ท่ามกลางสัญญาณฟื้นตัวของกำลังซื้อและปัจจัยบวกจากสภาพอากาศที่ร้อนยาวนานกว่าปีก่อน อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าไทยในปี 2569 กำลังกลับเข้าสู่โหมดการเติบโตอีกครั้ง หลังจากติดลบกว่า 7% ในปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าตลาดรวม 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ ทีวี เครื่องซักผ้า ตู้เย็น และเครื่องปรับอากาศ มูลค่าราว 77,000–82,000 ล้านบาท จะกลับมาเติบโตได้ 5–10% แรงหนุนสำคัญมาจากดีมานด์เครื่องปรับอากาศที่คาดว่าจะคึกคักจากอุณหภูมิที่สูงและยาวนาน ประกอบกับอานิสงส์มหกรรมฟุตบอลโลกที่กระตุ้นตลาดทีวีจอใหญ่ระดับพรีเมียม รวมถึงรอบการเปลี่ยนสินค้าใหม่ที่สั้นลงเหลือเฉลี่ย 5–6 ปีหลังยุคโควิด
ท่ามกลางโอกาสดังกล่าว แอลจี ประเทศไทย ประกาศเดินเกมรุกเต็มรูปแบบในปี 2569 ตั้งเป้ารายได้ 18,000 ล้านบาท เติบโต 10% พร้อมขยับส่วนแบ่งตลาดสู่ 22% ภายใต้กลยุทธ์ “Dual Transformation” ที่มุ่งทรานส์ฟอร์มทั้งโมเดลธุรกิจและพอร์ตผลิตภัณฑ์ไปพร้อมกัน เป้าหมายระยะยาวคือการก้าวสู่การเป็น Smart Life Solution Company ที่ไม่ได้จำกัดบทบาทเพียงผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่เป็นผู้ให้บริการโซลูชันชีวิตอัจฉริยะอย่างครบวงจร

หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กรในปีนี้คือแนวคิด “AI in Action” ซึ่งสะท้อนการยกระดับ AI จากผู้ช่วยอัจฉริยะสู่เทคโนโลยีที่ลงมือทำงานได้จริงในชีวิตประจำวัน แอลจีจึงเร่งผสาน AI เข้ากับเทคโนโลยีหลักของแต่ละผลิตภัณฑ์ ทั้ง Inverter Direct Drive ในเครื่องซักผ้า Dual Inverter Compressor ในเครื่องปรับอากาศ และเทคโนโลยี OLED ในกลุ่มทีวี พร้อมต่อยอดผ่านแพลตฟอร์ม LG ThinQ ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมดภายในบ้านให้ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ

ภาพของการทรานส์ฟอร์มดังกล่าวถูกสะท้อนอย่างชัดเจนในงาน “LG AI Experience 2026: The Action of AI. The Freedom of You” ที่แบรนด์จัดขึ้นเพื่อเปิดตัวไลน์อัปผลิตภัณฑ์ใหม่ประจำปี ภายในงาน แอลจีแสดงให้เห็นทิศทางของบ้านอัจฉริยะที่อุปกรณ์ทุกชิ้นสามารถเรียนรู้พฤติกรรมผู้ใช้ ปรับการทำงานอัตโนมัติ และบริหารพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องปรับอากาศรุ่น LG DUALCOOL™ AI Air ArtCool ที่มาพร้อมระบบ Perfect Comfort AI ซึ่งสามารถวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการใช้งานเพื่อปรับอุณหภูมิและทิศทางลมให้เหมาะสมแบบเรียลไทม์ เสริมด้วยฟังก์ชันบริหารการใช้พลังงานผ่านแอปพลิเคชัน ช่วยตอบโจทย์ทั้งความสบายและความคุ้มค่าในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับค่าไฟฟ้าและคุณภาพอากาศ

ในฝั่งความบันเทิง แอลจียกระดับประสบการณ์การรับชมผ่านทีวี OLED รุ่นเรือธงอย่าง LG OLED evo W6 และ LG OLED evo G6 ที่ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล AI รุ่นล่าสุด รองรับฟีเจอร์ AI Voice ID ที่สามารถจดจำเสียงผู้ใช้งานแต่ละคนและนำเข้าสู่หน้าโปรไฟล์เฉพาะบุคคลโดยอัตโนมัติ ตอบโจทย์เทรนด์ Personalization และการใช้งานร่วมกันภายในครอบครัวได้อย่างลงตัว ขณะที่กลุ่มเครื่องซักผ้าและตู้เย็นถูกพัฒนาแนวคิด FIT-MAX-AI ให้ติดตั้งลงตัวในทุกพื้นที่ เพิ่มความจุ และใช้ AI ตรวจจับประเภทผ้า ระดับความสกปรก หรือบริหารความสดของอาหารได้แม่นยำยิ่งขึ้น สะท้อนเป้าหมายระยะยาวขององค์กรในการก้าวสู่แนวคิด “Zero Labor Home” บ้านที่ลดภาระงานบ้านให้เหลือน้อยที่สุด
นอกจากตลาดผู้บริโภค แอลจียังเร่งขยายธุรกิจสู่ภาคองค์กรภายใต้แนวคิด Beyond the Home ผ่านโซลูชันเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์และระบบจอแสดงผลอัจฉริยะ โดยเฉพาะระบบ LG Multi V i ที่ขับเคลื่อนด้วย AI Engine สามารถเรียนรู้สภาพแวดล้อม ควบคุมการทำงานของหลายยูนิตพร้อมกัน และบริหารพลังงานตามเป้าหมายองค์กรได้อัตโนมัติ กลุ่ม B2B จึงถูกวางเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ ด้วยเป้าหมายขยายตัวถึง 25% ในปีนี้ ควบคู่ไปกับโมเดล Subscription และช่องทางออนไลน์ที่ช่วยเพิ่มรายได้ประจำและสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า
ปี 2569 จึงไม่ใช่เพียงปีแห่งการฟื้นตัวของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไทย แต่เป็นปีแห่งการเร่งเครื่องทรานส์ฟอร์มธุรกิจของแอลจีอย่างชัดเจน จากการปรับพอร์ตสู่ธุรกิจที่มีมาร์จิ้นสูง การขยายสู่ B2B และบริการแบบสมัครสมาชิก ไปจนถึงการฝัง AI ลงในทุกหมวดผลิตภัณฑ์อย่างเป็นรูปธรรม เป้าหมายรายได้ 18,000 ล้านบาทและส่วนแบ่งตลาด 22% จึงเป็นหมุดหมายสำคัญของการก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะผู้นำโซลูชันชีวิตอัจฉริยะ ที่พร้อมเปลี่ยนเทคโนโลยีให้กลายเป็นเวลาและอิสระ สำหรับผู้บริโภคไทยอย่างแท้จริง