จากความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้น ทำให้แอลจีไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนานวัตกรรมอันล้ำสมัย ที่นำมาซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ทนทาน และที่สำคัญคือตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค
ด้วยเหตุนี้ ทำให้เครื่องซักผ้าแอลจีสามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 และผลักดันให้เป็นอีกปีที่เครื่องซักผ้าแอลจีได้รับความนิยมจากผู้บริโภคสูงสุดผ่านการจัดอันดับของรางวัล 2023 Thailand’s Most Admired Brand
คุณอาภัสรา สังขวิจิตร ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงความสำเร็จในการเป็นเจ้าแห่งตลาดเครื่องซักผ้า และการได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมาเป็นอันดับ 1 ในครั้งนี้ว่า
“ทั้ง 2 สิ่งล้วนเป็นเสียงสะท้อนจากผู้บริโภคที่มอบให้กับเรา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่พวกเขามีต่อแบรนด์แอลจีอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าความสำเร็จดังกล่าวมีที่มาจากความตั้งใจในการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาพัฒนาเครื่องซักผ้าของแอลจี พร้อมความมุ่งมั่นในการตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอของผู้บริโภค เพื่อให้ผู้บริโภคมีชีวิตที่ง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น ตามวิสัยทัศน์ของแบรนด์ที่ต้องการนำเสนอนวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดีกว่า หรือ Innovation for a Better Life ให้แก่ผู้บริโภค”

ในปัจจุบัน ความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป ฉะนั้น อีกหนึ่งหน้าที่ที่สำคัญของทางแบรนด์ คือการเข้าใจผู้บริโภค พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นโดยให้ความสำคัญกับความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในยุคปัจจุบันได้อย่างตรงจุดและเหมาะสม
“เราต้องรู้ว่าผู้บริโภคของเรามีความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เราจึงจะสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเราให้ตอบสนองตรงตามความต้องการของผู้บริโภคได้ แล้วผู้บริโภคจะสัมผัสได้ว่าเรามีความมุ่งมั่นที่ไม่เคยหยุดพัฒนานวัตกรรม เพื่อหาสิ่งที่ดีที่สุด พร้อมมอบชีวิตที่ง่ายขึ้นให้กับผู้บริโภค” คุณอาภัสรา กล่าวเสริม
ในช่วงที่ผ่านมา ประเด็นเรื่องสุขภาพ สุขอนามัย รวมถึงการมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียังคงเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเป็น อันดับแรกๆ อย่างต่อเนื่อง และจากสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน ทำให้ผู้บริโภคที่เดินทางออกไปนอกบ้านต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่มาพร้อมกับ PM 2.5 และมลพิษทางอากาศต่างๆ ซึ่งอาจติดอยู่บนเสื้อผ้าที่สวมใส่ และสามารถก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือส่งผลกระทบต่อสุขภาพด้านอื่นๆ ได้

แอลจีเล็งเห็นความสำคัญของประเด็นดังกล่าว และต้องการเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่ส่งเสริมให้ผู้บริโภคมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น จึงได้พัฒนานวัตกรรมล่าสุดอย่าง LG WashTowerTM ที่ผสานรวมเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าไว้ในเครื่องเดียวกันในรูปแบบทาวเวอร์ โดดเด่นด้วยแผงควบคุมตรงกลางหนึ่งเดียวที่เชื่อมต่อเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าให้ทำงานร่วมกันโดยอัตโนมัติ
คุณอาภัสรา กล่าวว่า โดยปกติแล้ว ครัวเรือนที่ต้องการใช้ทั้งเครื่องซักและเครื่องอบผ้ามักจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้ง 2 ชนิดมาวางซ้อนกัน จึงทำให้เกิดอุปสรรคตรงที่เมื่อใดก็ตามที่ต้องการซักและอบผ้า ผู้ใช้จะต้องตั้งค่าการทำงานเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้ง 2 ชนิดแยกกัน และยังต้องเจอกับความไม่สะดวกในการตั้งค่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกวางซ้อนข้างบน ซึ่งมักตั้งอยู่สูงเกินเอื้อมอีกด้วย
“LG WashTowerTM มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้ง 2 สามารถทำงานร่วมกันได้ ในขณะที่เรากำลังซักผ้าอยู่ ตัวเครื่องซักผ้าที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี AI DDTM จะชั่งน้ำหนักพร้อมตรวจสอบชนิดของผ้า และนำเสนอการหมุนของถังซักที่เหมาะสมกับผ้าแต่ละถังมากที่สุด จากนั้นเมื่อถึงขั้นตอนการอบผ้า LG WashTowerTM ก็จะอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริโภคด้วย Smart Pairing ที่จะใช้ข้อมูลการตั้งค่าชุดเดียวกันเพื่อเตรียมเครื่องอบผ้าให้อยู่ในโปรแกรมที่เหมาะสมในการอบผ้า”

นอกจาก LG WashTowerTM จะช่วยให้ผู้ใช้งานประหยัดเวลาในการซักและอบผ้าด้วยความสะดวกที่มากขึ้น ผู้บริโภคยังไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดความเสียหายกับเสื้อผ้า เนื่องจากเทคโนโลยี AI DDTM ช่วยยกระดับการทำความสะอาดผ้าได้อย่างล้ำลึก แต่ยังคงความอ่อนโยนและลดการเสียหายของเนื้อผ้าได้ถึง 10%
นอกจากนี้ เพื่อมอบประสบการณ์การทำความสะอาดเสื้อผ้าที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น ทางแอลจียังได้พัฒนาฟีเจอร์อื่นๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านการใช้งานแก่ผู้บริโภคเพิ่มเติม ทั้งในเครื่องซักผ้าฝาหน้าและฝาบน เช่น ระบบจ่ายน้ำยาซักผ้าอัตโนมัติ (Auto Dose) ที่เข้ามาช่วยคำนวณปริมาณน้ำยาซักผ้าที่เหมาะสมต่อ 1 การซัก รวมไปถึงในการคำนึงในเรื่องการใช้งานในพื้นที่อย่างคุ้มค่าทางแบรนด์พัฒนาเครื่องซักผ้าที่มาพร้อมฟีเจอร์ The Biggest Capacity เพิ่มความสามารถในการซักด้วยถังซักที่มีขนาดใหญ่ขึ้น แต่ยังคงขนาดภายนอกของเครื่องซักผ้าไว้เท่าเดิม
นอกจากความสะดวกสบายในด้านการใช้งานแล้ว แอลจียังตระหนักถึงความสำคัญของความสะดวกในการเข้าถึงสินค้าและนวัตกรรมที่มีคุณภาพของผู้บริโภคอีกด้วย
“แอลจีหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมสำหรับเครื่องซักผ้าฝาบนมากขึ้น ซึ่งเป็นรุ่นที่มีโมเดลให้เลือกหลากหลายมากที่สุด โดยมุ่งนำนวัตกรรมที่ใช้ในเครื่องซักผ้าฝาหน้ามาให้บริการในเครื่องซักผ้าฝาบนเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์อันล้ำสมัยของแอลจีในราคาที่สามารถจับต้องได้มากขึ้น”
จากความนิยมในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นของผู้บริโภค แอลจีจึงเดินหน้าดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับช่องทางออนไลน์ต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการตรงนี้อย่างต่อเนื่อง และให้ความสำคัญในการพัฒนาช่องทางการขายผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซมากขึ้น โดยปัจจุบัน ทางแบรนด์มีร้านค้าแบบ Official ในแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ทั้ง Shopee และ Lazada รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการของโฮมโปรและเพาเวอร์บายด้วย
คุณอาภัสรา ย้ำทิ้งท้ายว่า “เรายังคงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องซักผ้าของเราโดยคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก ทั้งความต้องการในการใช้งาน ความต้องการในการเข้าถึง และความต้องการในการเลือกซื้อ เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมุ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคมีชีวิตที่ง่ายขึ้นอย่างแท้จริง” ®