เป็นเวลา 14 ปีติดต่อกันที่ โตชิบา แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศญี่ปุ่นสามารถรักษาตำแหน่งอันดับ 1 แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าครองใจผู้บริโภคจากผลสำรวจ 2023 Thailand’s Most Admired Brand ในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มตู้เย็นไว้ได้ ซึ่งเป็นเครื่องการันตีถึงคุณภาพสินค้าและการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งในด้านนวัตกรรม การสื่อสาร และบริการหลังการขายอย่างมีประสิทธิภาพ ตอกย้ำการเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

ความสำเร็จของโตชิบา คุณอเล็กซ์ มา รองประธาน บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวว่า Key Success ที่ทำให้โตชิบายังคงเป็นที่ 1 มาอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้บริโภคเชื่อมั่นในแบรนด์ ปีหน้าโตชิบาในประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 55 ซึ่งที่ผ่านมาเราขับเคลื่อนแบรนด์และองค์กรให้เติบโตไปพร้อมๆ กันอย่างยั่งยืน ด้วยการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพคงทน มีนวัตกรรมใหม่ๆ ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค รวมไปถึงความหลากหลายของสินค้าที่มีให้เลือกครบ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง ขณะเดียวกัน เราก็ให้ความสำคัญในเรื่องการบริการหลังการขาย เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจและไว้วางใจ
“โตชิบา นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต” สโลแกนที่สร้างการจดจำแบรนด์ให้แก่ผู้บริโภคเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็น Commitment ของโตชิบา ที่จะทำให้ผู้บริโภคมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเพื่อตอกย้ำการนำสิ่งที่ดีสู่ชีวิตยิ่งขึ้น เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โตชิบาได้เพิ่มนิยามใหม่ในการทำตลาด โดยปรับเพิ่ม Tagline “Details Matter ใส่ใจในทุกรายละเอียด” ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆ มากขึ้น ไม่ใช่แค่ฟังก์ชั่นหลักที่ใครๆ ก็มี ในการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ เราเพิ่มทีม R&D (Research & Development) ในไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมากขึ้น เพื่อทำวิจัยถึงความต้องการและปัญหาของผู้บริโภคในแถบภูมิภาค เพื่อผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการทั้งในเรื่องของดีไซน์ ขนาด ฟังก์ชั่น วัตถุดิบ รวมถึงคุณสมบัติต่างๆ ที่ตอบสนองความสะดวกสบาย การประหยัดรวมไปถึงเทรนด์อนาคต เป็นการตอกย้ำ DNA ความเป็นแบรนด์จากประเทศญี่ปุ่น สะท้อนคุณภาพเทคโนโลยี เอกลักษณ์ ดีไซน์ผลิตภัณฑ์ ฟังก์ชั่นการใช้งานที่ล้วนใส่ใจทุกรายละเอียดจริงๆ
สำหรับแผนการทำงานในปีนี้ คุณอเล็กซ์ เล่าว่า เราคาดการณ์ว่าภาพรวมเศรษฐกิจจะดีขึ้นจากปัจจัยต่างๆ ทั้งในเรื่องสถานการณ์โควิดที่ลดลง การท่องเที่ยวที่กลับมาบูม นโยบายรัฐที่ส่งเสริมการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมไปถึงราคาต้นทุนวัตถุดิบและการขนส่งที่ดีขึ้น และจากการเรียนรู้ของผู้บริโภคในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำงาน Work from Home กันมาก ทำให้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า โตชิบาเติบโตสูงขึ้น และจากช่วงเวลาดังกล่าว คนส่วนหนึ่งเริ่มตระหนักและมองหาผลิตภัณฑ์ที่พรีเมียม มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบาย ความรวดเร็ว ความประหยัด สุขภาพ ความปลอดภัย และการใช้งานง่ายมากขึ้น ดังนั้นในปีนี้ โตชิบาจึงมุ่งเน้นการทำตลาดในสินค้าที่หลากหลายขึ้น เจาะกลุ่ม Middle to High มากขึ้น รวมไปถึงเพิ่มสินค้ากลุ่ม IoT (Internet of Things) เพื่อสร้างประสบการณ์และทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายจากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ได้ โดยเน้นสินค้ากลุ่มตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไมโครเวฟ และอีกหลากหลายผลิตภัณฑ์
“เพราะเราใส่ใจทุกรายละเอียด เราต้องรู้ว่าผู้บริโภคต้องการอะไร แล้วจะทำอย่างไรเพื่อตอบโจทย์เขา ซึ่งสะท้อนมาที่การออกสินค้าใหม่ของเราในปีนี้”

สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าไฮไลท์ในกลุ่มตู้เย็น รุ่น GR-RS780WI-PGT(22) ที่ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงาม แต่ยังมีเทคโนโลยี Max-Humid Fresh เทคโนโลยีที่ได้รับการจดสิทธิบัตรของโตชิบา ช่วยในการกักเก็บความชุ่มชื้นของช่องเก็บผัก-ผลไม้ ไว้ที่ 90% ซึ่งเป็นค่าที่เหมาะสมกับการรักษาความสดใหม่ไว้ได้นานยิ่งขึ้น รวมถึงมีฟังก์ชั่น Pure BIO ในการยับยั้งกลิ่นและแบคทีเรีย ภายในตู้เย็นดีไซน์ชั้นช่องแช่แบบ 3+3 แยกระหว่างช่องแช่แข็งและช่องเย็น ช่วยให้เก็บอาหารได้มากขึ้น อีกทั้งสามารถเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชัน TSmartLife เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและควบคุมตู้เย็นได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นการปรับอุณหภูมิโหมดทำความเย็น โหมดแช่แข็ง หรือโหมดอัตโนมัติ ได้โดยผ่านมือถือ ไม่ต้องเดินไปที่ตู้เย็นอีกต่อไป ที่สำคัญไปกว่านั้น ถ้าปิดตู้เย็นไม่สนิท หรือเปิดทิ้งไว้จะมีการแจ้งเตือนไปที่แอปพลิเคชัน อีกทั้งสามารถดูข้อมูลการเปิดตู้เย็นของสมาชิกในครอบครัวได้อีกด้วย

“ตลอดระยะเวลาการทำงาน โตชิบาเป็นแบรนด์ที่ใส่ใจในรายละเอียดของการพัฒนาสินค้าแต่ละชิ้น โดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก มีการออกแบบสินค้าให้สอดคล้องกับแต่ละภูมิภาค ตัวอย่างการออกแบบประตูตู้เย็นจะต้องวางมือจับตรงไหน ตำแหน่งช่องวางของจะต้องถอดออกได้ ตำแหน่งวางขวดน้ำจะต้องไม่สูงเกินไป ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องเล็กๆ ที่เราได้ใส่ใจรายละเอียดลงไป รวมถึงเรื่องของวัสดุที่ใช้ในการผลิตที่จะต้องหรูหรา แข็งแรง ที่สำคัญต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกัน เราจึงสรรค์สร้างตู้เย็นหลากหลายขนาดตามความต้องการ เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น”
ด้านกลยุทธ์การตลาด คุณอเล็กซ์ กล่าวว่า บริษัทฯให้ความสำคัญทั้งในส่วนของ Consumer ส่วนของ Dealer รวมไปถึงพนักงานขาย
ในส่วนของ Consumer โตชิบาตระหนักถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นหลัก โดยมุ่งสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ การสร้างประสบการณ์การใช้งาน และการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายให้กับผู้บริโภค เพื่อให้ได้รับผลิตภัณฑ์และบริการที่ดี ในราคาที่คุ้มค่าและเหมาะสม โดยเน้นการสร้างภาพลักษณ์และการรับรู้ในแบรนด์ ผ่านทางช่องทางต่างๆ อาทิ สื่อโฆษณานอกบ้าน (Out of Home) ทั้งบิลบอร์ดและดิจิทัลบอร์ด สื่อเคลื่อนที่ ทั้งรถไฟฟ้า รถแห่ สื่อออนไลน์และโซเชียล การใช้ Influencer รีวิวให้ข้อมูลสินค้า การใช้ User แชร์ประสบการณ์การใช้สินค้า การทำไลฟ์สตรีมเพื่อแนะนำสินค้าและโปรโมชั่น รวมไปถึงการทำโรดโชว์ ณ ร้านค้า หรือชุมชน เพื่อให้ลูกค้าได้มีโอกาสจับต้องและใช้งานสินค้า
สำหรับส่วนของ Dealer คู่ค้าและพนักงานขายเรียกได้ว่าถือเป็นด่านแรกที่ต้องพบเจอลูกค้า เราให้ความสำคัญกับการตกแต่งหน้าร้านให้โดดเด่น สวยงาม การวางสินค้าให้ครบถ้วนและง่ายแก่การเข้าถึง การให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน การฝึกทักษะการขายผ่านระบบออนไลน์และโซเชียล การไลฟ์ขายของ การตัดต่อวิดีโอและคอนเทนต์ต่างๆ เพื่อพร้อมส่งต่อข้อมูลให้ลูกค้า อีกทั้งมีกิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่สามารถเดินทางไปพบเจอได้ แต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมต่างๆ เป็นออนไลน์ทั้งหมด มีการจัดอบรมความรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบยั่งยืน และมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างเทคนิคการขาย รวมถึงรับรู้เทรนด์ใหม่ๆ เพื่อเติบโตไปพร้อมกัน
แม้ว่าโตชิบาจะได้รับรางวัลแบรนด์อันดับ 1 ที่ครองใจผู้บริโภคมาถึง 14 ปีติดต่อกัน แต่ความท้าทายที่สุดยังคงเป็นเรื่องของการรักษาตำแหน่งเอาไว้ และได้ตั้งเป้าหมายใหม่สู่การเป็นแบรนด์ญี่ปุ่นอันดับหนึ่ง 1 ในตลาดประเทศไทยให้ได้ คุณอเล็กซ์ กล่าวว่า เมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย แบรนด์ต่างๆ พร้อมลงทุนแข่งขันเต็มที่ ซึ่งปรัชญาที่ทำให้เรามาจนถึงวันนี้ได้ คือ “การนำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต” หัวใจหลักคือการมีสินค้าคุณภาพที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค นำสิ่งที่ดีไปสู่ชีวิตของเขา ซึ่งเราไม่ได้เน้นแค่ขายสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่เราให้ความสำคัญกับการดูแลบริการหลังการขายให้ลูกค้าเสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน ให้คำแนะนำ ความช่วยเหลือ พร้อมให้บริการอย่างทันท่วงที และอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ คือการตอบแทนสังคมที่โตชิบาทำมายาวนานในรูปแบบต่างๆ ทั้งการให้ทุนการศึกษา การบริจาคอุปกรณ์และสิ่งจำเป็นแก่ส่วนงานที่ขาดแคลน การดูแลรักษ์โลก และสิ่งแวดล้อม อาทิ การปลูกป่า สร้างฝาย ปล่อยช้าง รวมไปถึงการส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพดี โดยจัดการวิ่ง โตชิบา รัน รวมถึงการจัดงานประกวดศิลปกรรมนำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต เพื่อส่งเสริมให้คนไทยรักงานศิลปะ เป็นต้น
ทั้งหมดนี้เป็นกลยุทธ์ที่รวมทุกจุดแข็งของแบรนด์ ตั้งแต่ความเป็นแบรนด์ญี่ปุ่น ทั้งคุณภาพ เทคโนโลยี ดีไซน์ เอกลักษณ์สินค้า ตลอดจนฟังก์ชั่นการใช้งาน ตอกย้ำภาพ โตชิบา นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต และมี Details Matter ใส่ใจในทุกรายละเอียดจริงๆ