได้เห็นแง่มุมดีๆ ของกรุงเทพฯ ได้ชัดเจนขึ้น และเกิดแรงบันดาลใจที่จะออกมาก้าวไปข้างหน้า เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนไปพร้อมกันกับเรา”
อีกเรื่องหนึ่งซึ่งถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จของ Johnnie Walker คือการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องกับการเปิดตัวสินค้าใหม่ Johnnie Walker Blonde ที่ออกมาตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค คุณจรินีเผยถึงเทรนด์พฤติกรรมการดื่มปัจจุบันว่า “ผู้บริโภคมีการดื่มเพื่อสุนทรียภาพมากขึ้น เน้นคุณภาพของเครื่องดื่ม ไม่ใช่การดื่มหนักอีกต่อไป หรือที่เรียกกันว่า Drink Better, Not More ทำให้เราต้องจับเทรนด์ของผู้บริโภคให้ทัน มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เพื่อดูพฤติกรรมผู้บริโภคว่าพูดถึงเรื่องนี้อย่างไร ผู้บริโภคเขาต้องการอะไร แล้วนำมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและสินค้าของเรา”

แผนการทำงานในปีนี้ของ Johnnie Walker คุณจรินี เล่าว่า ปีนี้ภาพของ Keep Walking จะ Take a Bold Step และ More Meaningful เริ่มจากเปิดตัวโครงการ STEP OUT OF THE BOX #ก้าวต่อไปไร้กล่องทซึ่งเป็นครั้งแรกที่เราจะจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Johnnie Walker แบบไร้กล่องทั่วโลก โดยจะเริ่มที่ Red Label, Black Label และ Double Black และวางเป้าหมายหลักใน 3 เรื่องคือ
- ลดมลพิษจากการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำนวน 1 ล้านกล่อง ใน 1 ปี
- ลดขยะจากการสังสรรค์จากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำนวน 1 ล้านกล่อง ใน 1 ปี
- ลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กว่า 2.5 ล้านกิโลกรัม ใน 10 ปี ผ่านความร่วมมือกับ EcoMatcher ในการปลูกป่า Keep Walking Forest
ก่อนจะมีการปรับจำหน่ายแบบไร้กล่อง คุณจรินี เล่าว่า
“ที่ผ่านมาผู้บริโภคจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากกล่องที่สวยงาม ดังนั้นการถอดกล่องออกถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ในฐานะที่ Johnnie Walker เป็นแบรนด์สก็อตช์วิสกี้อันดับ 1 ทั้งของโลกและของไทย เรามีหน้าที่ในการเป็นผู้นำที่จะต้องลุกขึ้นมา สร้างความเปลี่ยนแปลงและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างกล้าหาญ” “ภายหลังการสำรวจพบว่าผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์และความคุ้มค่าคุ้มราคา ซึ่งสินค้าที่ไม่มีกล่องจะทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น เนื่องจากมองเห็นสินค้าได้ชัดเจน นอกจากนี้ผู้บริโภคบางกลุ่มอาจจะลืมสังเกตว่าเครื่องดื่มไม่ได้มาในกล่อง ขณะที่อีกกลุ่มที่มีความคาดหวังกับแบรนด์ คือต้องการให้แบรนด์ที่รักหันมามีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความยั่งยืน โดยหันมาใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แม้จะมีการยกเลิกจำหน่าย Johnnie Walker แบบบรรจุกล่อง แต่ในห้างสรรพสินค้า ร้านค้า ผับ บาร์ อาจจะยังเห็นการจำหน่ายแบบมีกล่องอยู่ เนื่องจากทางแบรนด์ไม่ได้เรียกคืนสต๊อกเก่า แต่จะเป็นการจัดส่งสินค้าตามรอบบิลใหม่ไปยังร้านค้า”
โครงการ STEP OUT OF THE BOX #ก้าวต่อไปไร้กล่อง เป็นการปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับแผน SOCIETY 2030: SPIRIT OF PROGRESS เพื่อให้อีกทศวรรษต่อจากนี้เป็นทศวรรษแห่งการลงมือทำอย่างแท้จริง มุ่งเน้นไปที่เป้าหมายหลักใน 3 ด้าน โดยจะดำเนินการผ่านโครงการที่มีอยู่แล้วเพื่อความต่อเนื่องและโครงการใหม่ๆ ที่เข้ากับสังคมในปัจจุบัน ได้แก่
- Promote Positive Drinking ส่งเสริมการดื่มอย่างรับผิดชอบ ผ่านโครงการ DRINKiQ สร้างความรู้เรื่องการดื่มให้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ดื่มหรือไม่ดื่มด้วยช่องทางออนไลน์ที่สะดวกในการเข้าถึง ซึ่งจะช่วยสร้างสังคมแห่งการดื่มอย่างรับผิดชอบ
- Champion Inclusion & Diversity ความหลากหลายและความเสมอภาค การเพิ่มความเท่าเทียมในองค์กร ซึ่งปัจจุบันผู้บริหารของ DMHT 50% เป็นผู้หญิง
- Pioneer from Grain to Glass Sustainability การให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนในทุกขั้นตอนการผลิต ตัวอย่างการสานต่อโครงการรีไซเคิลขวด Johnnie Walker หลังการบริโภค โดยการนำขวดไปใช้ในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ เพื่อลดปริมาณขยะ
“ความสำเร็จในวันนี้ของแบรนด์ที่อยู่ในไทยมานานกว่า 100 ปี อย่าง Johnnie Walker ไม่ใช่เรื่องง่ายกับการเป็นที่ 1 ครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน ดังนั้นคุณค่าของแบรนด์ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐาน Brand Positioning ที่วางไว้ และสำคัญคือต้องปรับเปลี่ยนการทำงานในรูปแบบ Agility เพื่อปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ต่างๆ ล่วงหน้าอยู่เสมอ”
เรียกได้ว่าการวาง Brand Positioning ที่ชัดเจนของ Johnnie Walker ทำให้แบรนด์มีความโดดเด่น เมื่อเกิดสถานการณ์ความไม่แน่นอนที่ทุกคนต่างต้องเผชิญในปัจจุบัน ความมุ่งมั่นแบบ Keep Walking ในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Product Innovation และ Marketing Campaign อย่างแคมเปญล่าสุด #ไม่ว่าโลกจะมาท่าไหน ก้าวต่อไปใช้ชีวิต ก็ทำให้ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่า ปรัชญา Keep Walking จะทวีความหมายและสร้างคุณค่าในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ซึ่งทั้งหมดน่าจะได้คำตอบในการเป็น Most Admired Brand ของ Johnnie Walker ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมาและในอนาคต ®